
มือปราบ-มือมีด"รองฯ แจ๊ด"..หมอแผนไทย
บรรดาโจรผู้ร้ายต่างหวาดผวาขาสั่นเมื่อได้ยินชื่อ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) หรือ "รองฯ แจ๊ด" นายตำรวจมือปราบที่สร้างผลงานพิชิตคดีไว้มากมาย ล่าสุด คดี "โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว" สองพี่น้องนักค้ายาเสพติดชื่อดังที่เพิ่งปิ
พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เริ่มศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ของแพทย์แผนไทยมาเมื่อ 25 ปีก่อน ตั้งแต่สมัยเป็นผู้บังคับกองร้อย 2 โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จากการได้รู้จักนายตำรวจรุ่นพี่ พ.ต.อ.เฉลิม สังข์ทอง หรือ พี่เหลิม ระหว่างอบรมหลักสูตรผู้กำกับการ ระหว่างที่มาอบรม พี่เหลิมได้รักษาข้าราชการตำรวจในโรงเรียนนายร้อยด้วยยาสมุนไพรไทย คนที่ป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้เมื่อได้รับการรักษาอาการกลับดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ จึงเกิดความสนใจและขอเป็นผู้ช่วยของพี่เหลิมมาตั้งแต่บัดนั้น
ตลอดเวลาที่ได้ศึกษาศาสตร์แขนงนี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ จะใช้เวลาในช่วงวันหยุด หรือยามว่าง อาสาไปเป็นลูกมือช่วยรักษาคนไข้เรื่อยมา และพยายามหาทางสนับสนุนพี่เหลิมตลอดมา เพราะกลัวว่าวิชาแพทย์แผนไทยแขนงนี้จะหายสาบสูญไปจากสังคมไทย พร้อมทั้งแนะนำให้ พ.ต.อ.เฉลิม ไปขอใบประกอบการรักษาโรคจากกระทรวงสาธารณสุข จนได้รับใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย สาขาเวชกรรม จากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นได้ขอให้มารักษาผู้ป่วยที่ชมรมถ้ำเสือเมืองปทุม จ.ปทุมธานี ซึ่ง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เป็นประธานชมรมอยู่นั่นเอง
"ตอนแรกใช้สถานที่ของคุณเกียงไกร ศรีแย้ม หนึ่งในสมาชิกชมรมถ้ำเสือเพื่อทำการรักษา และหลังจากเปิดรักษาไปได้ไม่นานเริ่มมีผู้ป่วยแห่มารักษากันเป็นจำนวนมาก จนทำให้สถานที่ที่ทำการรักษาคับแคบไปถนัดตา จึงเริ่มมองหาพื้นที่เพื่อปลูกสร้างอาคารถ้ำเสือขึ้นมาเพื่อรักษาคนไข้แบบถาวร ต่อมาปี 2553 พรรคพวกเพื่อนฝูงที่สนิทกันได้รวบรวมเงินจำนวนหนึ่งก่อสร้างอาคารถ้ำเสือขึ้น และขออนุญาตเปิดเป็นสถานพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมา" พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เล่าถึงความเป็นมาของสถานพยาบาลแพทย์แผนไทยชื่อดังในเมืองปทุมธานี
รองฯ แจ๊ด ยอมรับว่า ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มีโอกาสคลุกคลีอยู่กับวิธีการรักษาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เริ่มเรียนรู้ศาสตร์ของร่างกาย และการรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนไทย โดยที่พี่เหลิมไม่เคยหวงวิชาเลย แถมยังมอบตำราแพทย์แผนไทยทั้งหมดมาให้ศึกษาเพิ่มเติม จนเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น จนสามารถรักษาผู้ป่วยด้วยตนเองได้แล้ว
ส่วนขั้นตอนการรักษา จะเริ่มจากใช้มีดโกนหักเป็นปลายแหลม ฆ่าเชื้อโรคด้วยแอลกอฮอล์ นำไปสะกิดตรงจุดที่จะรักษาเพื่อให้เลือดเสียออกมา หลังจากนั้นจึงนำไปต้มกับยาสมุนไพร เสร็จแล้วใช้แขนงไม้ไผ่เล็กๆ ขนาดเท่านิ้วก้อยที่มีรูตัดปลายด้านหนึ่งออก อีกด้านหนึ่งเอาข้อปิดไว้คล้ายกับกระบอกข้าวหลามผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการต้ม นำไปต้มกับน้ำยาจากสมุนไพรอีกครั้ง ขั้นตอนต่อไปนำแขนงไม้ไผ่ส่วนปลาย มาวางกดลงบนจุดที่ถูกสะกิดเพื่อให้ดูดเลือดเสียออกมาและจะทำให้เลือดดีไหลมาหมุนเวียนหล่อเลี้ยงในร่างกายเพื่อจะได้สร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ วิธีการรักษาแบบนี้ สามารถใช้ได้กับทุกโรค แต่บางโรคต้องใช้ปลายเข็มแทนใบมีดโกนในการรักษา
"ศาสตร์การรักษาโรคแขนงนี้ เป็นศาสตร์การรักษาที่แปลก อาจมีสิ่งมหัศจรรย์หรือปาฏิหาริย์บางอย่างเกิดขึ้นที่เกี่ยวพันกับชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่เชื่อและนับถือเรื่องเจ้ากรรมนายเวรหรือกรรมเก่า เมื่อรักษาเขาหายแล้วเจ้ากรรมนายเวรจะโกรธแค้น จึงต้องแนะนำให้ทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ส่วนผมกับพี่เหลิมก็ต้องทำบุญเช่นกัน" พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าว
ตอนนี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการรักษาคนไข้ในวิชาชีพแผนไทยแขนงนี้แล้ว และได้ทำพิธีครอบครู เนื่องจากกลัวจะเกิดอาถรรพณ์ต่างๆ โดยได้ไปทำพิธีครอบครูที่ จ.พิษณุโลก เมื่อทำพิธีอย่างถูกต้องจึงถือว่าได้เป็นหมอแผนไทยอย่างเต็มตัว ทุกวันนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพี่เหลิมรักษาคนไข้อยู่ที่ถ้ำเสือทุกเดือน
"ผมรู้สึกดีใจทุกครั้ง ที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือคนไข้ และไม่จำเป็นว่าต้องทำหน้าที่เป็นตำรวจเพียงอย่างเดียว อาชีพอื่นๆ ก็สามารถช่วยเหลือคนได้ หลังเกษียณอายุราชการแล้วจะมีเวลามากพอ ผมคิดว่าจะเปิดการรักษาตามแบบแพทย์แผนไทยอย่างเต็มตัว และจะทำจนกว่าจะทำไม่ไหว" พล.ต.ต.คำรณวิทย์ บอกด้วยใบหน้าอิ่มบุญ



