ข่าว

ถนนข้าวสารขยายเล่นสงกรานต์ยาวถึงวันศุกร์

ถนนข้าวสารขยายเล่นสงกรานต์ยาวถึงวันศุกร์

15 เม.ย. 2552

บขส.คาดจะประชาชนเลื่อนการเดินทางกลับร้อยละ 30 หลังรัฐบาลขยายวันหยุดอีก 2 วัน ยืนยันมีรถเพียงพอให้บริการแน่นอน เช่นเดียวกับการรถไฟที่เตรียมเพิ่มขบวนรถพิเศษในวันที่ 18 และ 19 เมษายนนี้อีก 6 ขบวน หัวลำโพงไม่คึกคัก หลังรัฐขยายวันหยุด 16-17 เม.ย. สรุป 5วันเทศ

บรรยากาศที่วัดชนะสงคราม ซึ่งเป็น 1 ใน 9 วัดพระอารามหลวง ที่เปิดให้ประชาชนไหว้พระขอพรมาตั้งแต่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย วันนี้เป็นวันสุดท้าย ทำให้ที่ประชาชนไหว้พระขอพร สรงน้ำพระมากกว่าทุกวัน ประชาชนส่วนใหญ่บอกว่า ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ตั้งใจจะไหว้พระให้ครบ 9 วัด เพราะนอกจากเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทยแล้ว ยังตั้งจิตอธิษฐานขอให้บ้านเมืองสงบสุขตลอดไปด้วย

  ส่วนบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารคึกคักตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเข้าไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

  นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันรายนี้บอกว่า คลายความกังวลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทำให้ตัดสินใจออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เพราะเป็นสถานที่ที่สนุกสนานที่สุดในกรุงเทพฯ

 และวันนี้ ทางสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารประกาศขยายเวลาการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร จากเดิมที่จะหมดในวันนี้  ออกไปถึงวันที่ 17 เมษายนแทน โดยจะปิดถนนให้ประชาชนเล่นน้ำ  ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.

บขส.ยืนยันมีรถเพียงพอเดินทางกลับหลังสงกรานต์

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. กล่าวว่า จากเดิมคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับในวันที่ 16 และ 17 เมษายนนี้ ประมาณ 200,000 คน แต่เมื่อมีการขยายวันหยุดราชการก็พร้อมให้ประชาชนที่ต้องการเลื่อนการเดินทางแจ้งล่วงหน้า 1 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากใครยังไม่มีตั๋วสามารถซื้อได้ที่สถานีขนส่งตลอดเวลา และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุกับรถ บขส.แต่อย่างใด
 
 ทางด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงทำให้ประชาชนเดินทางโดยรถไฟไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ 150,000 คน และต้องงดเดินรถ 75 ขบวนเสียรายได้วันละ 6 ล้านบาท โดยปีนี้ได้เพิ่มเที่ยวรถพิเศษจากปกติอีก 4 ขบวน ใน 4 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-อุดรธานี  กรุงเทพฯ-ศิลาอาสน์ และกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ อีกทั้งในช่วงที่มีการขยายวันหยุดราชการจะเพิ่มขบวนรถพิเศษอีก 6 ขบวนด้วย
 
 บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีรถไฟบุรีรัมย์ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมารอรถเพื่อทยอยเดินทางกลับกันบ้างแล้ว คาดว่าจะมีผู้โดยสารตลอดทั้งวันนับหมื่นคน นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกายของพนักงานรถทุกคันก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

หัวลำโพงไม่คึกคัก หลังรัฐขยายวันหยุด 16-17 เม.ย. 

