
สุราษฎร์อ่วมเส้นทางลงใต้อัมพาตวันที่3
น้ำท่วมสุราษฎร์ธานี ยังอ่วมเส้นทางล่องใต้เป็นอัมพาตวันที่ 3 ตำรวจน้ำพร้อมมนุษย์กบทยอยแจกถุงยังชีพพื้นที่ อ.พุนพิน ขณะที่หลายพื้นที่ในอ.เมืองตรัง อ.กันตัง และเขตเทศบาลนครตรังยังวิกฤต หลังพนังกั้นแม่น้ำตรังพังทลายลงมาเกือบ 10 จุด ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมหน
(2เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า หลายพื้นที่น้ำยังท่วมสูงและเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆแม้ฝนจยุดตกบ้างแล้วก็ตาม โดยเฉพาะที่ อ.พุนพิน น้ำยังท่วมสูงกว่าที่อื่น ๆ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ทางตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานีนำเรือตรวจการณ์ ต.517 พร้อมกำลังและมนุษย์กบจำนวน 12 น้ำออกไปแจกถุงยังชีพและตระเวนตรวจสอบช่วยเหลือคนเจ็บป่วย ตามเส้นทางที่เรือขนาดเล็กเข้าไม่ได้
ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามจุดต่าง ๆบนถนนโดยเฉพาะเส้นทางสายเอเชีย ทางหน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่าง ๆจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จากจังหวัดชุมพร ,ระนอง ทยอยนำข้าวกล่องมาแจกจ่ายเพื่อประทังชีวิตไว้ก่อน เนื่องจากเส้นทางสายใต้บางช่วงยังเป็นอัมพาตเป็นวันที่ 3 แล้ว
สำหรับในเขตตัวเมืองสุราษฎร์ธานีแม้ว่าฝนหยุดตกแล้ว แต่ทุกเส้นทางรถทุกชนิดยังไม่สามารถเดินทางเข้าตัวเมืองได้ และน้ำประปายังถูกตัดไม่มีกำหนดเป็นวันที่ 3 แล้วเพราะระบบการผลิตน้ำประปาอยู่ในพื้นที่ อ.พุนพิน ที่ถูกน้ำท่วมสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังคงเกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำตรัง ทั้งในอำเภอเมืองตรัง อำเภอกันตัง และเขตเทศบาลนครตรัง หลังจากพนังกั้นแม่น้ำตรัง ได้พังทลายลงมาเกือบ 10 จุด เช่น บริเวณตำบลบางรัก ตำบลหนองตรุด และตำบลนาตาล่วง แม้ชาวบ้านจะพยายามช่วยกันใช้กระสอบทรายมาทำการขวางกั้นเอาไว้ แต่จากการกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก และปริมาณมากกว่าทุกครั้ง ซึ่งไหลต่อเนื่องมาจากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้พนังกั้นแม่น้ำตรังในจุดต่างๆ เหล่านั้นต้องพังทลายลงมา และเกิดน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มอย่างรุนแรง เป็นระยะเวลาถึง 2 วันมาแล้ว
ดังนั้น จึงส่งผลให้บ้านเรือน สถานที่ราชการ ระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่ทางการเกษตร ต้องประสบกับความเสียหายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้วหลายสิบปี โดยเฉพาะสถานที่สำคัญๆ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าวนี้ รวมเป็นจำนวนมากเกือบ 20 หน่วยงาน เช่น สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) จังหวัดตรัง สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.ตรัง สำนักงานประกันสังคมจังหวัดตรัง สำนักงานการประปาตรัง ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานภาคใต้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง โรงเรียนสภาราชินี 2 โรงเรียนวัดตันตยาภิรม (ต้นตอ) และวัดประสิทธิชัย (วัดท่าจีน)
นอกจากนั้น ยังทำให้เส้นทางคมนาคมหลายสาย ทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง เช่น ถนนตรัง-สิเกา บริเวณหน้าสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง 2 ทุ่งแจ้ง ถนนตรัง-กันตัง ในพื้นที่ตำบลบางหมาก หรือถนนเลี่ยงเมืองตรัง-ห้วยยอด ในพื้นที่ตำบลนาท่ามใต้ รถไม่อาจจะสามารถสัญจรไปมากันได้ตามปกติ เนื่องจากหลายจุดเหล่านั้นที่มีระดับน้ำสูงมากถึง 2 เมตร ต้องนำเรือพาย หรือเรือหางยาว มาใช้สัญจรไปมาบนท้องถนนแทน เพื่อทำการอพยพผู้คน สิ่งของ และสัตว์เลี้ยง