ข่าว

ครูวอนพานร.ออกพื้นที่เสี่ยงต.กรุงชิง

ครูวอนพานร.ออกพื้นที่เสี่ยงต.กรุงชิง

03 เม.ย. 2554

"อภิสิทธิ์"แจกถุงยังชีพเหยื่อน้ำท่วม"สุราษฎร์-สงขลา-พัทลุง" ปภ.เผย ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมใต้ 40 ราย ครูโรงเรียนนบพิตำวิทยา ขอผู้ปกครองอพยพนักเรียน 500 ชีวิตออกจากพื้นที่เสี่ยงตำบลกรุงชิงหวั่นไม่ปลอดภัย ส่วนนอภ.นบพิตำ ปรับแผนช่วยเหลือชาวนบพิตำหลังไม่ออก

(3เม.ย.) ที่กรมขนส่งทหารบก เช้าวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางโดยเครื่องบิน Embraer บ.ท. 135 เพื่อเดินทางกไปยังจ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา และจ.พัทลุง เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วม และแจกถุงยังชีพ ภายหลังพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก

 ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ กล่าวก่อนออกเดินทางว่า จะลงไปตรวจการและสรุปสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง ภายหลังเมื่อวานนี้ ( 2 เม.ย.) ตนได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บิรหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหารกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้บริหารกรมชลประทาน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 

 เมื่อถามว่า ถ้าสถานการณ์เช่นนี้ต้องลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์อย่างต่อเนื่องใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องประเมินดูก่อน โดยในวันนี้จะไปจ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากได้รับรายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหามากที่สุดในเวลานี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการของคณะนายกรัฐมนตรีนั้น จะเดินทางถึงกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี   ในเวลาประมาณ 8.00 น . จากนั้นจะเดินทางไปโรงพยาบาลสราญรมย์   อำเภอพุนพิน เพื่อพบปะกับประชาชนและแจกถุงยังชีพ ต่อด้วยเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังจ.สงขลา และนั่งรถยนต์ต่อไปยังจ. พัทลุง ก่อนเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพมหานคร ในเวลาประมาณ 16.30 น

 ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้าน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ ว่า พบผู้เสียชีวิตเช้าวันที่ 3 เมษายน 40 ราย ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช 17 ราย จ.พัทลุง 3 ราย จ.สุราษฎร์ธานี 10 ราย จ.ตรัง 2 ราย จ.ชุมพร 2 ราย จ.กระบี่ 7 ราย ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งประกาศเตือน ให้ประชาชนบริเวณพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องระมัดระวังภัยจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีก  1 - 2   วัน       

 นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) กล่าวว่า ในวันนี้ เวลา 10.30 น. จะมีประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนในตการช่วยเหลือฟื้นฟู และเยียวยา ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งการมอบเงินช่วยเหลือ ก่อนจะนำผลประชุมที่สรุปได้นำเข้ารายงานต่อคณะรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้

นายศิริพงศ์ เอื้อศิริพรฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนบพิตำวิทยา อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า  แม้ในพื้นที่จะมีฝนน้อยลงและเริ่มมีแสงแดดให้เห็นบ้างแล้วก็ตาม หมู่ที่ 7และ 8 ต.กรุงชิง ถือว่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก และที่สำคัญมีข้อมูลพบรอยแยกของภูเขาซึ่งถือว่ายังเป็นพื้นที่อันตราย เบื้องต้นเร่งประสานขอความร่วมมือผู้ปกครองเด็กนักเรียนในพื้นที่ตำบลกรุงชิงซึ่งมีเด็กอยู่ประมาณ 500 คนให้เร่งอพยพเด็กๆมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมดเพื่อความลอดภัย โดยเฉพาะที่ศูนย์อพยพโรงเรียนนบพิตำวิทยา เนื่องจากจะมีครูและเจ้าหน้ที่คอยดูแลควาปลอดภันยให้อย่งเต็มที่

ส่วนผู้ปกครองหากยังมีความเป็นห่วงบ้านเรือนและทรัพย์สินซึ่งยืนยันจะอยู่ในพื้นที่ต่อนั้นก็ไม่ห้ามเพราะเชื่อว่ามีศักยภาพการดูแลตัวเองได้ แต่สำหรับเด็กๆอยากให้อพยพมาอยู่ที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