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า หลังจาก รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 16-17 เม.ย. เป็นวันหยุดราชการต่อไปอีก ทำให้มีประชาชนกระจายการเดินทางเพื่อกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้บรรยากาศที่สถานีรถไฟไม่คึกคักมากนัก และประชาชนส่วนใหญ่จะทะยอยเดินทางกลับ ดังนั้น ในวันที่ 18-19 เม.ย. การรถไฟฯ จะเพิ่มขบวนพิเศษ อีก 6 ขบวน เพื่อรองรับการเดินทางกลับช่วงสงกรานต์

 “หลังจากมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ อาจทำให้มีประชาชนเดินทางโดยสารรถไฟไม่ถึงเป้าหมาย 150,000 คน แต่ก็ยังมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก เนื่องจากในปีนี้มีบริการรถไฟฟรีเพื่อประชาชน ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้สั่งการให้มีการเพิ่มเที่ยวรถให้บริการเพิ่มพิเศษ จากปกติที่มีวันละ 246 ขบวน เพิ่มอีก 4 ขบวน ใน 4 เส้นทาง ประกอบด้วย กรุงเทพ-อุบลราชธานี กรุงเทพ-อุดรธานี กรุงเทพ-ศิลาอาสน์ และกรุงเทพ-ศรีสะเกษ เพื่อให้มีรถเพียงพอต่อการใช้บริการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง” นายยุทธนา กล่าว
 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองจนการรถไฟฯ ต้องเปลี่ยนสถานีต้นทางจากหัวลำโพงเป็นบางซื่อ ทำให้ต้องงดการเดินรถ 75 ขบวน ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้การรถไฟเสียหายวันละ 6 ล้านบาท และในวันนี้ยังการเดินรถอีก 4 ขบวน เส้นทาง กรุงเทพ - สุไหงโกลก หลังมีเหตุยิงเจ้าหน้าที่แต่จะเปิดได้เดินรถทุกเส้นทางวันจันทร์นี้

 สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัย การรถไฟฯ ยังได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟจำนวน 805 นาย ที่จะตรวจตราในพื้นที่ทุกสถานี และเดินทางไปกับขบวนรถ ขบวนละ 3 นาย รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย ขึ้น 5 แห่ง ประกอบด้วย ที่กรุงเทพ นครราชสีมา อุตรดิตถ์ ชุมพร และชุมทางหาดใหญ่ เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ ของการใช้บริการด้วย ขณะเดียวกันวันนี้ การรถไฟยังได้รณรงค์ในโครงการ สงกรานต์ เมาไม่ขับ เพื่อให้ประชาชนที่ร่วมเทศกาลสงกรานต์ ปลอดอุบัติเหตุด้วย และการรถไฟได้เปิดสายด่วย 1690 เพื่อให้ผู้โดยสารแจ้งเหตุต่างๆ และความไม่สะดวกในการเดินทาง

บขส.กาฬสินธุ์คึกคัก ประชาชนทยอยกลับกรุงเทพฯ

 บรรยากาศที่ จ.กาฬสินธุ์ ภายหลังจากฉลองเทศกาลสงกรานต์เสร็จสิ้น พบว่าที่สถานีขนส่ง จ.กาฬสินธุ์ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานเริ่มเดินทางกลับส่งผลให้ที่สถานีขนส่งคึกคัก ทั้งนี้ นายพิภพ  พ่วงสมบัติ นายสถานีขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำชับผู้ขับรถทุกบริษัทด้วยการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

 นายพิภพ กล่าวว่า ในปีนี้เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติและปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้มีประชาชนเดินทางกลับมาฉลองเทศกาลสงกรานต์น้อยกว่าทุกปี ทำให้การเดินทางทั้งขาไปและขากลับไม่คึกคักเท่าที่ควร อีกทั้ง รัฐบาลยังประกาศให้มีวันหยุดติดต่อไปอีก 2 วัน จึงทำให้ประชาชนที่เดินทางส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ในส่วนข้าราชการคาดว่าจะเดินทางกลับในช่วงวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.นี้

 "ส่วนในด้านการดูแลความปลอดภัย ได้เน้นไปที่บริษัทขนส่งทุกสายซึ่งจะต้องจัดคนขับรถที่มีคุณภาพและไม่เมาสุรา อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่กำลังจะเดินทางกลับก็ให้ระวังมิจฉาชีพที่จะมาสร้างปัญหาในช่วงนี้ด้วย" นายพิภพ กล่าว

