
ผู้ว่าฯสุราษฎร์ขอชีนุกช่วย4อ.จมบาดาล
พ่อเมืองสุราษฎร์ ร้องขอชีนุกทอ. 3 ลำ ช่วยเหลือ 4 อำเภอจมใต้บาดาล ด้านนายกอบจ.สุราษฎร์ นำรถ 10 ล้อลุยน้ำอพยพผู้ประสบภัยออกจาก อ.พุนพินท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก ขณะที่ผวจ.ภูเก็ต ยอมรับห่วงดินถล่ม สั่งทุกท้องถิ่นเฝ้าระวังใกล้ชิด ส่วนชวน ลงพื้นที่ซับน้ำตาเ
(2เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.เกาะสุมย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า เวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯพร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง และคณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่อ.เกาะสมุยเพื่อแจกสิ่งของช่วยเหลือประชานที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ 7 จุดอาทิ ชุมชนวัดภูเขาทอง ต.แม่น้ำ วัดสว่างอารมณ์ ต.บ่อผุด และชุมชนบ้านหน้าทอน ตลาดหลักสี่ลิปะน้อย โดยสิ่งของที่นำมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนจำนวน 1 หมื่นชุด จากนั้นเวลา 16.00 น. นายสุเทพ และคณะได้ขึ้นเฮลิอคอปเตอร์ของกองบินตำรวจตรวจสภาพพื้นที่มุมสูงของพื้นที่ในอำเภอต่างๆที่ประสบอุทกภัย อาทิ อ.เกาะสมุย อ.กาญจนดิษฐ์ อ.พุนพินและอ.เมือง ซึ่งจากภาพที่มองพบว่าปริมาณน้ำท่วมเป็นบริเวณพื้นที่กว้างมาก โดยปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆกว่าเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมาเวลา 17.30 น. นายสุเทพ และคณะลงเรือตำรวจน้ำที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำสิ่งของไปแจกจ่ายประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่ชุมชนวัดมะปลิง อ.เมือง และชุมชนคลองน้อย อ.เมือง ซึ่งมีชาวบ้านเดือดร้อนประมาณ 500 หลังคาเรือน ทั้งนี้นายโชตินรินทร์ เกิดสม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้รถยีเอ็มซีของทหารไม่สามารถสัญจรไปมาบนถนนสายหลังของ อ.พุนพิน ได้ต้องใช้รถยูนิม็อกของกองทัพอา กาศที่จัดส่งมาจากกรุงเทพฯ 4 คันแทน และทางนายธีรยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี ได้ขอเฮลิปคอเตอร์ ชีนุก 3 ลำ เพื่อนำมาช่วยลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือชาวบ้านใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ไชยบุรี พระแสง เคียนซา และเวียงสระ ทั้งนี้น้ำจากแม่น้ำตาปีได้ไหลเอ่อล้นมาจากจ.นครศรีธรรมราชจำนวนมาก ทำให้ 4 อำเภอดังกล่าวบ้านเรือนต้องจมอยู่ใต้บาดาล เนื่องจากเป็นบริเวณที่รับน้ำ โดยเฉพาะบริเวณ ม. 6 บ้านบางหยด ต.อิปัน อ.พระแสง โดยไหลทะลักน้ำมาจากแม่น้ำตาปี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช และแม่น้ำอิปัน จ.กระบี่ โดยทั้งสองสายไหลมาบรรจบกัน จนไหลลงมารวมในบริเวณดังกล่าว
นายโชตินรินทร์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เร่งระดมข้าวสารอาหารแห้ง อาหารกล่องพร้อมทานและน้ำดื่ม ใส่เรือท้องแบน เร่งทะยอยส่งเข้าไปในพื้นที่ นอกจากนี้ทางปภ. เขต 4 จ.ประจวบคีรีขันธ์ และปภ.เขต 16 จ.ชัยนาท ปภ.เขต 9 พิษณุโลก ปภ.เขต 18 ภูเก็ต ปภ.เขต 17 จันทบุรี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสมทบในการให้ความช่วยเหลือร่วมกับปภ.สุราษฎร์ธานี ทั้งปภ.เขตดังกล่าวได้ส่งชุดเผชิญเหตุพร้อมกำลังปฏิบัติการ รถส่องสว่าง รถผลิตน้ำดื่ม รถยกไฮโรลิค รถบรรทุก 6 ติดเครน รถตรวจการณ์ ออฟโรสติดไซเรนพร้อมเครื่องขยายเสียงมาช่วยเหลือในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดกระบี่สรุปตัวเลขความเสียหายจากอุทกภัย ว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 7 คน เสียชีวิตจากดินถล่มที่ต.หน้าเขา อ.พนม 6 คน อีก 1 คนเสียชีวิตจากจมน้ำ เป็นชาย 4 คน หญิง 3 คน ส่วนผู้สูญหายทั้งสิ้น 6 คน เป็นการสูญหายจาก ต.หน้าเขา อ.พนม 5 คน อีก 1 คนสูญหายเนื่องจากพลัดตกน้ำที่ต.ทับปริก องเมือง แยกเป็นชาย 2 หญิง 4 สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 24 คน