ไปอยู่ยังสถานที่ปลอดภัย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายพันครัวเรือน เฉพาะในพื้นที่ 7 ตำบลของอำเภอเมืองตรัง และในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอกันตัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือ ชาวบ้าน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ที่ประสบอุทกภัย หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 4 ได้นำเฮลิคอปเตอร์เข้าไปอพยพยชาวบ้านออกมาได้แล้ว 149 คน โดยออกมาพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ โดยาวบ้านที่ออกมาได้ บางส่วนบาดเจ็บก็ถูกนำส่งโรงพยาบาล และหลายคนมีความเครียดเพราะห่วงบ้าน ห่วงทรัพย์สินที่หายไปกับน้ำ แต่ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยด้วยตลอดเวลา โรงเรียนนบพิตำวิทยา โดยอาหารมีพอเพียงมีหลายภาคส่วนนำอาหารเข้าไปให้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเอาอาหารเข้าไปให้ในหมู่บ้านที่ยังออกมาไม่ได้ด้วย แต่สิ่งที่ขาดแคลนเป็นอย่างมากคือ เครื่องนุ่งห่ม เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม เนื่อจากฝนยังคงตกหนักอากาศหนาว และสิ่งจำเป็นมากที่สุดคือน้ำดื่ม
เช้านี้ตอนนี้ฝนกำลังตกอยู่ ต้องดูสภาพอากาศอีกครั้ง ว่าจะเข้าไปนำชาวบ้านออกมาได้อีกอย่างไรหรือไม่ แต่ชาวบ้านบอกว่า ยังมีอีกหลายร้อยคนที่ต้องการออกมาจากพื้นที่
สำหรับวิธีการช่วยเหลือนำชาวบ้านออกมา ต้องนำคนชรา คนท้อง คนป่วย เด็ก ออกมาก่อน โดยทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ 5 ลำ สลับสับเปลี่ยนนำคนออกมา บ้านบางหลังจะให้ลูกเมียออกมาก่อน แต่ให้ผู้ชายอยู่เฝ้าบ้าน ส่วนบ้านที่ถูกอุทกภัยเสียหายก็ต้องอพยพยคนออกมา โดยล่าสุดเช้านี้ ฝนยังตกหนัก จึงต้องระงับการช่วยเหลือไว้ก่อนรอประเมินสภาพอากาศอีกครั้ง
เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยในรายการร่วมคิดร่วมแก้ปัญหากับรัฐมนตรีถาวร ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจ.สงขลา ซึ่งได้จัดการถ่ายทอดสดที่ศาลาประชาคมเทศบาลตำบลระโนด อ.ระโนดจ.สงขลา เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณจำนวน 2 , 000 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และจะนำเข้าสู่ครม.พิจารณาในวันที่ 4 เมษายน นี้เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามในส่วนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในส่วนของทรัพย์สินบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและดินถล่มให้รีบแจ้งหน่วยงานในระดับท้องถิ่นทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือนายอำเภอหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมรายชื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ทรัพย์สินของทางราชการที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมก็ให้แต่ละหน่วยงานเร่งสรุปความหายเพื่อขอประมาณมาดำเนินการแก้ไข
ซึ่งมาตรการความช่วยเหลือจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมเช่นเงินเยียวยาครอบครัวละ 5 , 000 บาทหรือทรัพย์สินที่เสียหาย แต่จะมีการเร่งรัดการช่วยเหลือให้เร็วขึ้นเนื่องจากพื้นที่ประสบภัยในภาคใต้หลายจังหวัดรุนแรงกว่าทุกครั้งและประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบซ้ำสองแต่รอบที่แล้วยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจะต้องพิจารณาความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้เวลา 16.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯรัฐมนตรี จะเดินทางไปประชุมหารือ-รับฟังสถานการณ์อุทกภัยและตรวจเยี่ยมการทำงานที่กรมป้องกันและบรรเทา ถนนอู่ทองนอก อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้(3เม.ย.) นายกฯจะเดินทางไปจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี



