
พบศพ'ผญบ.'ปากหมากลอยติดกอไผ่
น้ำท่วมสุราษฎร์อ่วมระดับน้ำท่วมสูง พบแล้วศพผู้ใหญ่บ้านปากหมากลอยติดกอไผ่ ด้านศปฉ.ปภ.สรุปยอดน้ำท่วม 10 จังหวัดใต้ 7 จังหวัดเสียชีวิต 35 ราย ปชช.เดือดร้อนเฉียด 2 ล้าน บ้านเรือน-ถนน-พืชผลเกษตรเสียหายหนัก ขณะที่หลายพื้นที่ในจ.ตรัง ยังวิกฤต หลังพนังกั้นแม่น้
(2เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ระดับน้ำที่ท่วมขังหนักที่สุดคือ อ.พุนพิน ระดับน้ำยังไหลบ่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเชี่ยวกราก ขณะที่การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก หลังจากอพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย แม้ว่าบางแห่งยังมีท่วมขัง แต่ไม่รุนแรง ทำให้ชาวบ้านยังพออยู่อาศัยช่วยเหลือตนเองได้ โดยตอนนี้ทำได้เพียงการแจกจ่ายอาหารที่ปรุงสุกแล้วให้กับผู้ประสบภัยทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยกันอย่างเต็มที่
แต่ที่เป็นอุปสรรคคืออาหารเริ่มขาดแคลนเพราะถนนจากตัวอำเภอพุนพิน และทุกเส้นทางที่เข้าในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีทุกตัดขาด และระบบน้ำประปาถูกตัดขาดมาเป็นวันที่ 2 แล้ว โดยระดับน้ำยังได้ท่วมขังในพื้นที่ อ.เคียนซา , บ้านนาเดิม และเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งชาวบ้านยังอาศัยบนถนนไม่มีกำหนด
ขณะที่ช่วงเช้าระดับน้ำที่ท่วมขังบนถนนเริ่มลดลงบางจุด ปรากฎว่ามีรถโดยสารปรับอากาศของบางบริษัทพยายามขับรถพาผู้โดยสารฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยไม่เชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่ ท้ายสุดแล้วก็สามารถขับฝ่ากระแสน้ำมาได้ประมาณ 10 กม.เท่านั้น เนื่องจากเมื่อขับมาถึงเขต ต.คลองน้อย ซึ่งมีน้ำท่วมสูง กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้ซัดทำให้รถปรับอากาศคันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ มีผู้โดยสารอยู่ในรถประมาณ 35 คน ทราบว่ามีบางคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่ละแวกนั้นได้เข้าให้การช่วยเหลือได้ทัน จึงไม่มีผู้เสียชีวิต
สำหรับนายชำนาญ ไมอินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ปากหมาก อ.ไชยา ที่สูญหายไปกับกระแสน้ำ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.54 ที่ผ่านมา ล่าสุดมีชาวบ้านไปพบศพติดอยู่กับต้นไผ่ที่ถูกกระแสน้ำพัดพาไป หลังจากที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ทั้งนี้พื้นที่ ต.ปากหมาก อ.ไชยา ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังไม่สามารถฟื้นฟูได้ เนื่องจากยังมีฝนตกโปรยปรายเป็นระยะ ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง
ส่วนตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เริ่มวิกฤติเช่นกัน หลังจากตัดระบบน้ำประปาทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ในขณะที่น้ำดื่ม น้ำใช้ต้องเข้าคิวซื้อนานเป็นชั่วโมง และราคาแพง อีกทั้งอาหารสดเริ่มขาดแคลนอย่างหนัก
นายโชตินรินทร์ เกิดสม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สำหรับสภาพพื้นที่น้ำท่วมขังของ จ.สุราษฎร์ธานีวิกฤตมาก การช่วยเหลือก็ยากลำบาก เบื้องต้นชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1 แสนครัวเรือน กว่า 4แสนคน มีผู้เสียชีวิตจากการประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 8 ราย ยังสูญหายอีก 5 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย มีสาเหตุมาจากการจมน้ำเสียชีวิต 5 ราย ขับรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุบนถนนที่ถูกน้ำท่วม 1 ราย ต้นไม้ล้มทับ 1 ราย ถูกไฟฟ้าช็อต 1 ราย ซึ่งทางราชการจะให้การช่วยเหลือตามระเบียบปฏิบัติต่อไป
อย่างไรก็ตามตอนนี้การช่วยเหลือยังคงมีอุปสรรคพอสมควรเพราะระดับน้ำบางพื้นที่ยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ที่น่าห่วงที่สุดคือพื้นที่ อ.พุนพิน ,เคียนซา ,พระแสง ,บ้านนาเดิม ขณะที่หลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงแต่ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนาน
