
"ศักดิ์ชาย"นำมวยไทย เผยแพร่งานกีฬาโลก
ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นำทัพมวยไทยเผยแพร่งานประชุมกีฬาโลก ที่อังกฤษ เพื่อเปิดตลาดให้ทุกคนรู้จักมากขึ้น ก่อนเป้าหมายสู่โอลิมปิกเกมส์ มั่นใจจะได้รับความสนใจอย่างเต็มที่
ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ หรือ "อิฟม่า" เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมได้รับหนังสือเชิญและเป็นเกียรติให้เข้าร่วมประชุมงานกีฬาโลก หรือ "สปอร์ตแอคคอร์ด 2011" ระหว่างวันที่ 5-9 เมษายนนี้ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งภายในงานจะมีผู้นำทางด้านกีฬาจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมประชุม ปรึกษาหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การจัดซุ้มแสดงผลงานความสามารถทางด้านกีฬาแต่ละประเภท รวมไปถึงการจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เทคโนโลยีทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในอนาคต ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนจะมาจัดแสดงที่งานนี้
"ในส่วนของกีฬามวยไทยนั้น จะมีการจัดซุ้มแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้ได้รับทราบประวัติความเป็นมา ไล่ตั้งแต่ไหว้ครูมวยไทย, คีตะมวยไทย, การฝึกมวยไทยแบบถูกวิธีไล่ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงสุด คือ นักมวยไทยอาชีพ เพื่อต้องการให้ทุกคนนำไปเรียนรู้อย่างถูกต้อง เชื่อว่าจะได้รับความสนใจเป็นอย่างดี เพราะเราได้จับมือร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และค่ายมวยไทยในอังกฤษด้วยที่จะมาร่วมมือกัน นอกจากนี้ยังจะมีการประชุมย่อยของแต่ละชนิดกีฬา ซึ่งผมในฐานะประธานอิฟม่า ที่มีชาติสมาชิกมากถึง 126 ประเทศ ก็จะมีการประชุมเพื่อหาทางผลักดันให้กีฬาชนิดนี้เข้าไปอยู่ 1 ใน 50 ชนิดกีฬา ที่จะทำให้ทางโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี รองรับให้จงได้ เพราะถ้าหากเราไม่เริ่มต้นจากตรงจุดนี้ไปก่อน โอกาสที่จะเข้าไปสู่กีฬาโอลิมปิกเกมส์ตามขบวนการขั้นตอนต่างๆ ที่ ไอโอซี กำหนดคงยาก"
นายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหลายชาติให้ความสำคัญและสนใจมวยไทยมาก แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้มีปัญหาทับซ้อนเรื่อง 2 องค์กรทำให้หลายชาติเข้าใจผิด ต่อจากนี้ไปทุกอย่างคงดีขึ้น โดยเฉพาะทางรัฐบาล คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกีฬาของชาติให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ที่สำคัญเรายังจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดภายใต้โครงการ "มวยไทยสู่โอลิมปิก" เพื่อหาหนทางผลักดันกีฬาชนิดนี้ไปสู่สากลให้ได้ แต่ทุกอย่างต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดในการประชุมครั้งนี้ใช้งบประมาณ 3.8 ล้านบาท เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงาม พร้อมกับเชิญชวนผู้คนจากทั่วโลกมาเมืองไทย เพื่อสัมผัสและเรียนรู้กีฬาชนิดนี้อย่างแท้จริงในเมืองไทย เช่นเดียวกับเทควันโดต้องไปเรียนกันที่เกาหลีใต้ หรือยูโดต้องไปเรียนกันที่ญี่ปุ่น