“มีเด็กอยู่ในพื้นที่ต.กรุงชิงประมาณ 400 -500คนและเป็นเด็กของโรงเรียนนบพิตำฯประมาณ 300 คนซึ่งขณี้ได้เร่งประสานขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองอพยพเด็กมาอยู่ที่โรงเรียนซึ่งเปิดเป็นศูนย์อพยพ โดยจะมีทั้งครูและเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างเต็มที่” นายสุรพงศ์กล่าว

ด้านนายณรงค์ กิจแถลง ครูโรงเรียนนบพิตำฯ กล่าวว่า ปัญหาที่พบขณะนี้คือ สภาพอากาศเริ่มดีขึ้น ทำให้ชาวบ้านไม่ยอมออกจากพื้นที่เสี่ยงเนื่องจากเป็นห่วงบ้านเรือน แต่สิ่งที่กังวลใจมากกว่านั้น คือ ความปลอดภัยของเด็กๆ เบื้องต้นได้พยายามเข้าไปติดต่อผู้ปกครองของเด็กให้อพยพมาอยู่ที่ศูนย์ฯชั่วคราว เนื่องจากมีหลายครอบครัวที่ไม่ยอมออกมาทำให้เด็กๆไม่ออกมาด้วย

“ คุณครูได้พยายามติดต่อผู้ปกครองทุกช่องทางเพื่อขอร้องให้นำเด็กออกมาอยู่พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว เนื่องจากเด็กหลายรายไม่ยอมออกมาหากผู้ปกครองไม่ออกมาด้วย” นายณรงค์ กล่าว

ขณะที่นายบุญสงค์ สิทธิยุโณ รักษาการนายอำเภอนบพิตำ เปิดเผยว่า  สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน นอกเหนือจากการอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงออกมาพักพิงในศูนย์อพยพฯ คือ การเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ยังอยู่ในพื้นที่และมีบางส่วนที่ยืนยันจะไม่ออกมาเนื่องจากเป็นห่วงบ้านเรือน ทำให้เจ้าหน้าต้องเร่งแผนสำรองในการช่วยเหลือ

โดยเฉพาะการจัดระเบียบชาวบ้านที่ต้องการจะอยู่ต่อในพื้นที่เพื่อสร้างระบบการประสานงานและการดูแลความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากต้องยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มซึ่งอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้อีก แต่เมื่อชาวบ้านยืนยันไม่ออกมาจำเป็นที่ต้องหามาตรการที่รับมือกับสถานการณ์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราพยายามนำเครื่องปั่นไฟเข้าไปติดตั้งในพื้นที่ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ไม่ลำบากนัก ขณะเดียวกันกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ต่อต้องเป็นผู้ชายที่สามารถดูแลตัวเองได้เท่านั้น ส่วนเด็ก ผู้หญิง คนแก่และคนป่วยจำเป็นต้องให้ออกมาเพื่อความปลอดภัย” นายบุญสงค์ กล่าว

นายบุญสงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ส่งทีมแพทย์เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลพระมงกุฎฯและโรงพยาบาลมหาราชฯเข้าไปตั้งจุดคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น เช่นเดียวกับการซ่อมแซมในส่วนของการติดต่อสื่อสารเพื่อให้คนภายนอก สามารถติดต่อกับคนในพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น แต่เนื่องจากระบบสัญญาณโทรศัพทมือถือได้รับความเสียหายอย่างหนักเพราะสายใยแก้วขาดหลายจุดทำให้ต้องหาช่องทางการสื่อสารโดยใช้วิทยุสื่อสารเป็นหลัก

 นางสาวเพยาว์ เรืองนาม นักอุตุนิยมวิทยา ประจำศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ชายฝั่งตะวันออก จ.สงขลา เปิดเผยว่าสภาพ ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ปริมาณฝนเริ่มเบาบางลงโดยเฉพาะที่กระบี่ นครศรีธรรมราช สุราษฎรานี พัทลุง หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ประสบกับภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่สุดหลายพื้นที่จนทางราชการต้องมีการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัตินับ10จังหวัด โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ตอนกลางที่เผชิญภาวะวิกฤตอย่างหนัก
 
 จากที่มีกระแสข่าวว่าในช่วงวันที่4 เมษายน เป็นต้นไปจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำอีกระลอกที่แผ่ลงมาปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ และจะทำให้มีฝนตกอีกครั้งล่าสุดจากการติดตามและเฝ้าตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนอกจากพบว่ามวลอากาศเย็นที่กำลังอ่อนตัวจนทำให้ปริมาณฝนทั่วพื้นที่ภาคใต้เริ่มลดลง และหยุดตกแล้วในหลายจุด ยังทราบว่าความวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศในช่วงตั้งแต่สัปดาห์หน้า หรือวันที่4 เมษายน เป็นต้นไปยังไม่พบความผิดปกติของหย่อมความกดดอากาศ ซึ่งหมายถึงพื้นที่ภาคใต้กำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่อนข้างแน่นอน

 “นาทีนี้เราไม่พบหย่อมอากาศที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะแผ่อิทธิพลลงมาปกคลุมพื้นที่ภาคใต้และจะทำให้เกิดฝนตกหนักละอกใหม่ ซึ่งสภาพอากาศในเวลานี้บอกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนในภาคใต้ที่จะมีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์ และฝนเริ่มเบาบางและขาดเม็ดกระทั่งหยุดตกในหลายพื้นที่แล้ว”
 
 นักอุตุนิยมวิทยา กล่าวต่อว่า ขณะนี้จุดที่น่าเป็นห่วงคือชาวบ้าน และราษฎรที่มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำจากภูเขา หรือที่สูงยังไหลลงสู่ที่ต่ำและต้องติดตามสถานการณือย่างใกล้ชิดเพราะบางจุดระดับน้ำยังไหลเข้าท่วมพื้นที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
 ส่วนพื้นที่ภูเขาขณะนี้ต้องติดตามปัญหาเรื่องของสภาพพื้นที่ซึ่งบางจุดมีรอยแยก รอยแตกร้าว อันเนื่องมาจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นต้องสำรวจว่าบริเวณใดเป็นจุดเสี่ยงหรือจุดอันตรายซึ่งประชาชนควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในระยะนี้ ส่วนปัญหาน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาคาดว่าขณะนี้ปริมาณน้ำป่าคงจะไหลลงสู่ที่ต่ำเกือบหมดแล้วหากไม่มีฝนตกซ้ำลงมาอีก

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ว่า ขณะนี้ก็ยังเกิดน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตรัง ทั้งในเขตเทศบาลนครตรัง ฝั่งทางด้านทิศตะวันตก รวมทั้งอำเภอเมืองตรัง อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา หลังพนังกั้นแม่น้ำตรัง ได้พังทลายลงมาเกือบ 10 จุด ในพื้นที่ตำบลบางรัก ตำบลหนองตรุด และตำบลนาตาล่วง ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนสูง และยังมีฝนตกหนักเป็นระยะ ทำให้มีน้ำที่ไหลยังเชี่ยวกรากและมีปริมาณมากกว่าทุกๆ ครั้ง จึงยิ่งก่อให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

 โดยเฉพาะพื้นที่ 8 ตำบลของอำเภอเมืองตรัง คือ ต.บางรัก ต.นาตาล่วง ต.นาท่ามเหนือ ต.นาท่ามใต้ ต.หนองตรุด ต.นาโต๊ะหมิง ต.ควนปริง และ ต.ทับเที่ยง น้ำยังอยู่ในระดับที่สูงประมาณ 1-2 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือน สถานที่ราชการ ระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่ทางการเกษตร ต้องประสบกับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะริมถนนสายตรัง-สิเกา ถนนสายตรัง-กันตัง และถนนสายเลี่ยงเมืองตรัง-ห้วยยอด ส่งผลกระทบต่อการสัญจรไปมาระหว่าง 4 อำเภอ คือ เมืองตรัง กันตัง สิเกา และวังวิเศษ ซึ่งแทบจะต้องถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง

 ขณะที่พื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอกันตัง คือ ต.โคกยาง ต.ย่านซื่อ ต.คลองชีล้อม ต.บางเป้า ต.ควนธานี ต.บางหมาก รวมทั้งพื้นที่ 1 ตำบลของอำเภอสิเกา คือ ต.นาเมืองเพชร ก็ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตรัง ซึ่งต้องรองรับน้ำจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ด้านตัวเมืองตรัง ฝั่งทิศตะวันออก จากแม่น้ำปะเหลียน ด้านตัวเมืองตรัง ฝั่งทิศใต้ และจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านตัวเมืองตรัง ฝั่งทิศเหนือ ก่อนที่น้ำทั้งหมดจะไหลลงไปสู่ทะเลอันดามัน

