
'เตีย บัน'ยื่นคำขาดถกจีบีซีต้องที่อินโดฯ
พล.อ.เตีย บัน ยื่นคำขาดถกจีบีซีต้องที่อินโดฯ อ้างไทยต้องทำตามมติยูเอ็นเอสซี-อาเซียน ยันไม่ถกที่เขมร-ไทยแน่ ลั่นต้องให้อินโดฯเข้าสังเกตการณ์ 2 ฝ่าย ฝากถาม ประวิตร ทำไมไม่โทรหา รับเครียด-เหนื่อยปมไทย-เขมรร้าว เชื่อพธม.ร้องขอพระวิหารคืนต้นตอทำขัดแย้ง กร้
(2เม.ย.) พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและรมว.กลาโหมกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมไทยเสนอให้จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่กัมพูชาหรือประเทศไทย โดยจะไม่ยอมไปประชุมที่อินโดนีเซียว่า การประชุมจีบีซี ครั้งที่ 8 ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ มันเลยไปแล้ว ตอนนี้เป็นข้อตกลงของไทยและกัมพูชาที่ให้ไว้กับสภาความมั่นคงและสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)และอาเซียนว่า จะให้อินโดนีเซียเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ดังนั้น จะไม่มีการประชุมจีบีซีที่กัมพูชา หรือในประเทศไทย ต้องที่อินโดนีเซียเท่านั้น ไม่ว่าไทยจะไปประชุมหรือไม่ ตนจะเดินทางไปที่อินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.นี้ เพราะไปประชุมกับอินโดนีเซียฝ่ายเดียวก่อน ถ้าไทยไม่ไป กัมพูชาจะยึดถือตามที่ได้ตกลงไว้ ส่วนจะมีการประชุมจีบีซีเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายไทย แต่กัมพูชาพร้อมประชุม แล้วจะไปที่อินโดนีเซียก่อน
“ผมพูดมาหลายครั้งแล้วว่า เป็นข้อตกลงที่ทางยูเอ็นเอสซีรับทราบ แล้วทางฝ่ายไทยก็ยอมรับ ตั้งแต่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียน เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้วว่า ต้องให้อินโดนีเซียเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย สำหรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ท่านก็พูดคุยผ่านทางผู้ช่วยทูตทหาร มาถึงผม ส่วนผมก็ฝากผ่านผู้ช่วยทูตทหารไปถึงท่าน ท่านไม่โทรหาผม ผมจะไปโทรหาท่านได้ยังไง ฝากถามว่า ทำไมไม่โทรคุยกับผม ต้องไปถามท่านเองว่า ทำไมไม่คุยกัน ส่วนข้อเสนอของพล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่ต้องการให้คุยกันแค่ 2ประเทศ นั้น ผมตอบแล้วว่า มันเลยระดับการคุย 2 ประเทศไปแล้ว มติยูเอ็นเอสซีต้องการให้อินโดนีเซียเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ส่วนที่ไทยเสนอให้ตั้งจุดตรวจร่วมหรือฐานร่วมทหารไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ปัญหา 4.6 ตร.กม.ร่วมกัน เพื่อไม่ต้องให้อินโดฯมาตรวจสอบนั้น คงไม่ได้ เพราะได้ตกลงกันมาแล้วว่า จะต้องมีผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ส่วนกรณีที่ทางไทยจะไม่ยอมให้อินโดฯเข้ามานั้น เป็นเรื่องของฝ่ายไทยที่ไม่ยอม ทั้งที่ยูเอ็นเอสซีมีมติออกมาแล้ว และทางกระทรวงการต่างประเทศไทยก็ตกลงในการประชุม รมต.อาเซี่ยน ที่อินโดนีเซียแล้วด้วย” พล.อ.เตีย บันห์ กล่าว
เมื่อถามว่า เมื่อยังประชุมไม่ได้ กำลังทหารที่อยู่ชายแดนจะทำอย่างไร พล.อ. เตีย บันห์ กล่าวว่า ต้องอยู่กันต่อไปไม่มีปัญหา และไม่จำเป็นต้องรบกันเพราะเรายึดสัญญาหยุดยิง เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อถามว่า การที่ท่านไม่ตกลงเรื่องประชุม 2 ประเทศ จะทำให้ความสัมพันธ์ทางทหารมีปัญหาหรือไม่ พล.อ เตีย บันห์ กล่าวว่า อย่าไปไกลขนาดนั้นเลย ความสัมพันธ์จะไม่ดีได้อย่างไร เราก็ดีกันเหมือนเดิม เพียงแต่ไทยต้องเข้าใจจุดยืนของกัมพูชาด้วย ตนไม่ได้อยากให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้เลย ตนก็เหนื่อยและเครียดในการแก้ปัญหา เราอยากให้คนไทยและกัมพูชา อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
