
'มาร์ค'จ้อผู้ว่าฯ10จว.ใต้จี้ช่วยน้ำท่วม
นายกฯคอนเฟอร์เร้นท์ผู้ว่าฯ 10 จว.ใต้ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยันดูแลสเต็มที่ เผย ครม.จะพิจารณาเกณฑ์ช่วยเหลือพิเศษ
(2เม.ย.) เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถนนอู่ทองนอก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ ร่วมกับผู้บริหารกรมป้องกันฯ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน
โดยนายภานุ แย้มศรี ผู้อำนวยการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวสรุปสถานการณ์ว่า ปัจจุบันหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมภาคใต้ มีกำลังอ่อนลง แต่ยังทำให้ภาคใต้มีฝนกระจาย ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร สำหรับพื้นที่ประสบภัยมีทั้งหมด 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพล สงขลา กระบี่ พังงา สตูล และจังหวัดนราธิวาส สำหรับความเสียหายด้านผู้เสียชีวิตมีผู้เสียชีวิตแล้ว 39 ราย แบ่งเป็น นครศรีธรรมราช 17 ราย สุราษฎร์ธานี 9 ราย พัทลุง 2 ราย กระบี่ 7 ราย ชุมพร 2 และตรัง 2 ราย
จากนั้นนายกฯ กล่าวขอบคุณ และขอให้กำลังใจทุกจังหวัด เพราะทราบว่า ตลอดคนสัปดาห์ที่ผ่านมาทุกคนเหน็ดเหนื่อยกัน สถานการณ์เท่าที่ดูจากปริมาณน้ำแล้วถือว่าหนักกว่าปลายปีที่แล้ว ซึ่งอยากให้ทางจังหวัดช่วยดูในเรื่องของแนวโน้มในอนาคตว่า ปริมาณน้ำจะมากขึ้นหรือลดลง ฝนยังตกอยู่หรือไม่ มีความเสียหายมากแค่ไหน และยังมีประชาชนที่ยังเข้าไปไม่ถึงแค่ไหน ยังมีความต้องการอย่างไร ทั้งในด้านอาหารการกิน สาธารณูปโภคมีการฟื้นฟูถึงไหนแล้ว ทั้งในเรื่องของไฟฟ้า น้ำ เส้นทางสายหลัก ซึ่งยังขาดเหลืออะไรอยากให้แจ้งมาให้ทราบ
นายกฯ กล่าวอีกว่า อยากเน้นย้ำจังหวัดให้การดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. ในการประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีการประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์และการช่วยเหลือประชาชนที่เกิดความเสียหายโดยเฉพาะด้านทรัพย์สิน นอกจากการช่วยเหลือทั่วไปข้อมูลที่ต้องการเร่งด่วนคือ เรื่องของความเสียหายที่อยู่อาศัยอยากให้รวบรวมมาโดยเร็วที่สุด โดยการช่วยเหลือประชาชนจะผ่านรูปแบบของโครงการบ้านมั่นคงและการระดมหน่วยงานเช่นกองทัพเข้าช่วย เมื่อได้ข้อมูลนี้เร็วจะทำให้อนุมัติกรอบต่างๆได้เร็วที่สุดเพื่อช่วยประชาชนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ส่วนการฟื้นฟูด้านสาธารณูปโภคการฟื้นฟู ความเสียหายเกษตรกร ต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นสัปดาห์ถัดไปการพิจารณาหลักเกณฑ์การอนุมัติช่วยเหลือ
“อยากให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนทุกคนว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และพื้นที่ใดที่สถานการณ์คลี่คลายจะมีการระดมเคลื่อนย้ายเครื่องมือไปช่วยพื้นที่ที่ยังหนักอยู่ ก็จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปโดยเร็วที่และประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด และพวกเรายังเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ พี่น้องประชาชนทุกคน” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ไปยังผู้ว่าราชการทั้ง 10 จังหวัดภาคใต้ได้แก่ สุราษฎ์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง กระบี่ ชุมพร สงขลา พังงา สตูล และนราธิวาส โดยเริ่มจากผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานีได้รายงานว่าสถานการณ์ยังมีฝนตกหนักใน 3 อำเภอ และยอมรับว่าการช่วยเหลือประชาชนยังไม่ทั่วถึงเพราะเกิดภัยทั้งจังหวัด ทั้งนีประชาชนบอกว่าเป็นสถานการณ์ที่กิดขึ้นหนักในรอบ 50 ปี แต่เขาก็เข้าใจภูมิประเทศของจังหวัดที่สุราษฎร์ธานีเป็นแหล่งรวมน้ำของภาคใต้
ด้านผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ระบุว่าสถานการณ์ดีขึ้นโดยถนนหลักที่เข้ามาสู่จังหวัดใช้การได้ และตอนนี้มีการตรวจสอบสนามบินและคาดว่าจะกลับมาใช้การได้อีก 2-3 วันข้างหน้า ส่วนที่โรงพยาบาลท่าศาลาก็สถานการณ์ดีขึ้น สำหรับความเสียหายทั้งหมดนั้นมีประชาชน 3 แสนครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน หรือ 9 แสนราย โดยมีผู้เสียชีวิต 18 ราย และตอนนี้ความช่วยเหลือทั่วถึงหมดแล้ว
ผู้ว่าฯตรังรายงานว่า สถานการณ์คลี่คลายแล้วใน 6 อำเภอ เพราะเป็นพื้นที่แรกๆในการรับน้ำช่วง 60 ชั่วโมงแรก ส่วนพื้นที่เทศบาลเมืองน้ำลดและไม่กระทบพื้นที่ธุรกิจ แต่ทั้งนี้ยังหนักอยุ่ใน 2 อำเภอคือห้วยยอดและกันตรัง และอีก 5 ตำลง โดยเฉพาะที่ หนองตรุดและนาตาร่วงที่ยังเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าในอีก 5 วันสถานการณ์จะคลี่คลาย
ด้านผู้ว่าฯพัทลุง สรุปความเสียหายว่า มีประชาชนเสียชีวิต 2 ราย และมีการจ่ายเยียวยาให้ตามระเบียบแล้ว นอกจากนี้ประชาชน 4.5 หมื่นครัวเรือนหรือ 1.7 แสนรายได้รับความเดือดร้อน คิดเป็น 30% ของประชาชนในจังหวัด ส่วนพื้นที่การเกษตรเสียหาย 5 หมื่นไร่ คิดเป็น 50% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด และขณะนี้ปริมาณฝนลดลงแล้ว
ส่วนผู้ว่าฯกระบี่ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ยังสูญหายอีก 5 ราย ขณะนี้ฟ้าเปิดและน้ำลดลงแล้ว โดยมีการเร่งระดมเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนเข้าเคีลยร์พื้นที่รวมทั้งที่เขาพนม ทั้งนี้ตนได้สั่งให้นายอำเภอทุกแห่งช่วยสรุปตัวเลขความเสียหายเข้ามาภายใน 3 วัน เพื่อขออนุมัติฟื้นฟูต่อไป
สำหรับ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร รายงานว่าสถานการณ์ยังหนักที่ 2 ตำลงในอ.หลังสวน และขณะนีมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย มีบ้านพังทั้งหลัง 9 หลัง พังบางส่วน 500 หลัง โรงเรียนเสียหาย 4 แห่ง อย่างไรก็ตามผู้ว่าฯชุมพรได้เสนอแนะว่าในการส่งเรือท้องแบนเข้ามาช่วยในพื้นที่น้ำเชี่ยวนั้นไม่เหมาะ เพราะเรือท้องแบนเหมาะกับน้ำนิ่งๆ และเรือที่เหมาะที่สุดคือเรือยางแต่ปรากฏว่ายังขาดแคลน ทั้งนี้ภายหลังน้ำลดปรากฏว่าประชาชนประสบกับอากาศหนาวอีกจึงมีการเร่งประสานให้จัดซื้อผ้าห่มแจกประชาชนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นก็เป็นคิวของ ผู้ว่าฯ สงขลา ที่ได้รายงานว่า มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 36 หลัง และขณะนี้ยังพบคลื่นในทะเลสูงถึง 2 เมตร ก็มีการเฝ้าระวังอยู่ไปจนถึงวันที่ 8 เม.ย. ส่วนจังหวัดพังงา รายงานว่า ได้รับความเสียหายน้อยเพราะเป็นจังหวัดที่ประสบภัยหลังๆจึงมีการเตรียมพร้อม ขณะนี้ท้องฟ้าโปร่งใส อย่างไรก็ตามตนขอเสนอวิธีแก้ปัญหาดินสไลด์ซ้ำซากด้วยการทำด่านคอนกรีตเพื่อป้องกันดินสไลด์ รวมทั้งวางท่อระบายน้ำเพิ่มเติมตามถนนหนทางที่ยังไม่เพียงพอ รวมทั้งต้องมีการขุดลอกคูคลอง 30 แห่งที่ยังตื้นเขินด้วย
ด้าน ผู้ว่าฯสตูล รายงานว่า ที่นี่มีความเสียหายน้อยมาก ไม่มีคนเสียชีวิต ไม่มีการอพยพประชาชน ไม่มีเหตุดินถล่ม แต่ยังมีน้ำขังในบางจุด และตอนนี้เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึงแล้ว และจังหวัดสุดท้ายคือ จ.นราธิวาส ซึ่งรองผู้ว่าฯรายงานว่า สถานการณ์หนักใน 5 อำเภอ แต่ตอนนี้ปริมาณฝนตกลดลงแล้ว แต่ยังมีเมฆฝนปกคลุม ซึ่งทางจังหวัดพร้อมรับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาแล้ว



