ข่าว

หงส์ไร้ปาฏิหาริย์เชลซีทวงคืน4-4บาร์ซ่าเจ๊าเสือใต้

หงส์ไร้ปาฏิหาริย์เชลซีทวงคืน4-4บาร์ซ่าเจ๊าเสือใต้

15 เม.ย. 2552

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไร้ปาฏิหาริย์ในการผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แม้จะเป็นฝ่ายซัลโวขึ้นนำ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ไปก่อนถึง 2-0 แต่สุดท้ายกลับโดนเจ้าถิ่นไล่ตามตีเสมอแบบสุดมัน 4-4 ส่งผลให้ลูกทีมของ "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องกระเด็นต

 ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันอังคารที่ 14 เมษายน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยเจ้าถิ่นได้เปรียบจากเกมนัดแรก หลังบุกไปชนะด้วยสกอร์ 3-1 ส่งผลให้ทีมเยือนต้องพยายามบุกมาเก็บชัยชนะด้วยสกอร์ที่ห่างถึง 3 ลูกขึ้นไป เพื่อลุ้นพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

 นัดนี้ กุส ฮิดดิงค์ กุนซือเจ้าถิ่นต้องส่ง ริคาร์โด คาร์วัลโญ ที่เพิ่งกลับมาฟิตสมบูรณ์ลงไปยืนคุมเกมรับแทนที่ของ จอห์น เทอร์รี ซึ่งติดโทษแบน แถมยังคงยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมนัดแรกอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด, มิกกาเอล เอสเซียง และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ให้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ส่วน "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือทีมเยือนตัดสินใจส่ง ลูคัส ไลวา ลงไปเล่นในแดนกลางแทน "สตีวี่ จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่มีปัญหาบาดเจ็บ และไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง แต่ยังคงส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว   

 เริ่มเกมไปได้ 19 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ ปีเตอร์ เช็ก นายทวารเจ้าถิ่นที่หลงคิดว่า ฟาบิโอ ออเรลิโอ จะโยนบอลจากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา จึงทำให้ เช็ก เลือกที่จะไปยืนปิดเสาสอง แต่ทว่า ออเรลิโอ กลับตัดสินใจลักไก่ยิงลูกเรียดเข้าไปที่เสาแรก ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ต้องการอีกเพียงแค่ 2 ลูก เพื่อพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่มีข้อแม้ว่าห้ามเสียประตูเป็นอันขาด

 หลังจากนั้น เชลซี ต้องตกอยู่ในสภาพกดดันอย่างหนัก หลังพลาดท่าเสียประตูที่ 2 จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ไปดึง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ล้มลงในกรอบเขตโทษ จึงทำให้ หลุยส์ เมดินา คานตาเยโญ ผู้ตัดสินในเกมนี้จากสเปน ต้องเป่าลูกจุดโทษให้ทีมเยือนทันที ก่อนที่ ซาบี อลอนโซ รับหน้าที่สังหารเข้าไปในนาที 28 แต่เมื่อรวมผลสกอร์ 2 นัด แม้จะเสมอ 3-3 แต่ทว่า ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเรื่องของกฎประตูทีมเยือน จึงต้องพยายามยิงอีก 1 ลูก เพื่อคว้าสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่หลังจากนั้นไม่มีการยิงประตูเพิ่มเติม จบครึ่งแรก "หงส์แดง" เป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-0 

 เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียงแค่ 6 นาที เชลซี สามารถคลายความกดดันได้สำเร็จ หลังได้ประตูตีตื้น 1-2 จากจังหวะที่ นิโกลาส์ อเนลกา เปิดบอลจากริมเส้นให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา วิ่งเข้าชาร์จแบบสะกิดโดนเพียงเล็กน้อย แต่ทว่า โฆเซ เรนา กลับเสียหลักรับบอลพลาดกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเองไปโดยปริยาย ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะพลาดท่าปล่อยให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ตามตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ หลัง อเลกซ์ ฉวยโอกาสสังหารฟรีคิกในนาที 57 แบบที่แนวรับทีมเยือนยังไม่ทันได้ตั้งตัว

