
แม่คนงานทีมฟูกูชิม่า50เผยรู้ตัวต้องตาย
มารดาของคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่น เผยทีมฟูกูชิม่า 50 รู้ตัวว่า"ต้องตาย" เทปโก้ไม่เคยมีแผนรับมือวิกฤติ
(1เม.ย.) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ รายงานอ้างการเปิดเผยของมารดาของหนึ่งในคนงานที่เข้าร่วมภารกิจในการกอบกู้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 ว่า คนเหล่านี้รู้ตัวว่า จะต้องเสียชีวิตจากการได้รับสารกัมมันตรังสี โดยคนงาน 300 คน ที่ประกอบด้วย ช่างเทคนิค , ทหาร , เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่ทำงานสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันรอบละ 50 คน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ฟูกูชิม่า 50 ต่างได้รับสารกัมมันตรังสีในระดับที่เป็นอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในระหว่างที่พวกเขาพยายามระบายความร้อนที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดหายนะที่เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ มารดาของหนึ่งในคนงาน เปิดเผยว่า คนกลุ่มนี้ได้พูดคุยกันถึงชะตากรรมของตนเอง และยอมตาย ถ้าจำเป็นต้องเผชิญวิกฤติในระยะยาว
ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โคซี่ ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำคนแรกที่ไปเยือนญี่ปุ่น นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิพัดถล่ม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม กล่าวว่า โลกจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลในเรื่องของพลังงานนิวเคลียร์ภายในปีนี้ ขณะที่ความวิตกเรื่องการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในญี่ปุ่นกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ประธานาธิบดีซาร์โคซี่ ยังเรียกร้องให้มีการประชุมว่าด้วยการสังเกตการณ์การใช้พลังงานนิวเคลียร์ของกลุ่มจี 20 ที่ฝรั่งเศส เป็นประธานหมุนเวียน เพื่อหารือกันถึงเรื่องการตั้งกฎเกณฑ์เกี่ยวกับความปลอดภัยด้วย และนับเป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้น หลังจากนายนิค เคร้กก์ รองนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้ตั้งข้อสงสัยถึงอนาคตของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ว่า อาจต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้มาตรฐานความปลอดภัย พร้อมกับยืนยันว่าจะไม่ยอมเอาเงินจากกองทุนสาธารณะมาใช้จ่ายเพื่อการนี้ ซึ่งจะเป็นการรบกวนผู้เสียภาษีอย่างเด็ดขาด
ขณะที่หลายประเทศวิตกต่อการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังจากญี่ปุ่นนั้น ญี่ปุ่นได้เรียกร้องไปยังคู่ค้าในประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก หรือ WTO ไม่ให้วิตกเกินเหตุ
ด้วยการเข้างวดการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นโดยไม่จำเป็น ซึ่งขณะนี้ มีจำนวนของบริษัทต่างชาติ ระงับการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่ารัฐบาลจะรับรองความ
ปลอดภัยก็ตาม
ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหายนะที่สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงที่สุดในโลก และจะเป็นการใช้งบประมาณฟื้นฟูที่สูงที่สุดในโลก นับตั้งแต่สงครามโลกเป็นต้นมาด้วยเช่นกัน ด้านวอลล์ สตรีท เจอนัล ได้รายงานอ้างเอกสารที่ได้รับมาว่า บริษัทโตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเพิ่งจะถูกตำหนิอย่างรุนแรง จากความผิดพลาดในการคำนวณตัวเลขการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีก่อนหน้านี้ ยังมีข้อบกพร่องที่ร้ายแรงกว่านั้นอีก ก็คือ มีการวางแผนเตรียมรับมือกับอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ในขอบเขตที่จำกัด โดยไม่มีทั้งการเตรียมพร้อมขอความช่วยเหลือจากหน่วยดับเพลิงในกรุงโตเกียว , ไม่มีแผนการขอทรัพยากรทางทหาร หรือขอยืมเครื่องมือที่จำเป็นจากสหรัฐ ซึ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นส่วนที่สำคัญของการรับมือวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสิ้น



