ข่าว

น้ำปนเปื้อนรังสีรั่วลงทะเล7ตันต่อชั่วโมง

น้ำปนเปื้อนรังสีรั่วลงทะเล7ตันต่อชั่วโมง

04 เม.ย. 2554

(4เม.ย.) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ส รายงานอ้างการประเมินของผู้เชี่ยวชาญว่า น้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีที่รั่วลงสู่ทะเลนั้น มีปริมาณมากถึง 7 ตันต่อชั่วโมง ด้านนายฮิเดฮิโกะ นิชิยาม่าโฆษกสำนักงานความปลอดภัยด้านอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ หรือ NIS ระบุว่า

น้ำปนเปื้อนเหล่านี้มาจากเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิม่า ไดอิชิ ที่มีสารกัมมันตรังสีไอโอดีน 131 ในสัดส่วน 1 ล้านเบคเคอเรล ต่อลิตร หรือราว 1 หมื่นเท่าของระดับปกติที่พบในน้ำในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

สารกัมมันตรังสี เริ่มรั่วออกมาจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิม่า ไดอิชิ ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม หลังจากระบบหล่อเย็นไม่ทำงาน ทำให้แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์มีความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาล ระบุว่า จะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีจะยุติลง และระบบหล่อเย็นกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี ในการทำความสะอาดพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าและคิดหาหนทางจัดการต่อไป

NIS ระบุว่า การกำหนดเวลากอบกู้วิกฤติโรงไฟฟ้านั้น อาศัยพื้นฐานจากขั้นตอนแรก ซึ่งก็คือการสูบน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีลงไปในเรือน้ำมันที่ว่างอยู่ ซึ่งเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ตามด้วยขั้นที่สอง คือ การกอบกู้ระบบหล่อเย็น ที่จะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่การทำงานแต่ละวันมักจะตามด้วยปัญหาใหม่ที่ปรากฎออกมา และคนงานต้องถอนตัวออกมาจากโรงงานบ่อยครั้ง เพราะระดับสารกัมมันตรังสีที่สูงในระดับอันตราย

ส่วนการพบศพ 2 คนงาน ที่บริษัทโตเกียว พาวเวอร์ อิเล็คทริค หรือ เทปโก้ เชื่อว่า พวกเขาจะเสียชีวิตตั้งแต่เกิดสึนามินั้น ล่าสุด เทปโก้ ระบุเพิ่มเติมว่า เศษซากความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ , สารกัมมันตรังสีและการระเบิดหลายครั้ง ทำให้คนงานคนอื่น ๆ ไม่พบศพของพวกเขา จนกระทั่งวันพุธ และไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ในทันที เพราะเคารพต่อครอบครัวของพวกเขา

เจ้าหน้าที่เทปโก้ เชื่อว่า คนงานทั้งสอง ได้ลงไปที่ชั้นเบสเม้นท์เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริคเตอร์ และต้องเผชิญกับสึนามิที่พัดกระหน่ำโรงไฟฟ้าในช่วงนั้น