
ผบช.น.เชื่อ"จักรภพ-จตุพร"ยังอยู่ไทย
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลประชุมสรุปสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เชื่อ"จักรภพ-จตุพร"ยังอยู่ไทย ขณะที่ทนายความแกนนำเสื้อแดงเตรียมยื่นคำร้องศาลขอปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเรียกร้องรัฐบาลเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวก่อนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว ทักษิณ
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องประชุมสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังยุติการชุมนุมเพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำ 3 แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง คือนายวีระ มุสิกพงษ์นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และน.พ.เหวง โตจิราการ ที่เข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเสร็จสิ้น เมื่อคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้ย้ายที่คุมขังทั้ง 3 แกนนำแล้ว
พล.ต.วรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ว่า ขณะนี้ได้มีการแยกคุมตัว 3 แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่ตชด.1 ที่ตชด.13 และค่ายนเรศวรหัวหิน ซึ่งได้สอบสวนเสร็จแล้ว และสามารถคุมตัวได้ 48 ชั่วโมงจากนั้นก็จะขอฝากขังต่อ ขณะนี้มีออกหมายจับแกนนำ 14 ราย ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการให้เกิดความวุ่นวายบ้านเมือง สำหรับกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ที่ยังไม่ได้ออกหมายจับนั้น ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ ยังไม่ได้จบแค่นี้ ยังอยู่ในขั้นตอนที่กำลังทำ
พล.ต.วรพงษ์ ยังกล่าวถึงการชุมนุมที่สนามหลวงว่า ขณะนี้ไม่มีแล้ว มีแต่เพียงการจับกลุ่มพูดคุยกัน ซึ่งใช้วิธีไม่ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งทางเราก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสังเกตุการณ์ และถ้าหากมีการปราศรัยโจมตีกันก็สามารถจับกุมได้เลย
ผบช.น.เชื่อ"จักรภพ-จตุพร"ยังอยู่ไทย
พล.ต.วรพงษ์ ยังกล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายจักรภพ เพ็ญแข ที่เป็น 2 ใน 14 แกนนำที่ถูกออกหมายจับ ว่า ขณะนี้น่าจะยังอยู่ในประเทศ สำหรับกระแสข่าวว่าได้ไปกบดานที่ฮ่องกง เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่
ด้านนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้ง 3 คน เปิดเผยว่า หากครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมง จะยื่นคำร้องต่อศาลขอปล่อยตัวชั่วคราว และทำเรื่องขอเพิกถอนหมายจับด้วย อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับนายวีระไม่กังวลกับการแยกคุมขังให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย
เอกชนจี้รัฐเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวก่อนไฮซีซั่น
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดกับการท่องเที่ยวขณะนี้รุนแรง ไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ ไฮซีซั่นระหว่างเดือนตุลาคม -พฤศจิกายนนี้ รัฐบาลควรเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ นอกจากนี้ ให้เร่งยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.รายงานภาวะการใช้จ่ายของประชาชน ว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงหลังเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะชะลอตัวในไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 โดยยอดรวมการค้าปลีกผ่านร้านขายของชำ ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 7.2 ตรงข้ามกับยอดค้าปลีกตลาดนัด แผงลอย และตลาดสด ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 64.2 ซึ่งชี้ว่าประชาชนหันมาซื้อสินค้าราคาถูกมากขึ้น ทั้งนี้ ยอดขายปลีกสินค้ามือ 2 ลดลงมากสุดถึงร้อยละ 50.3 เช่นเดียวกับสินค้าขายปลีกทางไปรษณีย์ ลดลงร้อยละ 33.8 สำหรับยอดนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยในเดือนมกราคมลดลงร้อยละ 16.8 ชี้ว่า ประชาชนชะลอการใช้จ่ายเช่นกัน
