ข่าว

พาณิชย์เพิ่มเป้าส่งออกลุ้นปีนี้โต12%มองตลาดขยายตัวดี-สินค้าข้าว-มันสำปะหลังสดใส

พาณิชย์เพิ่มเป้าส่งออกลุ้นปีนี้โต12%มองตลาดขยายตัวดี-สินค้าข้าว-มันสำปะหลังสดใส

04 เม.ย. 2554

พาณิชย์ปรับเป้าส่งออกปี 54 คาดขยายตัวเพิ่มจาก 10% เป็น 12% มองลู่ทางส่งออกสินค้าเกษตรสดใส ทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ขณะที่ตลาดที่มีศักยภาพมีโอกาสขยายตัวดี เช่นอาเซียน จีน และอินเดีย "พรทิวา" ชี้ปีนี้เน้นนโยบาย "รักชาติ รักไทย นิยมไทย"

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเป้าการส่งออกปี 2554 ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 10% เพิ่มขึ้นเป็น 12% หรือมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 2.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวของตลาดที่มีศักยภาพ เช่น อาเซียนขยายตัว 23% จีนขยายตัว 20% อินเดียขยายตัว 18%

 นอกจากนี้ การที่สหรัฐ สหภาพยุโรป รวมทั้งญี่ปุ่นมีการระดมทุนหมุนเวียนจากภาครัฐเข้าไปในระบบสูงมาก จึงทำให้การขยายตัวทางการค้าการลงทุนสูงกว่าที่คาดการณ์ ขณะเดียวกันไทยยังได้รับผลดีจากการขยายตัวจากการค้าชายแดน โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าขยายตัว 22% หรือมีมูลค่า 9 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาท ในปี 2555

 สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าวคาดว่าจะส่งออกได้ทั้งปีประมาณ 9.5 ล้านตัน ส่วนมันสำปะหลังคาดว่าจะส่งออกได้ 6.9 ล้านตัน มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากความต้องการใช้โดยรวมเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม

 อย่างไรก็ตาม สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกคือ ปัจจัยจากธรรมชาติ เช่น ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้ผลผลิตลดลง การใช้สินค้าเกษตรเพื่อผลิตพลังงานทดแทน ความขัดแย้งทางการเมืองในตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาพลังงาน โดยอนาคตญี่ปุ่นอาจจะมีการใช้พลังงานเพื่อทดแทนพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะรักษาระดับอัตราเงินเฟ้อไม่ให้เกินระดับ 3.7%

 นางพรทิวา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะเน้นการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรเพื่อความมั่นคงของเกษตรกร ซึ่งจะมีการดำเนินงานเพื่อพัฒนาตลาดและบริหารการจัดการสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป โดยมีเป้าหมายในสินค้า 8 รายการ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง เมล็ดกาแฟ ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ลำไย ไก่เนื้อ กุ้งแช่แข็งและแปรรูปให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 5% ขณะเดียวกันจะติดตามควบคุมราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า เช่น ปัจจัยการผลิตปุ๋ย

 ส่วนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ จะเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าสู่เกณฑ์คุณภาพมาตรฐานสากล ได้แก่ ธุรกิจสปาร้านอาหาร ก่อสร้าง อู่ซ่อมรถ รวมทั้งกิจการดูแลผู้สูงอายุ

 "ทิศทางของกระทรวงพาณิชย์ในปี 2554 นี้ จะเน้นดำเนินนโยบาย "รักชาติ รักไทย นิยมไทย" โดยการส่งเสริมการบริโภคอาหารไทย ใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทย เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เป็นต้น" นางพรทิวา กล่าว

 สำหรับการพิจารณาปรับลดราคาน้ำมันปาล์มนั้น กระทรวงพาณิชย์มองว่าผลผลิตปาล์มที่เพิ่มขึ้นนี้น่าจะทำให้ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันปาล์มขนาดบรรจุขวด 1 ลิตร ปรับลดราคาลงได้ แต่คงจะต้องมีการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติอีกครั้ง