 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดปรากฎการณ์แผ่นดินแยกตัวภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 บ้านนบ ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านเสียหาย จำนวน 1 หลัง เมื่อไปถึงพบบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินแยกตัวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว โดยมีนายยูโสบ กิจเหล็ก อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 27 / 2 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก เป็นเจ้าของบ้าน มีอาชีพค้าขายและทำสวน ปลูกอยู่ติดถนนภายในหมู่บ้าน เปิดเป็นร้านขายของชำ
 
 จากการตรวจสอบตัวบ้านของนายยูโสบ พบว่าที่บริเวณในส่วนที่สร้างเป็นห้องครัวและห้องน้ำของบ้าน กว้างประมาณ 4 เมตร ยาว 4 เมตร มีผนังแยกออกจากตัวของบ้าน และในส่วนของพื้นครัวที่ปูด้วยกระเบื้องเคลือบก็พบรอยแตกร้าว อย่างเห็นได้อย่างชัดเจน โดยข้างบ้านที่เป็นพื้นดินมีหญ้าปกคลุมบางๆพบว่ามีรอยแผ่นดินแยกออกจากกันเป็นทางยาวประมาณ 15 เมตร ผ่านเข้าไปทางส่วนที่เป็นครัวของบ้าน รอยแยกของแผ่นดิน กว้าง ประมาณ 3-4 นิ้ว สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในส่วนความลึกจากการเอาไม้หยั่งลงไป ลึกประมาณ 3 เมตร
 
 นายยูโสบ เจ้าของบ้านเล่าว่า เมื่อประมาณวันที่ 29 ที่ผ่านมา ขณะที่กลับมาจากกินกาแฟที่ร้านขายกาแฟข้างบ้านทางภรรยาก็บอกว่า บริเวณบ้านส่วนที่เป็นครัวพบรอยแตกร้าวของบ้านผิดปกติ แต่ก็ไม่สนใจมากนัก คิดว่าเป็นรอยแตกร้าวของฝาผนังปูนธรรมดา แต่เมื่อเช้าของวันนี้ พบว่าตัวบ้านแตกร้าวผิดปกติ และแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว จึงได้ตรวจดูก็พบว่าข้างบ้านมีรอยแผ่นดินแยกเป็นทางยาวผ่านเข้าไปทางส่วนที่เป็นครัวของบ้านและเลยผ่านไปทางหลังบ้าน จึงคิดว่าสาเหตุที่ทำให้บ้านร้าวเกิดจากแผ่นดินแยกตัว จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ อบต.และผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาตรวจ
 
 ตนรู้สึกกลัวมากและไม่เคยเห็นแผ่นดินแยกอย่างนี้มาก่อน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดจากผลกระทบและน้ำท่วม ดินถล่ม ที่เกิดขึ้นข้างๆหมู่บ้าน ซึ่งเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งหรือไม่ อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร และอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกให้ชัดเจนว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร และมีความปลอดภัยหรือไม่เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ตอนนี้ต้องนอนผวาทุกคืน

 ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับพื้นที่หมู่บ้านที่เกิดดินถล่ม และน้ำท่วม อยู่ในหมู่ที่ 5 บ้านช่องไม้ดำ ตำบลคลองหิน ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน โดยจากการเข้าไปตรวจสอบสอบพบว่าในพื้นที่บ้านช่องไม้ดำ เกิดดินถล่ม พัดบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหาย จำนวน 4-5 หลังคาเรือน โดยจุดที่เกิดดินถล่มก็มาจากเขาพนมเบญจา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดกระบี่ และเป็นวันเดียวกันกับภูเขาพนมเบญจาถล่ม หมู่บ้านต้นหาร ซึ่งอยู่คนละทิศกัน แต่โชคดีที่บ้านช่องไม้ดำไม่มีผู้เสียชีวิต เนื่องจาก นายประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล นายอำเภออ่าวลึก ได้สั่งการให้อพยพชาวบ้านออกไปก่อน