
หญิงเหล็กแห่งเชอร์โนบิล
มนุษย์มักจะตื่นกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จัก และไม่เคยสัมผัสมาก่อน อยู่เสมอ บางทีการอยู่ใกล้กับแหล่งแพร่กระจายสารกัมมันตรังสี เช่นโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์เชอร์โนบิล อาจจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวก็ได้
แต่ที่แน่ๆ การอยู่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ในดินแดนอดีตสหภาพโซเวียต ที่ปัจจุบันอยู่ในอาณัติปกครองของประเทศยูเครน อาจจะไม่เป็นอันตรายอย่างที่หลายต่อหลายคนคิดก็ได้
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2529 เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเกิดระเบิดขึ้นเนื่องจากความสะเพร่าของวิศวกรผู้ควบคุม ทำให้เกิดการแพร่กระจายสารกัมมันตรังสีออกไปทั่วบริเวณ เดือดร้อนไปถึงประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออกและตะวันตก ระดับอันตรายของเหตุการณ์ในครั้งนั้นอยู่ในระดับสูงสุด คือ ระดับ 7 ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ จัดอยู่ในระดับ 5-6 เท่านั้น
หลังเกิดเหตุรัฐบาลโซเวียตได้อพยพประชาชน 1.3 แสนคนออกไปยังที่ปลอดภัย และกำหนดให้พื้นที่ 30 กิโลเมตรโดยรอบโรงไฟฟ้าเป็นพื้นที่อันตรายจากกัมมันตรังสี ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ความพิการต่างๆ
คุณยายกานนา ที่ปัจจุบันสูงอายุด้วยวัย 77 ปี เล่าว่าตนเองเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ถูกอพยพออกจากบ้านที่อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้า 18 กิโลเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 1 เดือน คุณยาย (ที่เวลานั้นยังสาวกว่านี้) ได้กลับมายังบ้านหลังเล็กๆ ของตน และไม่ได้อพยพหนีภัยรังสีไปยังที่ใดอีกเลย
ทั้งยังหาของป่าที่พบได้ในพื้นที่รับประทาน ตั้งแต่ เห็ด ผลไม้ และปลูกพืชผักสวนครัว เช่น แตงกวา มะเขือเทศ และมันฝรั่งไว้รับประทานเอง โดยไม่กลัวว่าพืชผลเหล่านั้นจะมีรังสีใดๆ ปนเปื้อนอยู่เลย
นอกจากคุณยายแล้ว ก็ยังมีคนปักหลักอยู่ในเขตอันตรายอีกประมาณ 270 คน ส่วนมากเป็นคนชรา คนเหล่านี้ยังคงมีสุขภาพดีตามอัตภาพ จริงๆ แล้ว ทางการไม่อนุญาตให้ใครมาลงหลักปักฐานอยู่ในเขตอันตราย แต่คนเหล่านี้ดื้อรั้น จนในที่สุดทางการก็เบื่อที่จะดำเนินการอะไรกับชาวบ้านในพื้นที่ จึงปล่อยเลยตามเลย
คุณยายบอกว่า "หลายคนที่อพยพออกไปตาย แต่ฉันยังอยู่"
หรือสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเป็นน้ำอมฤต ที่เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้มีชีวิตยืนยาวกันแน่ ไว้รอพิสูจน์ หากคุณยายมีชีวิตยืนยาวจนอายุ 100 ปี จะไปขอค้างบ้านคุณยายด้วยคน