ด้านนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่าตอนนี้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.พุนพิน โดยเน้นช่วยชีวิตผู้ประสบภัย ก่อนทรัพย์สิน และได้จัดเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดในพื้นที่น้ำท่วมสูงไม่สามารถเดินทางออกจากที่อยู่อาศัยได้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ดูแลสุขภาพตนเองก่อนเป็นการเบื้องต้น และครัวกาชาดได้จัดเตรียมอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานและอาหารแห้งกระจายเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วนแล้วแต่ยอมรับอาจจะล่าช้าบ้างในบางพื้นที่เพราะระดับน้ำสูง แต่ยืนยันจะช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
ด้านศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย (ศปฉ.ปภ.มท) ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ครั้งที่ 1/2554 เป็นข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2554 ปรากฏว่า มีพื้นที่ประสบภัย 10 จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ พังงา สตูล และจังหวัดนราธิวาส ในพื้นที่ 102 อำเภอ 665 ตำบล 5,231 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 558,308 ครัวเรือน 1,959,897 คน นอกจากนี้มีความเสียหายด้านชีวิต เสียชีวิต ๓๕ ราย ในพื้นที่นครศรีธรรมราช 15 ราย , สุราษฎร์ธานี 8 ราย พัทลุง 2 ราย กระบี่ 6 ราย ชุมพร 2 ราย ตรัง 2 ราย
ส่วนความเสียหายด้านทรัพย์สินหรือสิ่งสาธารณประโยชน์ ( เบื้องต้น ) พบว่า บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 17 หลัง บางส่วน 848 หลัง สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหายเบื้องต้น ถนน 2,520 สาย ท่อระบายน้ำ 218 แห่ง ฝาย 46 แห่ง สะพาน / คอสะพาน 236 แห่ง วัด / โรงเรียน 320 แห่ง สถานที่ราชการ 76 แห่ง
ขณะที่ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานความเสียหายผลิตผลด้านการเกษตรว่า ประมาณการพื้นที่คาดว่าจะเสียหายจากดินโคลนถล่มไม่เกิน 50,000 ไร่ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้จะลดลงได้อย่างรวดเร็วจะไม่ทำให้ต้นยางพาราที่มีอายุมากไม่เสียหาย โดยปศุสัตว์มีเกษตรกรเดือดร้อน 51,705 ราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 2,610,554 ตัว แบ่งเป็น โค - กระบือ 103,800 ตัว สุกร / แพะ / แกะ 148,790 ตัว สัตว์ปีก 2,356,964 ตัว แปลงหญ้า 4,300 ไร่ สำหรับด้านประมงเกษตรกรเดือดร้อน 10,816 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ประสบภัย 10,042 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 15,306 ไร่ และ 1,373 กระชัง คิดเป็นพื้นที่ 27792 ตารางเมตร
โดยข้อมูลศูนย์บริหารงานอุบัติเหตุ กรมทางหลวง วันที่ 1 เม . ย .2554 เวลา 18.00 น . ในด้านการ คมนาคม ระบุว่า ทางหลวงแผ่นดิน มีน้ำท่วม 45 สายทาง จำนวนรวม 47 แห่ง ผ่านไม่ได้ 24 แห่ง สนามบินปิดให้บริการ 1 แห่ง เป็นสนามบินนครศรีธรรมราช ขณะที่รถไฟสายใต้ให้บริการได้ถึงสถานีรถไฟท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนบริษัทขนส่ง ( บขส .) ให้บริการเป็นปกติ เว้นแต่จังหวัดที่สถานีขนส่งถูกน้ำท่วม จะจัดจุดรับ - ส่ง ณ ที่ที่เหมาะสม ซึ่งเรือเฟอร์รี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว
อย่างไรก็ตามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ . ) ได้แจ้งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 10 จังหวัด จำนวน 539,295 ราย แก้ไขและจ่ายไฟฟ้าได้แล้ว จำนวน 473,262 ราย ยังจ่ายไฟไม่ได้ 66,033 ราย เนื่องจากถนนชำรุด น้ำท่วมสูง เสาไฟฟ้าล้ม ต้นไม้โค่นทับระบบจำหน่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ยังเกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำตรัง ทั้งในอำเภอเมืองตรัง อำเภอกันตัง และเขตเทศบาลนครตรัง หลังจากพนังกั้นแม่น้ำตรัง ได้พังทลายลงมาเกือบ 10 จุด เช่น บริเวณตำบลบางรัก ตำบลหนองตรุด และตำบลนาตาล่วง แม้ชาวบ้านจะพยายามช่วยกันใช้กระสอบทรายมาทำการขวางกั้นเอาไว้ แต่จากการกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก และปริมาณมากกว่าทุกครั้ง ซึ่งไหลต่อเนื่องมาจากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้พนังกั้นแม่น้ำตรังในจุดต่างๆ เหล่านั้นต้องพังทลายลงมา และเกิดน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มอย่างรุนแรง เป็นระยะเวลาถึง 2 วันมาแล้ว
