
"สี่เหล่าทัพ"ร่วมใจบรรเทาทุกข์ภาคใต้
มหันตภัยธรรมชาติกำลังกระหน่ำ 10 จังหวัดภาคใต้อย่างรุนแรง แต่ท่ามกลางความสูญเสียอย่างรุนแรงนั้นก็เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่า "น้ำใจไทย" มิเคยเหือดแห้ง โดยคนไทยทุกหมู่เหล่า รวมทั้งส่วนราชการทุกกรมกองต่างทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อซับน้ำตาชาวใต้อย่างเต็มที่
"กองทัพ" ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีความพร้อมทั้งด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ จึงเป็นหน่วยงานที่สำคัญ และมีบทบาทโดดเด่นอย่างมากในการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยในครั้งนี้
โดยทหารหาญทั้งสี่เหล่าทัพ ทั้งบก เรือ อากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ได้รุดเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุมาจนถึงทุกวันนี้
เริ่มจาก พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ได้สั่งให้ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยมี พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นผู้รับผิดชอบดูแล
หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกำลังพล 163 นาย รถบรรทุก 49 คัน รถเครน 1 คัน รถติดตั้งปั้นจั่น 1 คัน เรือท้องแบน 6 ลำ พร้อมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค 800 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พัทลุง
นอกจากนี้ ยังได้จัดชุดครัวสนามไปประกอบเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่อพยพมาอาศัยอยู่ที่อาคารศูนย์ศิลปาชีพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ด้วย
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4(มทภ.4) ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานกับทุกภาคส่วน
กองทัพบกส่งกำลังพล 700 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 55 คัน เรือท้องแบน 11 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ชุดครัวสนามประกอบเลี้ยง อาหารกล่อง 1,700 กล่อง ผ้าห่มกันหนาว เครื่องมือหนักเพื่อเปิดเส้นทางสัญจร เข้าไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช
นอกจากนี้ ยังจัดกำลังพล 151 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 คัน เข้าไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของและผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.หลังสวน และ อ.สวี จ.ชุมพร
รวมถึงจัดกำลังพล 180 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 15 คัน ชุดครัวสนาม ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และจัดกำลังพล 60 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 5 คัน ขนย้ายสิ่งของและผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง
ขณะเดียวกันยังจัดกำลังพล 211 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 12 คัน เรือท้องแบน 2 ลำ พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพ 800 ชุด ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.เมือง อ.เขาชัยสน และ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
พร้อมจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่จาก รพ.พระมงกุฎเกล้า พร้อมยาและเวชภัณฑ์ ให้การรักษาพยาบาลราษฎรผู้บาดเจ็บในพื้นที่
ส่วน พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้ พล.ร.อ.ณรงค์ เทศวิศาล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ จัดเรือรบหลวง พร้อมเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 2 ลำ และซีฮอว์ก 3 ลำ เรือท้องแบนความเร็วสูง 2 ลำ และชุดปฏิบัติการพิเศษออกปฏิบัติการ
นอกจากนี้ ยังจัดทีมแพทย์ พยาบาล อาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ 1,500 ชุด ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนเกาะเต่าและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ทั้งยังเตรียมเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย เรือหลวงแกลง และเรือหลวงเทพา เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และยังส่งเรือหลวงอีก 3 ลำ ที่ออกไปปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คือ เรือหลวงสุโขทัย ซึ่งปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่เกาะช้าง และเรือหลวงล่องลม ไปปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ ส่วนเรือหลวงบางปะกง ไปปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่เกาะสิมิลัน
ขณะที่ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้สั่งการตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) พร้อมจัดรถยนต์บรรทุกลำเลียงเรือท้องแบนขนาด 16 ฟุต พร้อมเครื่องยนต์ 3 ลำ เรือท้องแบนขนาด 10 ฟุต พร้อมพาย 10 ลำ เพื่อนำไปมอบให้แก่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ใกล้เคียงกองบิน 7
ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศร่วมกับสภากาชาดไทย นำถุงธารน้ำใจ 2,000 ชุด พร้อมชุดแพทย์สภากาชาดไทย ลำเลียงโดยเครื่องบิน ซี 130 จำนวน 2 เที่ยว ไปที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี โดยออกปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม เป็นต้นมา
นอกจากนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 7 ยังได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบรวม 4 อำเภอ คือ พุนพิน ไชยา ท่าฉาง และท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี
โดยจัดรถยนต์บรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ 3 คัน พร้อมกำลังพล 30 นาย ออกให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของและผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.ศรีวิชัย อ.พุนพิน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 1,760 คน จำนวน 441 ครัวเรือน
พร้อมสนับสนุนเรือท้องแบน 1 ลำให้แก่ อบต.ศรีวิชัย อ.พุนพิน และสนับสนุนเรือท้องแบน 1 ลำให้แก่ อบต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จัดกำลังพล 20 นาย ให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของและผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.ป่าเว อ.ไชยา
จัดรถยนต์บรรทุกขนาดกลาง 1 คัน พร้อมกำลังพล 30 นาย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลท่าชนะไปยังโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จัดรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ 1 คัน พร้อมกำลังพล 20 นาย ขนย้ายสิ่งของและผู้ประสบภัยที่สำนักปฏิบัติธรรมอมรรักษ์ อ.พุนพิน
จัดรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ 1 คัน พร้อมกำลังพล 20 นาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ ต.บางพลา อ.พุนพิน จัดรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก 2 คัน พร้อมกำลังพล 30 นาย ช่วยขนย้ายสิ่งของและผู้ประสบภัยในพื้นที่เทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน เป็นต้น
นี่เป็นอีกภารกิจของ “กองทัพไทย” ที่ผนึกกำลังให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับภัยพิบัติ นอกเหนือจากปกป้องอธิปไตย รวมทั้งการรักษาความมั่นคงภายใน และการดูแลความปลอดภัยประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รุมเร้าเข้ามาพร้อมๆ กัน
ทีมข่าวความมั่นคง