ส่วนความเสียหายด้านการเกษตร โดยเฉพาะสวนยางและปาล์มน้ำมัน สวนยางมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 183,294 ไร่ คาดเสียหาย 22,785 ไร่ สวนปาล์มน้ำมันมีพิ้นที่ประสบภัย 199,429 ไร่ คาดว่าเสียหาย 19,120 ไร่ ที่เหลือเป็นไม้ผล ไม้ประดับ พืชผัก พืชไร่ และข้าวที่ประสอุทกภัยรวมทั้งสิ้น 377,465 ไร่ คาดว่าเสียหายทั้งหมด 43,123 ไร่ สำหรับด้านปศุสัตว์จำนวนทั้งสิ้น 158,120 ตัว ประกอบด้วย โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ แพะ
ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 15.00 น.วันนี้ ระดับน้ำในอำเภอพุนพินเพิ่มระดับขึ้นอีกระลอก และฝนเริ่มตกลงมาอีกโดยชาวบ้านอาศัยอยู่ในบ้าน 2 ชั้น และ 3 ชั้นและอาคารสำนักงานต่างๆอีกจำนวนมากหลายร้อยคนยังเช็คจำนวนที่ชัดเจนไม่ได้ และบางส่วนต้องการอพยพออกจากพื้นที่ โดยนายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ได้นำรถบรรทุก 10 ล้อขนถ่ายชาวบ้านได้บางส่วนเท่านั้นท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากตลอดเวลา
นายสุวิทย์ พิกุลทอง ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางสุราษฎร์ธานีที่ 2 สรุปทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม รถผ่านไม่ได้ ว่าทางหลวงหมายเลข 41 หรือถนนสายเอเชีย จาก อ.พุนพินไป อ.ทุ่งสง ที่ กม. 210 น้ำท่วมสูงประมาณ 40-50 เซ็นติเมตร รถผ่านไม่ได้ ทางหลวงหมายเลข 401 แยกไป อ.พุนพินหน้าโรงไฟฟ้า น้ำท่วมสูง 50-60 เซนติเมตร สะพานบางอ้อชำรุด รถผ่านไม่ได้ ทางหลวงหมายเลข 401 กาญจนดิษฐ์-บ้านใน ทางขาด คอสะพานชำรุด รถผ่านไม่ได้ ถนนสายสุราษฎร์-นาสาร จากบ้านซอยสิบ ไป อ.กาญจนดิษฐ์ สะพานขาดรถผ่านไม่ได้ สำหรับถนนรอบเกาะสมุย มีดินสไลด์ในบางจุด ขณะนี้กำลังดำเนินการแก้ไขเรียบร้อย รถผ่านตลอดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปิดถนนสายเอเชียจุดที่น้ำท่วม และทางเข้าตัวเมืองทุกเส้นทาง ซึ่งรถที่เดินทางมาจากกรุงเทพ แนะนำให้ย้อนกลับกรุง เทพ ก่อนเพื่อความปลอดภัย และระบายรถยนต์ทั้งหมดออกจากสะพานที่มีน้ำไหลผ่านทุกแห่ง โดยให้เหลือไว้เฉพาะรถที่ปฏิบัติงานเท่านั้น โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ที่มีความชำนาญทางน้ำและอาสาสมัครกว่า 200 คน นำเรือพร้อมอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 70 - 100 ลำ เพื่อทำการอพยพชาวบ้านออกจากตัวอำเภอพุนพินให้มากที่สุดภายในเวลา 2- 3 ชั่วโมง เนื่องจากมีกระแสน้ำไหลผ่านเข้าในเขต อ.พุนพินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายในคืนนี้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
ด้านนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าฯภูเก็ต เปิดเผยว่า จากกรณีฝนตกหนักติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายวันส่งผลทำให้ดินตามภูเขาต่างๆมีอุ้มน้ำเต็มที่แล้ว และแม้ว่าจะยังไม่มีปัญหาดินสไลด์หรือถล่มลงมาเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการับมือหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นโดยได้สั่งการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินสไลด์ดินถล่มให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้เตรียมความพร้อมในการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่เสี่ยงได้ทันท่วงที ซึ่งในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ดูแลกรณีเกิดภัยพิบัตินั้นก็มีงบฉุกเฉินที่ทางผู้ว่าฯ สามารถที่จะเบิกจ่ายและนำมาช่วยเหลือประชาชนได้เบื้องต้นจำนวน 50 ล้านบาท
