ข่าว

 "ลืมกระสุน"

"ลืมกระสุน"

02 เม.ย. 2554

วันก่อน...กระจอกข่าวอ้อนแอ้นผ่านไปแถวๆ แยกศรีอยุธยาในช่วงเย็นการจราจรติดขัด แถมรถไฟกำลังจะวิ่งผ่านพอดี แผงกันรถไฟค่อยๆ ยกลงมากั้นรถยนต์ นาทีนั้นขณะกำลังชะลอรถยนต์อยู่หน้ากรมทางหลวง เหลือบไปเห็นตำรวจจราจรหน่วยงานหนึ่งลัดเลาะช่องทางจราจรแล้วดันไปเฉี่ยวกับร

 ด้วยสัญชาตญาณนักข่าว จึงรีบลงจากรถไปยังที่เกิดเหตุทันที ตำรวจจราจรที่คิดว่าได้รับบาดเจ็บ แต่แท้จริงแล้วไม่ได้รับบาดเจ็บเท่าไหร่ เพียงแค่ถังน้ำมันของรถจักรยานยนต์กระแทกจุดสำคัญของร่างกายเท่านั้น (ฮา)

 อุบัติเหตุครั้งนี้ มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของสุภาพสตรีท่านหนึ่งโดนหางเลขไปด้วย ประตูหลังด้านขวามีรอยบุบขนาดใหญ่เท่ากำปั้น ส่วนคู่กรณีเจ้าของรถกระบะเป็นอดีตพนักงานของบริษัทสายการบินไทย ทั้ง 3 ราย ต่างพูดคุยกันอย่างดี ตำรวจจราจรยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อ้างว่ารีบไปปฏิบัติหน้าที่สำคัญ

 แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เหตุการณ์ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อตำรวจจราจรบอกให้เจ้าของรถกระบะเรียกประกัน เพื่อเจรจากับสุภาพสตรีเจ้าของรถยนต์ส่วนตัว

 ทีนี้แหละ "งานเข้า" เจ้าของรถกระบะไม่ยอมรับข้อเสนอ ทำให้ต่างฝ่ายต่างเรียกประกันมา เมื่อประกันของรถกระบะมาถึง ไม่ยอมความกับตำรวจจราจร เรื่องจึงต้องถึงโรงพัก ร้อนถึงพนักงานสอบสวนต้องเดินทางมาตรวจสอบ

 เพียงไม่นาน นายตำรวจรูปร่างท้วม ขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ มาถึงจุดที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนติดยศ "ร.ต.ท." ก้าวลงจากรถทำความเคารพทุกคน พร้อมสอบถามเหตุการณ์อย่างสุภาพเรียบร้อย

 ตำรวจจราจรบอกว่า ถูกรถกระบะชน...เท่านั้นแหละ!! พนักงานสอบสวนเดินมาหาพยาน (กระจอกข่าว) ด้วยสีหน้าเข้มขรึม กระจอกข่าวนึกในใจ "งานเข้า" อีกแล้ว ปรับสายตาอยู่ระดับอก มองเห็นชื่อ "ร.ต.ท.วรกฤษฎ์ นุใหม่" พงส. (สบ 1) สน.พญาไท ซักถามเสร็จก็ถูกเชิญตัวไปโรงพักทั้งหมด
 
 ผู้หมวดหนุ่ม พูดคุยกับตำรวจจราจรสรุปได้ว่า คำอ้างว่ารีบไปปฏิบัติหน้าที่ ฟังไม่ขึ้นและไม่เกี่ยวกัน ขณะที่ตำรวจจราจร ให้การปฏิเสธ และพร้อมขอต่อสู้คดี
 
 กระจอกข่าวอ้อนแอ้นถือวิสาสะคุยกับตำรวจจราจรด้วยคำถามที่สุภาพที่สุดว่า "ปัญหาที่ไม่จบ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อมตามที่ประกันเรียกเก็บใช่ไหม"

 "ใช่ครับผมมีแค่พันห้าร้อย แต่ประกันเรียกสี่พันบาท" ตำรวจจราจรบอก

 เมื่อได้ฟังคำตอบแล้วเศร้าใจ...กระจอกข่าวจึงควักเงินช่วยหนึ่งพันบาท สุภาพสตรีเจ้าของรถยนต์ช่วยอีก 1 พันบาท ผู้หมวดหนุ่มช่วยอีก 500 บาท เรื่องนี้จึงจบแบบแฮปปี้ แถมได้รับผลบุญกันถ้วนหน้า

 งานนี้ กระจอกข่าว แอบเก็บตกการทำงานของผู้หมวดหนุ่มไฟแรง ซึ่งพกอาวุธปืนขนาด 11 มม. แต่ไม่มีแม็กกาซีน (ฮา) เลยกระซิบถามว่า ถ้าออกไปเผชิญเหตุร้ายจะทำอย่างไร?

 ร.ต.ท.วรกฤษฎ์ หน้าแดงเป็นลูกตำลึง แต่ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า เพิ่งเอาปืนพกไปทำความสะอาด แม็กกาซีนถอดไว้ที่บ้าน พอกลับมาเข้าเวรรีบใส่เครื่องแบบ มารู้อีกที่ตอนไปดูที่เกิดอุบัติเหตุที่รับแจ้งแล้ว หากเจอคนร้ายคงชักปืน(ไม่มีกระสุน)ขู่ไว้ก่อน เพราะกว่าจะยิงคนร้ายได้ต้องยึดหลักยุทธวิถี แล้วค่อยหาทางเอาตัวรอด

 แหม! ยึดถือความถูกต้องและเป็นธรรม บริการประทับใจ อนาคตการงานคงก้าวไกล แต่อาจไม่รุ่ง ถ้าลืมพกกระสุนไปด้วย (ฮา)