เมื่อถามว่า อยากมาเที่ยวเมืองไทยหรือไม่ เพราะไม่ได้มานาน พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ไปไม่ได้หรอก สถานการณ์แบบนี้ ทั้งนี้ปัญหาไทยและกัมพูชา เกิดจากคนบางกลุ่มในประเทศไทยที่สร้างสถานการณ์ จนทำให้เกิดปัญหา มีความพยายามที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา เมื่อถามว่า ไทยไม่ได้ทวงคืนปราสาทฯ แต่เราต้องการพื้นที่ 4.6 ตร.กม.ของเรา พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า แล้วทำไมมีการตั้ง “กองทุนทวงคืนปราสาทพระวิหาร” คุณไม่เข้าใจหรือว่าหมายถึงอะไร อย่ามาพูดว่า ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และพื้นที่โดยรอบเป็นของไทย ไม่ได้ เพราะพื้นที่โดยรอบปราสาทฯก็ต้องเป็นของเขมรด้วย ดังนั้นต้องมาเจรจาปักปันเขตแดนกันว่า ตรงไหนเป็นของใคร จำนวนเท่าไร ไม่ใช่ของไทยหมด
เมื่อถามว่า จะมีการปล่อยตัว นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรย์ ที่ขอพระราชทานอภัยโทษเมื่อใด พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า มันเกินเลยหน้าที่ของตนที่จะเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา เมื่อถามว่า จริงหรือไม่ที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาต้องการให้รับโทษ 2ใน 3 ก่อน พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า มันเป็นขั้นตอนตามกฎหมายของกัมพูชา ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้องขอให้ปล่อยทั้ง 2 คนไทย พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณมาเกี่ยวอะไร ไปกันใหญ่แล้ว
มีรายงานข่าวจากชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ (กัมปุเจียทะเม็ย) ฉบับวันนี้ ได้รายงานข่าวกรณี นายเทียรี่ มาเรียนิ ( Mr.Thierry Mariani) เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝรั่งเศส ได้เดินทางมาเข้าพบสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา ในโอกาสที่เดินทางมาร่วมพิธีเปิดสายการบินเส้นทางกัมพูชา-ฝรั่งเศส ของสายการบิน Air France โดยนายเทียรี่ กล่าวยืนยันว่าฝรั่งเศสมีเอกสารอย่างชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาปราสาทพระวิหาร ว่าเป็นของประเทศกัมพูชาแน่นอน
นายเอียง สุพัลแลต คนใกล้ชิดสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า ในการเข้าพบสมเด็จฮุน เซน ของนายเทียรี่ ผู้รับผิดชอบด้านการขนส่งของรัฐบาลฝรั่งเศส ที่ตึกวิมานสันติภาพ สำนักนายกรัฐมนตรี ในกรุงพนมเปญ ได้เรียนกับสมเด็จฮุน เซน ว่าฝรั่งเศสมีพยายามให้ความช่วยเหลือกัมพูชาทุกด้าน โดยเฉพาะ 3 ด้านหลักคือด้านวัฒนธรรม นโยบาย และด้านการลงทุน
“เป้าหมายด้านวัฒนธรรมนั้น ฝรั่งเศสมีความพยายามในการซ่อมแซมและสร้างขึ้นใหม่ของตัวปราสาทในกัมพูชา และฝรั่งเศสมีจุดยืนอย่างชัดเจนตรงกับกัมพูชาต่อปัญหาปราสาทพระวิหาร โดยเรามีเอกสารถูกต้องชัดเจนยืนยันเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาปราสาทพระวิหาร” เจ้าหน้าระดับสูง ผู้รับผิดชอบด้านการขนส่งของรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าว