“เหตุการณ์ดินถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากปัญหาการเข้าไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติบนภูเขา ดังนั้นเมื่อฝนตกลงมาทำให้เกิดปัญหาดินถล่มลงมาด้วย และในส่วนของภูเก็ตนั้นก็มีปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอยู่เช่นกันแต่ก็ยังมีปริมาณน้อยอยู่ ที่ผ่านมาได้สั่งกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและดูแลไม่ให้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติตามภูเขาต่างๆ โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงการบ้านจัดสรรที่อยู่บริเวณเนินเขาต่างๆ ส่วนของปัญหาน้ำท่วมนั้นภูเก็ตไม่มีปัญหา เนื่องจากสภาพเป็นเกาะ เมื่อฝนตกลงมาก็จะไหลลงทะเล แต่อาจจะมีปัญหาน้ำท่วมขังบ้าง แต่ก็ใช้เวลาไม่นานก็สามารถระบายได้ ” นายตรี กล่าว
อย่างไรก็ตามนายตรี กล่าวว่า มีความกังวลในบางจุดที่มีการเปิดหน้าดินตามเนินเขาต่างๆ เพราะหากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน โอกาสที่จะดินถล่มลงมาก็เป็นได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะส่วนใหญ่ท้องถิ่นจะทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นฝนได้หยุดตกมาตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา แม้จะมีบางพื้นที่ที่มีฝนตกลงมาบ้างประปราย แต่ก็ไม่มากนัก
นายชาญชัย กุลมงคล นายอำเภอสวี จ.ชุมพร กล่าวว่า ตามที่เกิดเหตุหินขนาดใหญ่จากภูเขาพ่อตาขุนไกร ซอยหินตัด หมู่ 8 ต.เขาค่าย ถล่มลงมาทับบ้านเลขที่ 156/1 หมู่ 8 ของ นาง บุบผา นวลจุ้ย อายุ 40 ปี จนได้รับความเสียหายทั้งหลัง ไม่มีใครได้รับอันตราย เมื่อ ตรวจสอบพบว่า ในบริเวณดังกล่าวมีบ้านของนางบุบผาเพียงหลังเดียวที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ที่ผ่านมาอำเภอได้จัดกิจกรรมเตรียมพร้อมรับมือดินถล่มและอพยพราษฎรมาอย่าง ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ฝนจะหยุดตกมาหลายวันแล้ว แต่ทางอำเภอก็ยังไม่วางใจ เพราะดินบนเขาแต่ละลูกมีโอกาสถล่มได้ตลอดเวลา จึงเตรียมพร้อมอพยพราษฎรไปอยู่ในที่ปลอดภัยรวม 5 จุด พร้อมให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประสานกับมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่นายนพพร อุสิทธิ์ ประธานสภา อบจ.ชุมพร กล่าวว่า ขณะนี้ อบจ.ชุมพร นำเครื่องจักรกลเข้าไปเคลื่อนย้ายหินภูเขาที่ถล่มลงมาปิดเส้น ทางคมนาคมในหมู่บ้าน แต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะหินแต่ละก้อนมีขาดใหญ่มาก บางก้อนมีน้ำหนักเกือบ 10 ตัน จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในการเคลื่อนย้าย
นายเทิดศักดิ์ ขนอม นายก อบต.เขาค่าย กล่าวว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุหินถล่มมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบ 10 หลังคาเรือน จำนวน 20 คน ซึ่งขณะนี้ อบต.เขาค่ายได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และใช้บ้านพักของ นาย พัฒน์ ขำเกิด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินถล่ม จ.ชุมพร สรุปความเสียหายตั้งแต่วันที่ 23-31 มีนาคม ว่า พื้นที่ประสบภัย 8 อำเภอ 1 เทศบาล เมือง(ทม.หลังสวน) 58 ตำบล 514 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 60 , 887 คน 20 , 458 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน มูลค่าความเสียหายทั้ง 8 อำเภอจากการสำรวจในเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น.วันที่ 2 เม.ย.ที่ อบต.นาตาล่วง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.และนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง นางภาวิณี อินทุสุต นายกเหล่ากาชาด จ.ตรัง และนายโส เหมกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตรัง ลงพื้นที่นำถุงยังชีพ 600 ถุง ไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 1-4 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จำนวน 650 ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย
โดยมีนายณัฐพงศ์ เนียมสม นายก อบต.นาตาล่วง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากพนังกั้นแม่น้ำตรังทั้ง 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย ม.2 ต.หนองตรุด ม.4 ต.นาตาล่วง และ ม.6 ต.บางรัก พังทลายลงมาประกอบกับมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนท่างิ้ว อ.ห้วยยอด ส่งผลให้ในพื้นที่เกิดภาวะน้ำท่วมอย่างฉับพลัน โดยระดับน้ำบางจุดที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม สูงถึง 3.50 เมตร ในขณะที่พื้นที่บนเนินกลับมีน้ำท่วมสูงถึง 2.00-2.50 เมตร ทำให้มีบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว จมอยู่ใต้น้ำ ทาง อบต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงออกจากพื้นที่ไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และยังมีบางส่วนที่ยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ เพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน
สำหรับพื้นที่ ต.นาล่วง มีพื้นที่ประสบภัยถูกน้ำท่วม 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ม.1-4 มีประชากรประมาณ 4,000 คน ที่ผ่านมายอมรับว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่ทาง อบต.จะนำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมได้หมดทุกครัวเรือน เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของเรือ และกำลังคนที่มีไม่เพียงพอ ทำให้มีชาวบ้านบางส่วนไม่พอใจและได้โทรศัพท์ไปร้องเรียนจังหวัดและสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ ที่เปิดสายให้แจ้งความเดือดร้อนและขอความช่วยเหลือ ดังนั้นหากช่วยเหลือตัวเองได้ก็ให้เดินทางมารับข้าวกล่องด้วยตนเอง
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์จากผู้ว่าฯอย่างใกล้ชิด เนื่องจากห่วงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง แต่เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ที่เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มทับบ้านเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นั้น ถือว่าตรังยังได้รับผลกระทบไม่มากนัก
"ผมจำได้ว่า เมื่อปี 2518 จ.ตรังเกิดน้ำท่วมใหญ่ โดยเฉพาะที่ ต.หนองตรุด และ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ระดับน้ำสูงกว่า 5 เมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบราย และมีศพลอยอืดมาในสวนยางพารา ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นช้างตาย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ต้องใช้เชือกผูกติดกับต้นยางแทน แต่พอมาในปี 2524 ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้เขาพับผ้า ซึ่งเป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทย ได้พังทลายลงมา ซึ่งเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ ส่วนหนึ่งมาจากมนุษย์ไปทำลายธรรมธรรมชาติและทำให้ธรรมชาติย้อนกลับมาลงโทษมนุษย์ในภายหลัง แต่ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้พื้นที่ ต.นาตาล่วง เกิดน้ำท่วมหนัก นั้น ไม่ได้มาจากการบุกรุกทำลายป่า แต่เป็นน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช ที่ไหลลงมาสู่ จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำ จึงทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมอย่างฉับพลัน ส่วนการให้ความช่วยเหลือนั้น ทางรัฐบาลก็ประกาศชัดเจนแล้วว่า ยืนยันจะจ่ายเงินชดเชย จำนวน 5,000 บาท เพื่อช่วยเหลือต่อไป"
นายชวน กล่าวว่า การสร้างอ่างถาวร เพื่อใช้สำหรับกักเก็บน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งนั้น ที่ผ่านมา ได้ของบกลางปีจากสำนักนายกรัฐมนตรี 120 ล้านบาท และมีกำหนดจะก่อสร้างในช่วงหน้าแล้งนี้ แต่ยังไม่ทันได้ก่อสร้าง ก็ปรากฏว่าเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ก่อน
ต่อมานายชวนพร้อมด้วยคณะ ได้ลงเรือท้องแบน ตรวจสภาพน้ำท่วมในเขต ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมรุนแรงที่สุด เนื่องจากพนังกั้นแม่น้ำตรังแตกเป็นความกว้างกว่า 80 เมตร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านสูงกว่า 3 เมตร