 ก่อนที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" พลิกสถานการณ์ยิงแซงขึ้นนำ 3-2 จากจังหวะที่ ดร็อกบา ผ่านบอลเข้ากลางให้ แลมพาร์ด ล้มตัวยิงเข้าไปในนาที 76 ส่งผลให้ "หงส์แดง" แทบจะหมดโอกาสสร้างปาฏิหาริย์ เพื่อลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป หลังรวมผล 2 นัด เป็นฝ่ายตามหลัง 5-6 แต่ทว่าทีมเยือนยังฮึดสู้ทำให้พอมีความหวังขึ้นมาบ้าง หลัง ลูคัส ซัดบอลเข้าไปตุงตาข่าย นาที 81 หลังจากนั้นอีก 1 นาที ลิเวอร์พูล กลับเป็นฝ่ายยิงขึ้นนำอีกครั้งเป็น 4-3 จากลูกโขกของ เดรียก์ เค้าท์

 อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด สามารถยิงตีเสมอให้เจ้าถิ่นในช่วงท้ายเกมนาที 89 แถมยังเป็นลูกที่ 2 ของเขาในเกมนัดนี้อีกด้วย หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ทั้งสองทีมลงเอยด้วยผลเสมอแบบสุดมัน 4-4 ส่งผลให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-5 พร้อมกับตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปดวลแข้งกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่บุกไปตามตีเสมอ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ถึงถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา 1-1 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ฟรองค์ ริเบรี นาที 47 แต่ทีมเยือนตามทวงคืนได้จาก เซย์ดู เกอิตา นาที 73 จึงทำให้ บาร์ซ่า ที่ตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกถึง 4-0 เป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์รวม 2 นัด 5-1  

 หลังจบเกม กุส ฮิดดิงค์ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" ยอมรับว่า ตัวเขาได้พูดจาด้วยถ้อยคำเกรี้ยวกราดใส่ลูกทีมภายในช่วงพักครึ่งแรก เพื่อหวังกระตุ้นให้ทุกคนกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง หลังต้องเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนถึง 0-2 แถมยังย้ำกับลูกทีมทุกคนว่า ต้องพยายามเปิดเกมรุกเข้าแลก และห้ามถอยลงมาเล่นเกมรับเป็นอันขาด เพราะตัวเขาอยากที่จะได้ประตูที่เสียไปคืนทั้งหมด ก่อนที่ลูกทีมทุกคนจะสามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการได้สำเร็จ   

 "พวกเรามีอารมณ์โกรธกันไม่มากนัก เพราะเรามีข้อผิดพลาดอยู่พอสมควร ดังนั้นผมต้องพยายามกระตุ้นให้ทุกคนในช่วงพักครึ่งแรก เพื่อหวังให้เราคัมแบ็กกลับคืนสู่เกมในช่วงครึ่งหลังให้ได้ ถ้าคุณต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-2 มันคงทำให้คุณเกิดอาการกังวลใจอย่างแน่นอน พวกเราไม่ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องเสียประตู แต่เราไม่ต้องการเล่นเกมรับอีกแล้ว เพราะเราต้องการได้ประตูตีเสมอมากกว่า แต่ถ้าถามเราว่ามีปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ แน่นอนว่า เรารู้สึกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก"       
 ด้าน "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ "หงส์แดง" กล่าวรู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น แม้ว่าลูกทีมของเขาจะยิงประตูในฐานะทีมเยือนได้ถึง 4 ลูก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ แต่กลับต้องเสียประตูไปถึง 4 ลูกเหมือนกัน แต่ทว่าโค้ชชาวสเปนรายนี้ยังกล่าวรู้สึกพอใจในตัวของลูกทีมของเขา เพราะทุกคนได้ต่อสู้กันอย่างเต็มที่ แต่ต้องยอมรับว่า เชลซี มีขุมกำลังผู้เล่นที่แข็งแกร่งจริงๆ และสมควรที่จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

 "ผมคิดว่า เราสมควรที่จะต้องรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเราสามารถยิงประตูในเกมนัดเยือนได้ถึง 4 ลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ผมรู้สึกพอใจในตัวของลูกทีม รวมถึงแฟนบอลทุกคน แต่เมื่อคุณเอ่ยถึง เชลซี คุณต้องพูดถึงเรื่องบรรดาผู้เล่นฝีเท้าดีระดับโลกที่อยู่ภายในสโมสรแห่งนี้หลายคน เมื่อคุณทำสิ่งที่ผิดผลาดกับทีมแบบนี้ คุณต้องยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน"