
ใช้แล้วต้องไม่ทุกข์ชีวิตไม่แยกส่วนของ อัญรัตน์ พรประกฤต
ดิฉันนัดสัมภาษณ์ คุณอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ในเวลาบ่ายสองโมง แต่ด้วยความที่วันนั้นฝนฟ้าไม่เป็นใจ ทำให้ถนนหลายสายในกรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นคลองขนาดย่อมๆ
ทำให้ดิฉันไปก่อนเวลานัดหมายประมาณครึ่งชั่วโมง และตั้งใจว่าจะนั่งอ่านหนังสือรอไปเรื่อยๆ แต่ปรากฏว่า แค่ 10 นาทีหลังจากเดินทางไปถึง คุณอัญรัตน์ก็เดินมาส่งเสียงทักทายพร้อมกับบอกว่า ขอเวลาเคลียร์งานที่ค้างอยู่อีกนิดเดียว แล้วจะรีบมาให้สัมภาษณ์
จริงๆ อาจไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องที่ต้องเล่า แต่ด้วยประสบการณ์ที่พบเจอ หลายครั้งที่นักข่าวไปก่อนเวลานัดหมาย แต่ต้องรอแหล่งข่าวอีกอย่างน้อย 15 นาที หรือครึ่งชั่วโมง ทั้งๆ ที่นัดหมายล่วงหน้า และเราก็ไปถึงก่อนเวลา ตั้งแต่ทำงานมาเกือบ 20 ปี บอกได้เลยว่า นี่เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่ดิฉันได้สัมภาษณ์ “ก่อน” เวลานัดหมาย
วันที่ได้คุยกับ “คุณอัญ” จึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ที่ดียิ่งกว่าคือ อีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งหลังจากนั้น ดิฉันได้อะไรกลับมาฝากคุณผู้อ่านมากมาย
ความตั้งใจแรกในการติดต่อขอสัมภาษณ์คุณอัญนั้น ดิฉันอยากได้มุมมองการบริหารเงินแบบผู้หญิงๆ ที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องเงินๆ ทองๆ มาตลอด เพราะนอกจากจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบัญชีแล้ว คุณอัญยังเคยทำงานในสำนักงานสอบบัญชีชั้นนำ ก่อนจะศึกษาระดับปริญญาโทด้านการตลาด และสามารถคว้ารางวัลจากการประกวดแผนธุรกิจในระดับโลก
จนกระทั่งวันนี้ที่เธอรั้งตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน” หรือ “ซีเอฟโอ” ของเพชรยูบิลลี่ ที่หลายคนคิดว่าเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่จริงๆ แล้ว การเป็นบริษัท “มหาชน” รวมถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ บ่งบอกถึงความเป็น “มืออาชีพ” ของคุณอัญได้เป็นอย่างดี
นั่นทำให้ดิฉันเชื่อว่า ผู้หญิงคนนี้มีแนวคิดที่น่าสนใจไม่น้อย แล้วก็ไม่ผิดคาดจริงๆ ค่ะ
คุณอัญเล่าเรื่องการใช้ชีวิตในแบบ “ผู้หญิงทำงาน” ที่แตกต่างจากหลายคน เพราะในขณะที่หลายคนแยกระหว่าง “งาน” กับ “ชีวิตส่วนตัว” แต่สำหรับเธอแล้ว ชีวิตไม่มีคำว่า “แยกส่วน”
“จะบอกว่า เป็นคนทำงานตลอดเวลา ก็คงพูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะไม่เคยคิดว่า นี่เรากำลังทำงานหรือว่าไม่ได้ทำงาน มันเหมือนกับชีวิตที่เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แยกไม่ออกค่ะ อย่างเวลาอยู่ที่ออฟฟิศเราก็สนุกกับงานจนเพลิน พอกลับบ้านเราก็คิดโน่นคิดนี่ที่เกี่ยวกับงานอีก หรือแม้กระทั่งเวลาออกกำลังกาย เวลาว่ายน้ำ เราก็ยังคิดอะไรได้อีกเยอะ เพราะเหมือนกับมันเป็นมุมสงบ ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น”
