
สัตว์ป่า-สัตว์เลี้ยงเครียดตายเตือนรับมือ"อากาศเปลี่ยน"
ผลพวงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอุณหภูมิลดต่ำอย่างเฉียบพลันถึง 2 ครั้งในช่วงเดือนมีนาคม ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด เกิดฝนตกหนักในภาคใต้ ส่งผลให้สัตว์ต่างๆ ต้อง "หนาวตาย" เป็นจำนวนมาก เนื่องจากปรับตัวไม่ทันต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน โดยเฉพาะในพื้นที่
ไม่ต่างจาก จ.พะเยา พบ "นกอีแอ่น" ที่อพยพหนีหนาวมาอยู่ตามแหล่งธรรมชาติใน จ.พะเยาเริ่มทยอยตายลง จนปศุสัตว์จังหวัดต้องเปิดศูนย์เฉพาะกิจสั่งทุกอำเภอสำรวจสัตว์ต่างๆ ที่หนาวตายในครั้งนี้ ส่วน "ลิงแสม" ที่อุทยานลิงดอนปู่ตา จ.อำนาจเจริญ ประมาณ 2,000-3,000 ตัวก็ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นสลับฝนตก ผู้คนไม่ออกมาเที่ยวและให้อาหารลิงเหมือนเช่นเคย ฝูงลิงแสมเริ่มอดยากบวกกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ลิงป่วยและหิวโซ
ขณะที่สัตว์ในสวนสัตว์ก็ต้องเผชิญกับภัยหนาวเช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์สรรหาวิธีต่างๆ มาคลายหนาวให้ โดยเฉพาะสัตว์เลือดเย็น สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดต่างๆ อาทิ การนำไฟยูวีมาติดตั้งเพิ่มความอบอุ่น รวมถึงนำฮีตเตอร์มาเพิ่มอุณหภูมิน้ำในบ่อเลี้ยง เพราะถ้าหากอุณหภูมิต่ำมากๆ ระบบภายในร่างกายของสัตว์เลือดเย็นจะไม่ทำงานและตายในที่สุด
รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้สัตว์ต่างๆ ต้องล้มตายในช่วงอากาศหนาวอย่างฉับพลันว่า การเปลี่ยนแปลงของอากาศทำให้สัตว์เกิดความเครียด โดยเฉพาะสัตว์ที่มีความเป็นอยู่ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์อยู่แล้ว จะยิ่งทำให้สัตว์ทนการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เกิดโรคต่างๆ แทรกซ้อน โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ถ้าหากอากาศยังแปรปรวนแบบนี้เรื่อยๆ ถ้าสัตว์ตัวไหนที่มีความแข็งแรงอยู่แล้วก็จะปรับตัวและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ส่วนสัตว์ที่สภาพร่างกายอ่อนแอและไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีหรือการบำรุงที่ดีก็จะทำให้เกิดโรคและเสียชีวิตได้
"อากาศที่เปลี่ยนฉับพลันต้องมีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว ซึ่งส่งผลทั้งสัตว์เลี้ยงทั่วไป สัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ และสัตว์ป่าด้วย การเลี้ยงสัตว์จึงต้องสร้างความแข็งแรงให้แก่สัตว์เลี้ยง ด้วยอาหารที่สมบูรณ์และการเลี้ยงดูที่เหมาะสมอบอุ่น จึงทำให้สัตว์สามารถดำรงชีพต่อไปได้ หากพบสัตว์ล้มตายต้องมาดูที่จุดที่เกิดโรคว่าที่ล้มตายเยอะนั้นเกิดจากอะไร สภาพการเลี้ยงดูดีหรือไม่ ก็ต้องปรับเปลี่ยน ดีกว่ามาไล่รักษาจะลำบากกว่า ฉะนั้นควรป้องกันและสร้างสุขภาพที่ดีเป็นสำคัญ" รศ.น.สพ.ปานเทพแนะนำ
ด้าน ปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แนะนำว่า กรณีสัตว์หนาวตายเกิดจากช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก คือมีหนาวเป็นร้อนช่วงหนึ่ง แล้วมีหนาวเป็นฝนช่วงหนึ่ง ต่อมาอากาศหนาวในเวลาติดๆ กัน จึงทำให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ตามธรรมชาติหรือตามป่าเขานั้นปรับตัวไม่ทัน เพราะต้องทนอยู่ในสภาพที่โล่งแจ้ง ไม่มีโรงเรือน แถมช่วงก่อนจะมาหนาวนั้น สภาพอากาศค่อนข้างแล้งไม่มีแหล่งอาหารอย่างพอเพียง ทำให้สัตว์ร่างกายอ่อนแอ แล้วยังมาเจอฝนตกในช่วงอากาศหนาว จึงทำให้เป็นโรคบอดบวมตาย
ส่วนแผนการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น นายปรีชา บอกว่า ได้ส่งทีมสัตวแพทย์ประจำจังหวัดลงไปตรวจดูในพื้นที่แล้ว สำหรับวัวที่เหลือรอดชีวิต ต้องให้ชาวบ้านต้อนกลับเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อที่จะช่วยให้ได้รับความอบอุ่น รวมทั้งทีมสัตวแพทย์เตรียมวิตามิน เกลือแร่ไปให้ช่วยบำรุงร่างกาย พร้อมเตรียมอาหารสัตว์เข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากวัวควายเหล่านี้ลักษณะซูบผอมมาก
"หากมีสภาพอากาศแปรปรวนอีก มีข้อแนะนำในการเลี้ยงสัตว์ว่า ต้องมีอาหารให้อุดมสมบูรณ์ บางที่ปล่อยให้หากินตามธรรมชาติอาจไม่พอเพียง แล้วต้องมีการฉีดวัคซีน กรณีวัวควายล้มตายที่อมก๋อยนั้น เกิดจากสัตว์เลี้ยงมีร่างกายอ่อนแอ เมื่อเจอสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้เป็นโรคปอดบวม แต่ชาวบ้านก็บอกว่าเคยปล่อยไว้แบบนี้ก็พออยู่ได้ แต่มาเจอวิกฤติอากาศแบบนี้ สัตว์ที่ที่ไม่แข็งแรงก็ไม่สามารถทนได้" อธิบดีกรมปศุสัตว์ทิ้งท้าย