ดังนั้นจึงส่งผลให้บ้านเรือน สถานที่ราชการ ระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่ทางการเกษตร ต้องประสบกับความเสียหายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้วหลายสิบปี โดยเฉพาะสถานที่สำคัญๆ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าวนี้ รวมเป็นจำนวนมากเกือบ 20 หน่วยงาน เช่น สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) จังหวัดตรัง สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.ตรัง สำนักงานประกันสังคมจังหวัดตรัง สำนักงานการประปาตรัง ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานภาคใต้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง โรงเรียนสภาราชินี 2 โรงเรียนวัดตันตยาภิรม (ต้นตอ) และวัดประสิทธิชัย (วัดท่าจีน)
นอกจากนั้น ยังทำให้เส้นทางคมนาคมหลายสาย ทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง เช่น ถนนตรัง-สิเกา บริเวณหน้าสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง 2 ทุ่งแจ้ง ถนนตรัง-กันตัง ในพื้นที่ตำบลบางหมาก หรือถนนเลี่ยงเมืองตรัง-ห้วยยอด ในพื้นที่ตำบลนาท่ามใต้ รถไม่อาจจะสามารถสัญจรไปมากันได้ตามปกติ เนื่องจากหลายจุดเหล่านั้นที่มีระดับน้ำสูงมากถึง 2 เมตร ต้องนำเรือพาย หรือเรือหางยาว มาใช้สัญจรไปมาบนท้องถนนแทน เพื่อทำการอพยพผู้คน สิ่งของ และสัตว์เลี้ยง ไปอยู่ยังสถานที่ปลอดภัย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายพันครัวเรือน เฉพาะในพื้นที่ 7 ตำบลของอำเภอเมืองตรัง และในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอกันตัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น.วันนี้ จังหวัดระนองมีฝนตกหนักอีกครั้ง หลังหยุดตกมาก่อนหน้านี้ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยเขตพื้นที่เสี่ยงภัยต่อสภาวะดินเลื่อนไหล ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก เตรียมการที่จะอพยพออกจากพื้นที่ มาอาศัยยังสถานที่ปลอดภัย เนื่องจากพบว่าชุมชนหลายจุดตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขา มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตรายจากปรากฏการณ์ดินเลื่อนไหล/ดินโคลนถล่ม อีกทั้งก่อนหน้านี้ปรากฏว่ามีดินเลื่อนไหลขนาดเล็กจากยอดเขาไหลลงมาพื้นที่ด้านล่างหลายจุด ซึ่งชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงสภาวะดินที่อุ้มน้ำอย่างเต็มที่ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดดินเลื่อนไหล หรือดินโคลนถล่ม อาทิชุมชนบ้านหาดส้มแป้น,ชุมชนบ้านบุรีรัมย์ อ.ละอุ่น,บ้านบางหิน อ.กะเปอร์
นายมนัส สุขสำรวย ชาวบ้านหาดส้มแป้น ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่กลางหุบเขากล่าวว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในสภาวการณ์เช่นปัจจุบันนี้ ซึ่งจากการที่ตนติดตามข่าวพบว่าน่ากลัวมากกับพิบัติภัยที่เกิดขึ้น ดังนั้นบ้านหาดส้มแป้นถือเป็นอีกพื้นที่เสี่ยงที่ชาวบ้านต้องระมัดระวัง และเฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติ อีกทั้งเตรียมตัวเพื่อรับสถานการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยขณะนี้พบว่าชาวบ้านหลายคนได้เก็บข้าวของที่จำเป็นเตรียมการพร้อมที่จะอพยพทันทีหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศเตือนภัยเกิดขึ้น
นายชาสันต์ คงเรือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จ.ระนองฝนหยุดตกมาระยะหนึ่ง แต่ขณะนี้เริ่มมีฝนตกอีกครั้ง แม้จะไม่หนักมาก แต่การที่ฝนตกติดต่อกันหลายก่อนหน้านี้ วันทำให้ปริมาณน้ำในลำคลองต่างๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้น อีกทั้งพบว่าดินเริ่มอยู่ในสภาวะอุ้มน้ำเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหล และดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งทุกหน่วยงานคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงประชาชนก็ต้องติดตามข่าวสาร และคำแจ้งเตือน



