
ย้อนยุค
หลายคนคงมีความสุขกับการย้อนยุคไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์ย้อนยุค ละครทีวีย้อนยุค หรือเข้าไปร่วมงานปาร์ตี้ย้อนยุค ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหากเราจะย้อนยุคนำเอาวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมที่เห็นว่ายังเหมาะสมกลับมาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ตนเอง ครอบครัว
สังคมไทยปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการเอารัดเอาเปรียบกันโดยนำความรู้หรือความไม่รู้ของชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือในการทำมาหากินที่ไม่สุจริต รวมทั้งกฎหรือระเบียบของทางราชการเองก็ออกมามากมายและเกี่ยวพันไปในทุกเรื่อง สิ่งเหล่านี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าในช่วงเวลาที่สังคมไม่ซับซ้อนเช่นนี้ เราแสวงหาความยุติธรรมกันอย่างไร
หากการย้อนยุคไปมองดูชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชาวบ้าน แล้วยอมรับว่าเกิดความชื่นชมกับความเรียบง่าย ความเป็นกันเอง และความเอื้ออาทรระหว่างกันของคนในชุมชน รวมทั้งความเมตตาธรรมที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม คำถามจึงน่าจะเป็นว่าเราจะย้อนยุคนำเอาสิ่งเหล่านี้กลับมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบยุติธรรมที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้อย่างไร
ระบบงานยุติธรรมทุกวันนี้เต็มไปด้วยขั้นตอน กฎ ระเบียบมากมายอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และที่สำคัญกลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้รับความยุติธรรม รวมทั้งต้องผ่านกระบวนการที่ต้องมีตัวแทนในการแสวงหาความยุติธรรมไม่ว่าจะเรียกเขาเหล่านั้นว่านักกฎหมาย หรือทนายความ หรือต้องมีกระบวนการเขียนคำขอคำร้องที่ต้องมีศัพท์เฉพาะ ไม่เป็นภาษาพูดแบบชาวบ้านทั่วไป
การนำเอาวิถีชีวิตแบบชาวบ้านและปัญหาของชาวบ้านในการเข้าถึงความยุติธรรม มาเป็นตัวตั้งในการปฏิรูประบบงานยุติธรรมจึงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญมากกว่าการถกเถียงเพื่อเปรียบเทียบว่าระบบของประเทศไหนควรนำมาปรับใช้กับสังคมไทย
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าจะต้องทำอยู่ตลอดเวลา แต่หัวใจของการเปลี่ยนแปลงน่าจะต้องให้น้ำหนักไปที่ความต้องการของชาวบ้านเป็นหลักแล้วจึงผสมผสานกับความเป็นสากลหรือประยุกต์ใช้ระบบที่ว่ากันว่าได้รับการพัฒนามาเป็นอย่างดีแล้ว
ในช่วงที่ผ่านมาการพัฒนาวิถียุติธรรมสำหรับสังคมไทยเป็นการพัฒนาที่นำเอารูปแบบจากตะวันตกมาผสมผสานกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านได้อย่างไม่แนบเนียนหรือแทบจะเรียกได้ว่านำเข้ามาทั้งตัวบทกฎหมายและวิธีคิด ด้วยความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่นำเข้ามามีความเป็นสากลและจะสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคมไทยได้อย่างสอดคล้องกลมกลืนกับความเป็นสังคมไทย
ในความเป็นจริงแล้วหากได้ย้อนยุคกลับไปจะพบว่ารากเหง้าของวิธีการในการแสวงหาความยุติธรรมแบบไทยๆ ก็ใช่ว่าจะล้าหลังหรือป่าเถื่อนไปเสียทั้งหมด และอย่างน้อยที่สุดชาวบ้านสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว และมีวิธีการ กระบวนการที่ชาวบ้านคุ้นชิน รวมทั้งไม่มีราคาค่าใช้จ่ายมากมายเพราะระบบยุติธรรมอยู่กับเขาในละแวกบ้าน ระบบราชการที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้สร้างกฎเกณฑ์มากมายจนกลายเป็นอุปสรรคในการแสวงหาความยุติธรรมเช่นทุกวันนี้
หากการย้อนยุคจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าก็ควรนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับกาลเวลาและสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อแน่ว่าการนำเอาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวบ้านมาผสมผสานกับมาตรฐานความเป็นสากลจะทำให้การอำนวยความยุติธรรมในสังคมไม่แปลกแยกออกจากชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมมากนักดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ย้อนยุคเป็นคนละเรื่องกับถอยหลังเข้าคลอง ย้อนยุคแล้วมีความสุขอิ่มเอมกับความยุติธรรมที่ได้รับ ดีกว่าเปลือกนอกดูทันสมัยแต่ที่แท้กลับถอยหลังเข้าคลองแล้วบ้านเมืองลุกเป็นไฟ