5วันตาย272ศพ เจ็บเกือบ4,000คน

 เมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2552 ได้สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย. 2552   เป็นวันที่ 5 ของช่วง 7 วันระวังอันตราย  มีผู้เสียชีวิต 52 ราย รวม 5 วันมียอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 272 ศพ

 นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ของวันที่ 14 เม.ย.   2552     พบว่า เกิดอุบัติเหตุ รวม  638 ครั้ง มากกว่าปี 2551 คิดเป็นร้อยละ 8.50  มีผู้เสียชีวิต   52 ราย มากกว่าปี 2551 จำนวน   5   คน ส่วนผู้บาดเจ็บ 717 ราย มากกว่าปี   2551 จำนวน   40   ราย     

 สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน   ตั้งแต่วันที่ 10 - 14   เม.ย. 2552 พบว่า มียอดผู้เสียชีวิตรวม 272 ราย น้อยกว่าปี 2551 จำนวน   4 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.45 ผู้บาดเจ็บรวม   3,375 ราย น้อยกว่าปี 2551จำนวน 617 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.46   จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 128 ครั้ง   จังหวัดที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ยโสธร จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่   12 ราย   จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 5 วัน จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ ตราด ฉะเชิงเทรา ยโสธร   อำนาจเจริญ สกลนคร มุกดาหาร น่าน ชุมพร ปัตตานี และยะลา จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย   141 ราย จังหวัดที่ยังไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง   5    วัน ได้แก่ ยโสธร

 ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 44.98   รองลงมา ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 20.85 นอกจากนี้ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด พบว่า เป็นรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.80 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง คิดเป็นร้อยละ 59.25 โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนถนน อบต. ถนนในหมู่บ้านคิดเป็นร้อยละ 37.30   ส่วนถนนทางหลวงแผ่นดินมียอดอุบัติเหตุคิดเป็นร้อยละ 31.35  

 เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  กล่าวอีกว่า  ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงกลางคืน ร้อยละ 60.82 โดยเฉพาะช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. คิดเป็นร้อยละ 31.66   ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 20 - 49 ปี คิดเป็นร้อยละ 56.57 สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 28 ครั้ง โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่   5 ราย

 นายเฉลียว กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศให้วันที่   16 - 17 เมษายน 2552 เป็นวันหยุดราชการ แต่ธนาคารและบริษัทเอกชนบางแห่งยังเปิดทำการตามปกติ คาดว่าจะมีประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับในช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้   ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้ประสานจังหวัดให้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบริเวณถนนสายหลักปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น มุ่งเน้นการตรวจสอบโดยสารสาธารณะทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง โดยเฉพาะรถเช่าและรถเสริมเป็นพิเศษ กวดขันการใช้ความเร็ว รวมถึงการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และมาตรการ 3ม. 2 ข. 1 ร. อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากรถโดยสารขนาดใหญ่ รวมทั้งเฝ้าระวังถนนสายรองในเขตชุมชน หมู่บ้าน เนื่องจากในบางพื้นที่ยังมีการเล่นสาดน้ำ

 นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุรายใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดตรวจสอบผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างจริงจัง เพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

 ด้านนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า   ประชาชนที่เดินทางกลับโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถนำรถไปตรวจสภาพได้ที่ศูนย์บริการของศูนย์อาชีวศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน จำนวน 250 จุด และจุดบริการตรวจเช็ครถยนต์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บนถนนสายหลักและสายรอง ทั่วประเทศ ซึ่งให้บริการตรวจเช็คสภาพรถ บริการตรวจเติมน้ำกลั่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันคลัธซ์ โดยไม่คิดค่าบริการ   รวมทั้งขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะตามริมไหล่ทาง   เนื่องจากอาจมีรถที่จอดเสียหรือแวะซื้อของ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ส่วนประชาชนที่ใช้บริการ            รถโดยสารสาธารณะ ให้ร่วมเฝ้าระวังพนักงานขับรถ หากพบอาการผิดปกติที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ รวมทั้งระมัดระวังมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ หากพบการขายตั๋วเกินราคา สามารถโทรแจ้งได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะ หมายเลข   1584 หรือศูนย์ปลอดภัยคมนาคม   1356