
สร้างบัณฑิต(คน)ดี ตามแนวทางสตรีวิถีพุทธ
จากความมุ่งมั่นที่ต้องการยกระดับมาตรฐานแม่ชีไทยให้มีบทบาททางศาสนามากขึ้นของ แม่ชีกนิษฐา วิเชียรเจริญ สู่การสร้างสตรีผู้มีธรรมะเป็นอาวุธในการพัฒนาสังคมไทยให้ดีขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัยราชมกุฏราชวิทยาลัย มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ในพระสังฆราชูปภัมภ์ สถาบันการศ
แม่ชีธัญญามาศ เนตรน้อย หัวหน้าฝ่ายวิชาการ กล่าวถึงระบบการเรียนการสอนที่นี้ว่า หลังจากเปิดเรียนตามหลักสูตรไปแล้วกว่า 13 ปี จบหลักสูตรไปแล้วกว่า 9 รุ่น ปัจจุบันมีนักศึกษา จำนวน 80 คน เป็นแม่ชี 38 คน และอุบาสิกา 42 คน หลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น 2 คณะ ได้แก่ หลักสูตรคณะศึกษาศาสตร์ และ หลักสูตรคณะศาสนาและปรัชญา โดยนอกจากทุกคนจะได้วิชาความรู้พื้นฐานครบถ้วนเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไปแล้ว ยังปลูกฝังในเรื่องของการใช้ชีวิตด้วยการถือศีล และสอนให้มีคุณธรรมเพื่อสังคม การใช้ธรรมแก้ปัญหา สร้างพื้นฐานอีคิวที่ดีเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันจากปัญหาที่นักศึกษาต้องได้เผชิญจากโลกภายนอก หลังจากที่จบการศึกษาไปแล้ว
"การใช้ชีวิตของนักศึกษาในแต่ละวันเหมือนกับการบวชถือศีลจริงๆ เริ่มจาการสวดมนต์ทำวัตร ในเวลา 05.00 น. ต่อด้วยการเดินจงกลม กินข้าว ทำความสะอาดมหาวิทยาลัย และเริ่มเข้าชั้นเรียนในเวลา 08.10 น. ตกเย็นก็จะสวดมนต์ทำวัตรเย็นและเข้านอนตามปกติ นอกจากนี้เพื่อปลูกฝังการใช้ชีวิตที่ดี นักศึกษาในทุกรุ่นจะถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม เพื่อแบ่งความรับผิดชอบต่อชุมชนและมหาวิทยาลัยของตัวเอง ได้แก่ กลุ่มบิณฑบาต กลุ่มทำอาหารในแต่ละวัน กลุ่มดูแลรักษาน้ำที่ต่อลงมาจากบนภูเขา กลุ่มสันทนาการที่ต้องคอยเป็นวิทยากรด้านธรรมะให้กับบุคลทั่วไปที่มาถือศีล และสุดท้ายคือกลุ่มกำจัดขยะ เพราะการแบ่งหน้าที่เช่นนั้น จะได้ฝึกตนเอง รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีจิตสาธารณะอย่างเต็มเปี่ยม เรียกได้ว่ามีการฝึกการใช้ชีวิตแบบอีคิวนำไอคิว พัฒนาคนให้มีความเป็นมนุษย์มากกว่าความรู้" หัวหน้าฝ่ายวิชาการกล่าว
จุดเปลี่ยนของ แม่ชีศิรินภา พจนะแก้ว ว่าที่บัณฑิตใหม่ในรั้วมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย วัย 22 ปี ที่ได้ตัดสินใจออกบวชศึกษาธรรมมะอย่างจริงจัง หลังจากจบ ม.6 ทั้งๆ ที่สอบติดในมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว โดยให้เหตุผลของการสละรูปแบบชีวิตวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยทั่วไปว่า หลังมีโอกาสสนทนาธรรมกับพระรูปหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกว่าที่ตัวเองเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง เหมือนกับการเดินตามกติกาโลก เกิดมาต้องกิน เที่ยว ทำงาน มีครอบครัว สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าหากบวชเรียนแล้วนำหลักธรรมและความรู้มาสร้างประโยชน์กับผู้อื่น ความสุขของตัวเองจะได้มีรูปธรรมมากขึ้น
อีกบทบาทหนึ่งของมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ที่นอกจากการปลูกฝังความดีให้สตรีแล้ว ยังต้องการให้เป็นที่พักและที่พึ่ง สำหรับผู้หญิงที่ถูกเอาเปรียบในสังคม ดร.สุธีรา วิจิตรานนท์ ประธานที่ปรึกษา สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี กล่าวในฐานะฆราวาสผู้ร่วมสานต่อแนวคิดของแม่ชีกนิษฐาว่า เวลาคนเรามีปัญหามักจะหันหน้ามาพึ่งศาสนา ในทางตรงกันข้ามก็มีผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาใหญ่เกินกว่าจะปรึกษาพระสงฆ์ที่เป็นเพศชายได้ จึงเป็นเรื่องดีที่จะมีสถานที่ซึ่งเป็นเหมือนครอบครัวและที่พึ่งทางใจสำหรับผู้หญิงรวมถึงให้วุฒิการศึกษาพร้อมสอดแทรกหลักธรรมเพื่อเป็นแนวทางสร้างชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
ตัวอย่างของผู้หญิงที่หนีจากภาวะของการโดนเอาเปรียบทางสังคมอย่าง แม่ชีสุเพีย รวมรัตนะ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในวัย 26ปี อดีตตำรวจหญิง ฝ่ายยาเสพติดในประเทศกัมพูชา ที่หลบหนีการแต่งงานอย่างไม่เป็นธรรมมาปลงผมบวชชีที่ประเทศไทย
"ที่ประเทศกัมพูชาผู้หญิงที่โดนจับแต่งงานส่วนมากจะไม่มีทางหนีทีไล่อื่น การบวชชีจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดตามที่แม่ชีคิดได้ แต่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าไหร่นัก ตัวเองเลยตัดสินใจเข้ามาบวชที่ประเทศไทยตามคำแนะนำของรุ่นพี่ ช่วงแรกอาจมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวบ้าง โชคดีที่มีอาจารย์และเพื่อนๆ ที่นี่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ จนเวลาผ่านไป 5 พรรษา เพราะความสุขและความสงบที่ได้จากการบวชทำให้ไม่นึกว่าตัวเองฝืนใจ ในทางตรงข้ามกลับมีความสุขที่เอาประโยชน์จากธรรมมะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ แม้กระทั้งผู้ร้ายที่เคยจับพอพ้นโทษออกมา เราก็ช่วยด้วยการชักนำให้มาบวชมาถือศีลได้สำเร็จ " คำบอกเล่าจากอดีตตำรวจหญิงที่เอาชนะปัญหาของตัวเองด้วยธรรมะเข้าสู้
ด้วยเหตุนี้ความรู้วิชาการจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่จำเป็นที่สุดสำหรับนักศึกษา มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย เพราะความดี คือหัวใจหลักในการใช้ชีวตในสังคม ปีการศึกษาหน้านี้มหาวิทยาลัยจะเปิดรับนักศึกษาที่พึ่งจบระดับมัธยศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ตั้งแต่อายุ 19 -60 ปีเป็นต้นไป ติดต่อ โทร.04-4249-3989 หรือ www.pachapati.mbu.ac.th



