ข่าว

คนญี่ปุ่นผวาหน้าร้อนพลังงานขาดแคลน

คนญี่ปุ่นผวาหน้าร้อนพลังงานขาดแคลน

03 เม.ย. 2554

ญี่ปุ่นไม่ท้อหลังคอนกรีตอุดรอยรั่วน้ำปนเปื้อนสารกัมตรังสีทะลักสู่ทะลไม่สำเร็จ เตรียมสารโพลีเมอร์อุดรอยรั่วแทน เชื่อมีความยืดหยุ่นดีกว่า ขณะที่ชาวญี่ปุ่นผวาหน้าร้อนมีพลังงานมีใช้ใช้ไม่เพียงพอ หวั่นคนนับล้านทนร้อนไม่ได้ ส่วน อย. ลุยตรวจร้านอาหารในห้างสรรพส

เมื่อวันที่ 3 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเจ้าหน้าที่บริษัทโตเกียว อิเลกทริค เพาเวอร์ จำกัด (เทปโก) มีแผนที่จะใช้สารโพลีเมอร์เข้ามาอุดรอยแตกขนาด 20 เซนติเมตรของท่อเดินสายไฟที่เชื่อมเข้าไปยังเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ที่เชื่อว่าเกิดขึ้นจากคลื่นสึนามิซัดใส่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ เมื่อวันศุกร์( 11 มีค.) แทนการใช้คอนกรีตที่เจ้าหน้าที่ทดลองใช้ และพบว่าไม่สามารถหยุดยั้งน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาปนเปื้อนกับน้ำทะเลได้

 เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ของเทปโกกล่าวเมื่อคืนวันเสาร์ (2 เมย.)ว่า การใช้คอนกรีตไม่สามารถอุดรอยแตก และหยุดยั้งน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ออกมาได้ ซึ่งน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 มีปริมาณกัมมันตรังสีสูงถึง 1,000 มิลลิซีเวิร์ต และ เป็นสาเหตุของการตรวจพบสารไอโอดีน 131 ในทะเลสูงถึง 4,000  เท่าเหนือระดับปลอดภัยที่กฏหมายญี่ปุ่นกำหนดไว้

 ทั้งนี้โพลีเมอร์ที่เทปโกจะนำมาใช้มีคุณสมบัติในการดุดน้ำได้ดี และ จะพองตัวออกถึง 50 เท่า และเชื่อว่า จะช่วยอุดรอยแตกที่เกิดขึ้นกับท่อเดินสายไฟที่เชื่อมระบบต่างๆของโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีระดับสูงที่อยู่ในท่อเดินสายไฟและท่วมชั้นล่างของอาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 เชื่อว่ามาจากแก่นของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ที่แท่งเชื้อเพลิงบางส่วนได้หลอมละลายจากความร้อนสูงหลังระบบหล่อเย็นไม่ทำงานเนื่องจากคลื่นสึนามิซัดทำให้ระบบเสียหายหนัก

 ขณะเดียวกันแพลำเลียงน้ำจืดที่กองทัพสหรัฐอเมริกาส่งมาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เทปโกที่กำลังระดมฉีดน้ำจืดเข้าหล่อเย็นเตาปฏิกรณนิวเคลียร์ ได้เดินทางมาถึงและเทียบท่าอยู่ด้านนอกโรงไฟฟ้าแล้ว และ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ปั๊มคอนกรีตพร้อมท่อส่งคอนกรีตที่ออกแบบให้ใช้ส่งคอนกรีตขึ้นไปยังอาคารสูง ส่งน้ำไปฉีดหล่อเลี้ยงเตาปฏิกรณ์ ร่วมกับการปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์ที่ระดมทิ้งน้ำลงไปยังเตาปฏิกรณ์เพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นมากไปกว่านี้