BBCชี้ไม่มีผู้ชนะจากเหตุการณ์ในเมืองไทย
บทวิเคราะห์ของโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพ ชี้ว่า บทสรุปเดียวสำหรับเหตุประท้วงและความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ คือ ไม่มีใครที่เป็นผู้ชนะ ไม่ใช่ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงที่พยายามจุดชนวนให้เกิดความรุนแรงจนนำไปสู่การปะทะกับทหาร และทำให้ถนนหลายสายในกรุงเทพได้รับความเสียหาย ส่วนนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่ผู้ชนะเช่นกัน แม้จะเรียกคืนอำนาจการบริหารจากความสำเร็จในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่คำมั่นที่เคยให้ไว้ตอนรับตำแหน่งเมื่อ 4 เดือนก่อน ที่ว่าจะส่งเสริมความสมานฉันท์ในชาติ ยังไม่มีความชัดเจน
ฝ่ายทหารไม่ใช่ผู้ชนะสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน เพราะแม้จะต้องเข้ามารับผิดชอบภารกิจที่ไม่น่าพิสมัย และสามารถทำได้สำเร็จโดยมีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุวุ่นวายจำนวนน้อยแต่การตัดสินใจเข้าจัดการผู้ประท้วงเสื้อแดง ทั้งที่ไม่ได้ดำเนินการกับกลุ่มเสื้อเหลือง ที่เมื่อปีที่แล้วได้สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองไม่ต่างกัน ก็ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ถึงคำกล่าวอ้างต่อจุดยืนที่เป็นกลางของกองทัพ
ตำรวจไม่ใช่ฝ่ายชนะเช่นกัน มิหนำซ้ำนักข่าวของบีบีซีบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้ตำรวจกลายเป็นหน่วยงานที่ไม่มีใครในเมืองไทยคาดหวัง ให้เข้ามามีบทบาทในการรับมือกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เพราะเมื่อต้องเผชิญกับผู้ประท้วงที่ปราศจากอาวุธ เพียงไม่กี่พันคนในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยาเมื่อสัปดาห์ก่อน ตำรวจทำได้แค่ต้านทานพอเป็นพิธี ส่วนที่กรุงเทพ แทบไม่มีตำรวจให้เห็นในความพยายามจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วง
และอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยังคงต้องลี้ภัยในต่างแดน และใช้คำพูดหว่านล้อมให้ประชาชนลุกฮือขึ้นประท้วง ไม่ใช่ผู้ชนะจากเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ทักษิณจ้อสื่อเทศอีกลั่นม็อบตายอย่างน้อย5ศพ
พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเทเลกราฟ ของประเทศอังกฤษ ในล็อบบี้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองดูไบ ว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกจับกุมทั้งหมด มิฉะนั้นจะเกิดความรุนแรงตามมามากกว่านี้ รัฐบาลไทยควรหาทางสมานฉันท์กับกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ใช่จับขังเช่นนี้ ต้องพูดคุยกัน ไม่ใช่จับขังเข้าคุก
"รุนแรงมาก็จะเกิดความรุนแรงตามมา แน่นอน หากคุณคิดว่าจะใช้อำนาจกดขี่ประชาชนก็อย่าคิดว่าพวกเขาจะเงียบ" อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า ตนไม่ได้สั่งการให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามอบตัว เพียงแต่เตือนให้แกนนำระวังตัวหลังเกิดเหตุปะทะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประท้วงที่ยุติลง ไม่ได้เป็นการพ่ายแพ้ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ปลุกปั่น บงการผู้ประท้วง แค่ให้การสนับสนุน เท่านั้น เพราะหากตนจะต่อสู้จริงๆ ก็จะไม่ใช้วิธีการต่อสู้เช่นนี้ เนื่องจาก มีกลยุทธ์มากกกว่านี้
"ตำรวจบอกผู้ประท้วงว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ และทหารนำศพไป เป็นความโหดร้ายมาก แต่ก็สบายใจขึ้นที่จะไม่มีการตายเกิดขึ้นอีก ยอมรับว่าเสียใจมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น " อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า หากคิดว่าการเล่นงานกลุ่มเสื้อแดงเป็นการเล่นงานตนเองได้ แต่หากไม่มีความสมานฉันท์ประเทศจะแตกหักมากกว่านี้