อย่างคอลเลกชั่นใหม่ของ “เพชรยูบิลลี่” ที่เพิ่งอวดโฉมล่าสุดในนาม “ดิ เอ็กซ์เซลเลนซ์” นั้น คุณอัญบอกว่า เธอใช้เวลาไม่น้อยตั้งแต่เริ่มคิด วางกลยุทธ์ ถกกับทีมงาน ทั้งฝ่ายผลิตและฝ่ายขาย แม้กระทั่งการรวบรวมเพชรจากซัพพลายเออร์ ทั้งหมดต้อง “เนี้ยบ” ให้สมกับคำว่า “เอ็กซ์เซลเลนซ์”
“ธุรกิจเพชรเป็นธุรกิจที่ละเอียดอ่อน และเราต้องใส่ใจทุกขั้นตอน ในแต่ละคอลเลกชั่นต้องเริ่มจากแนวคิดที่ตกผลึกบนโต๊ะประชุม ฝ่ายผลิตต้องรับรู้ว่า ผลิตแบบนี้ได้แน่นะ ขณะที่ฝ่ายขายก็ต้องรู้ว่าจะขายอะไรให้ลูกค้า คุยกันให้จบ แล้วพอจบแล้วก็ลงมือทำ และทุกคนที่นี่ต้องรู้ว่า เราไม่ได้ทำธุรกิจแค่ขายเพชรหรือเครื่องประดับเพชร แต่เรายังทำหน้าที่บริการด้วย ต้องดูแลความพึงพอใจของลูกค้าด้วย ถามว่าเหนื่อยมั้ย ถ้าเราคิดว่าเหนื่อย มันก็เหนื่อย หรือถ้าเราคิดว่าหนัก มันก็หนัก แล้วจะไปคิดทำไม เพราะสุดท้ายเราต้องทำ ก็คือ ต้องทำ”
นั่นทำให้ผู้บริหารสาวสวยของ “เพชรยูบิลลี่” บอกว่า ทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่ “ทัศนคติ” เป็นตัวกำหนด เช่นเดียวกับการบริหารเงินทองของสาวๆ ยุคนี้ ที่คุณอัญบอกว่า ต้องเริ่มต้นจาก “ทัศนคติ” ที่ไม่เครียดเกินไป และไม่กดดันตัวเองมากเกินไป
“ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะบริหารเงินหรือการลงทุนของตัวเอง ท่ามกลางความเครียด หรือความทุกข์ เพราะเรามีวิธีบริหารจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ แบบไม่เครียดได้ เพียงแค่จัดสรรให้ถูกต้อง ไม่ใช่เก็บออมทั้งหมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนไหนเก็บก็ต้องเก็บ ส่วนไหนใช้ก็ต้องใช้ เพียงแต่ตอนใช้ต้องคิดให้รอบคอบ ไม่ใช่ฟุ่มเฟือย ต้องมีหลักความยืดหยุ่น เดือนนี้อาจจะใช้ไปเยอะแล้ว ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เดือนหน้าก็งดหรือใช้ให้น้อยลง แล้วเก็บให้มากขึ้น”
ที่สำคัญที่สุดนั้น คุณอัญบอกว่า สาวๆ ทั้งหลายมักมีปัญหากับการบังคับใจตัวเอง หรือขาดความยับยั้งชั่งใจ โดยเฉพาะเมื่อการจับจ่ายใช้สอยทำได้ง่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้คุณผู้หญิงต้องมี “วินัย” ให้มากขึ้น
“กำลังนึกถึงหลักคิดหนึ่งที่เราเห็นมาตลอดในธุรกิจเพชร นั่นคือ ธุรกิจนี้เป็นอะไรที่มี ‘ความสุข’ เราเห็นลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน หรือแม้กระทั่งที่เคาน์เตอร์ ไม่ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ลูกค้าก็มีความสุขแล้ว ไม่เคยเห็นใครมีความทุกข์เวลาที่มาซื้อเพชร ดังนั้นต้องคิดก่อนใช้เสมอว่า เวลาใช้แล้วต้องไม่ทุกข์ ถ้ารู้ว่าทุกข์ ก็ต้องไม่ใช้”
แม้คุณอัญจะใช้ชีวิตที่เป็น “หนึ่งเดียว” ของเธอแบบไม่แยกส่วน ไม่ว่าจะงานหรือเวลาส่วนตัว ที่ไม่แยกจากกันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่สำหรับเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว คุณอัญยืนยันว่า ต้องแยกส่วน ต้องจัดสรร ต้องยืดหยุ่น และสำคัญที่สุดคือ ต้องไม่มีความทุกข์จากการใช้ทรัพย์
ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]