ยอมรับพบศพ 2 เจ้าหน้าที่เทปโก

 มีรายงานว่าพบศพเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ 2 คนที่ถูกประกาศเป็นผู้สูญหายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์และคลื่นสึนามิซัดถล่มโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิเมื่อวันศุกร์ (11 มีค.)  โดยพบศพเจ้าหน้าที่ผู้เคราะห์ร้ายชื่อนาย โยชิกิ เทราชิมะ วัย 21 ปี และ นายคาซาฮิโกะ โคคุโบ วัย 24 ปี ที่เชื่อว่ากำลังตรวจโรงไฟฟ้าตามตารางงานประจำวันขณะที่เกิดเหตุ ที่บริเวณชั้นล่างของอาคารกังหันของเตาปฏิกรณ์เมื่อวันพฤหัส (31 มีค.)
 นายคาซุฟุมิ ซูซูกิ โฆษกของเทปโก เปิดเผบว่าสภาพสพเจ้าหน้าที่ทั้งสองมีร่องรอยการบาดเจ็บภายนอกหล่ายแห่ง และ คาดว่าเสียชีวิตเพราะเสียเลือดอย่างมาก
 โฆากเทปโกยังกล่าวยอมรับด้วยว่าความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่การจัดการแท่งเชื้อเพลิงอีกกว่า 10,000 แท่งที่อยู่ภายในโรงไฟฟ้าซึ่งต้องการการหล่อเย็นด้วยน้ำในบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ป้องกันไม่ให้แท่งเชื้อเพลิงเกิดการหลอมละลายและปล่อยสารกัมมันตรังสีออกสุ่สภาพแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นภาระหนักของเจ้าหน้าที่ต่อไปอีกหลายเดือน

ตำรวจตั้งด่านตรวจรังสี

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้ กำหนดจุดตรวจครอบคลุมรัศมี 30 ก.ม.โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อทำการตรวจสอบยานพาหนะทุกคันที่เดินทางผ่านเข้าออกจากบริเวณโรงไฟฟ้า โดยเน้นย้ำว่าทุกคนต้องฟังคำสั่งจากทางการอย่างจริงจัง และขอให้อยู่ในบริเวณที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น  ขณะเดียวกันบรรยากาศในเมืองฟุกุชิมะเงียบเหงามาก ถนนและบ้านเรือนเกือบจะกลายเป็นเมืองร้างหลังแผ่นดินไหวและสินามิพลัดถล่ม  ผู้คนถูกอพยพไปอยู่ในศุนย์รองรับผู้อพยพที่ปลอดภัย และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาให้รัศมี 20 กิโลเมตรจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
 อย่างไรก็ตามประชาชนจำนวนมากยังคงปฏิเสธที่จะบริโภคสินค้านำเข้าจากเมืองฟุกุชิมะ แม้ว่าทางการจะยืนยันว่า สินค้าที่อยู่นอกรัศมีเขตจุดตรวจแรกไปแล้ว มีปริมาณสารกัมตรังสีปนเปื้อนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อสุขภาพ
 ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งร้ายแรงในรอบประวัติศาสตร์ จังหวัดฟุกุชิมะเป็นจังหวัดที่เปรียบเสมือนคลังสินค้าเกษตรกรรม ส่งป้อนให้กับกรุงโตเกียวและจังหวัดอื่นทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และเป็นภัยคุมคามต่อเศรษฐกิจของเมืองฟุกุชิมะในอนาคต

ญี่ปุ่นยันอาหารปลอดภัย

 เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว วันเดียวกันขณะที่ทางการญี่ปุ่นยืนยันว่าการบริโภคสัตว์น้ำที่ชาวประมงจับขึ้นมาจากพื้นที่ 20 กิโลเมตรโดยรอบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ นั้นมีความปลอดภัย และไม่มีการห้ามจับสัตว์น้ำในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะธรรมชาติของสารกัมมันตรังสีนั้นสามารถเจือจางในน้ำได้อย่างรวดเร็ว
 ด้านกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าผลการทดสอบตัวอย่างผัก ผลไม้ และ สัตว์น้ำในพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิ มีสารกัมมันตรังสีซีเซียม และไอโอดีน ในปริมาณต่ำกว่าระดับที่กฏหมายถือว่าปลอดภัย

หวั่นฤดูร้อนทำชาวญี่ปุ่นทุกข์

 หน่วยกู้ภัยของญี่ปุ่น และ ทหารสหรัฐอเมริกา กว่า 25,000 นาย ได้ยุติการค้นหาศพผู้เสียชีวิตแล้ว หลังดำเนินการค้นหาต่อเนื่องถึง 3 สัปดาห์ ขณะที่ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้ประชาชนประสบกับความลำบากในการใช้ชีวิตเนื่องจากไม่สามารถใช้งานเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อนได้อย่างเต็มที่ เพราะประเทศกำลังเผชิญกับปัยหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า
 ทั้งนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ ได้ทำให้ปริมาณพลังงานไฟฟ้าโดยรวมของประเทศลดลงจากระดับ 52 ล้านกิโลวัตต์เหลือเพียง 31 ล้านกิโลวัตต์ ซึ่งแม้รัฐบาลจะเร่งผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าประเภทอื่นเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านกิโลวัตต์ และ มีแผนเพิ่มปริมาณไฟฟ้าในช่วงเดือนกรกฏาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของญี่ปุ่นเนื่องจากอากาศร้อน เป็น 45 ล้านกิโลวัตต์  แต่เมื่อเทียบกับสถิติความต้องการพลังงานไฟฟ้าระดับ 55-60 ล้านกิโลวัตต์ในช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นมีอากาศร้อนที่สุด ก็ยังนับว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ ชาวญี่ปุ่นบางคนถึงกับกล่าวว่าตนเองจะอยุ่ได้อย่างไรหากไม่สามารถใช้เครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน
 นอกจากนั้นการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้ายังส่งผลกระทบต่อการผลิตเหล็กของบริษัทนิปปอน สตีล ที่ต้องลดกะการทำงาน เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้า จากเดิมที่โรงงานแห่งนี้จะเดินเครื่องผลิตเหล็กตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่บริษัทนิสสัน มอเตอร์ มีแผนหยุดการผลิตของโรงงานประกอบรถยนต์ 7 แห่งในสัปดาห์นี้ เพราะชิ้นส่วนรถยนต์ในคลังลดลงอย่างมากและไม่มีชิ้นส่วนเข้ามาเพิ่มเติมเนื่องจากโรงงานผุ้ผลิตไม่สามารถเดินเครื่องได้ เช่นเดียวกับบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ได้เปิดสายการผลิตรถยนต์ที่โรงงานเพียง 2 แห่งจาก 17 แห่ง เพื่อผลิตรถยนต์เพียง 3 รุ่นจาก 60 รุ่น เนื่องจากปัญหาเดียวกับนิสสัน

เปลี่ยนประเทศนำเข้าแทนญี่ปุ่น

  วันเดียวกันนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกตรวจพื้นที่จำหน่ายอาหารญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-1เมษายน 2554 ได้ออกตรวจร้านอาหารญี่ปุ่น 10 แห่ง ร้านจำหน่าย 4 ในห้างสรรพสินค้า 4 แห่ง โดยตรวจว่ามีการนำเข้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ และตรวจว่ามีใบขออนุญาตนำเข้าอาหารหรือไม่ โดยพบว่าส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนการนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศอื่นเช่นนอร์เวย์ ออสเตรีย เป็นต้น
 ส่วนด่านอาหารและยาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลา ได้เก็บตัวอย่างอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 160 ตัวอย่าง พบผลปกติ 122 ตัวอย่าง ที่เหลือรอผล โดยเมื่อวานนี้เก็บส่งตรวจ 8 ตัวอย่าง เป็นปลา 7 ตัวอย่างและกุ้ง 1 ตัวอย่าง