ข่าว

มาร์คขอบคุณภาคปชช.ส่งน้ำใจช่วยคนใต้

มาร์คขอบคุณภาคปชช.ส่งน้ำใจช่วยคนใต้

01 เม.ย. 2554

นายกฯขอบคุณภาคประชาชนส่งน้ำใจช่วยคนใต้ เผยยังต้องจับตาดูทะเลฝั่งอ่าวไทย ยอมรับพื้นที่เสียหายเป็นวงกว้าง รับมอบเงินจากผู้แทน"ทูลกระหม่อมฯ"1ล้าน "สุเทพ" รับหนักใจลงดูพื้นที่น้ำท่วมใต้ เตรียมชงครม.ของบซ่อมถนน-กู้ไร่นา "มท.1"เตรียมลงพื้นที่ดูแลปัญหาภาคใต้

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 1 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ประสบอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ว่า พื้นที่ทางฝั่งอันดามันจะประสบภัยมากขึ้น แต่ขณะนี้เรากำลังจับตาดูในส่วนของอ่าวไทยอีกครั้ง เพราะเรื่องการพยากรณ์อากาศยังไม่น่าวางใจ จากปัญหาดังกล่าวทำให้พื้นที่ประสบปัญหากระจายกว้างมากขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานเร่งระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ก็ต้องขอขอบคุณองค์กรต่างๆ ภาคประชาชน

 เมื่อถามถึงการการตื่นตัวของประชาชนในพื้นที่ในการรับรู้การเตือนภัยมีพัฒนาที่ดีขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าดีขึ้น แต่ก่อนหน้านี้ต้องยอมรับว่าหลายคนอยู่กับประสบการณ์ในอดีต เพราะฉะนั้นในพื้นที่ใดที่ไม่เคยประสบกับภัยก็อาจนึกภาพไม่ออกว่าจะมีปัญหาหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อเหตุการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ทำให้ความตื่นตัวและความระมัดระวังมีมากขึ้น เมื่อถามว่าประชาชนจะต้องอยู่กับสภาพอากาศที่ไม่ปกติอีกนานแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำตอบล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาคือ 2-3 วัน แต่ก็จะต้องติดตามสถานการณ์ตามความเป็นจริง ขณะเดียวกันการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 “ในแต่ละพื้นที่ชาวบ้านจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ พื้นที่ไหนที่มีการอพยพออกมาเพราะไม่ปลอดภัย เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็สามารถกลับเข้าไปได้ แต่บางพื้นที่ที่มีความเสียหายในเรื่องของที่อยู่อาศัยก็ต้องมีการฟื้นฟู ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามถึงความชัดเจนของตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่จังหวัดกระบี่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่มีการรายงานยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 6 คน แต่ความจริงก็พบอีก 1 ราย เรื่องนี้ตนเข้าใจว่ามีการซักซ้อมกับทางผู้นำท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบ เพราะฉะนั้นตัวเลขไม่น่าจะผิดพลาด ตัวเลขที่มีการแจ้งมานั้นเป็นการรายงานและยืนยันมาจากท้องถิ่น

"นายกฯ"รับมอบเงินจากผู้แทน"ทูลกระหม่อมฯ"1ล้าน

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ดร.มนัส โนนุช ผู้แทนพระองค์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อัญเชิญเงินจำนวน 1,000,000 บาท มอบให้นายอภิสิทธิ์ตัวแทนรัฐบาลเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

"สุเทพ"รับหนักใจลงดูพื้นที่น้ำท่วมใต้

 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในฐานะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ไปดูแล้วหนักใจมากกลับมาก็นอนคิดว่าจะทำอย่างไร เพราะมีถนนที่น้ำพัดพาขาดไปมาก สะพานเสียหายมาก ต้องซ่อมแซม สร้างใหม่ นอกจากนี้ก็ยังมีเรือกสวนไร่นา บ้านช่อง ก็ต้องมาคิดกันดูว่าเราจะมีงบประมาณในส่วนไหน งบประมาณกลางเหลือเท่าไหร่ จะทำอะไรได้ ก็ต้องดูกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการลงพื้นที่จะมีอะไรที่เป็นรูปธรรม เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหลายเรื่องคือเรื่องแรก งบประมาณเพื่อสร้างถนนหนทาง สะพาน เป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนจะสัญจรไม่ได้ ก็เป็นปัญหาเศรษฐกิจของประชาชน ถือเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่ 2 เรื่องการฟื้นฟูเรือกสวนไร่นาของเกษตรกร ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เขาได้เงินเร็ว เขาสามารถเพาะปลูกได้ใหม่ในฤดูฝนนี้ ต้องทำด่วน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะในพื้นที่มีการตัดต้นไม้ เพื่อมาทำสวนยางพาราแล้วทำให้ดินไม่อุ้มน้ำหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะสวนยางพาราก็เป็นไม้ชนิดหนึ่ง มีแต่คนไปพูด แต่ไม่เคยมีใครวิจัยออกมาว่าถ้าเป็นไม้ยางพาราแล้วไม่อุ้มน้ำ ต้องเป็นไม้อื่นถึงอุ้มน้ำ มันคงไม่ใช่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะมีการต่อตาไม่มีรากแก้วหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันไม่ถึงขนาดนั้น ประเด็นคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่ากำลังจะสงกรานต์น้ำท่วมได้ คนมันถึงเดือดร้อน เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ คิดว่าจะเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นรอบ 2 แล้วของภาคใต้ นอกจากนี้สิ่งที่เราจะดูกันต่อคือทางน้ำทั้งหลาย ทำอย่างไรให้ระบายได้เร็ว เพราะฝนมันตกมาก ไม่ใช่เรื่องอื่น ปริมาณน้ำฝนมันมากเกินไป มันตกทั้งวันทั้งคืน ตก 3-5 วัน มันก็เป็นปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเงิน 5,000 บาท ที่รัฐบาลให้เพราะน้ำท่วม แต่ที่ภาคใต้มีเรื่องดินถล่ม บ้านพังทั้งหลังจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ที่เหลือก็จะดูเป็นกรณีๆไป อย่างเช่น เมื่อก่อนบ้านพังทั้งหลังเราก็มีงบประมาณให้ ซึ่งเราทำ 2 อย่าง มีงบประมาณข้าราชการ ก็ต้องว่าตามระเบียบได้ไม่มาก แต่เราก็อาศัยเงินบริจาคของประชาชนไปช่วย บ้านหลังหนึ่ง เพื่อให้เขาพออยู่ได้ก็ใช้วงเงินประมาณ 1- 2 แสนบาท เท่านั้น ก็ซื้อวัสดุไปให้ชาวบ้าน ทหารมาช่วยกันสร้างให้เหมือนน้ำท่วมรอบแรก คราวนี้ก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน ที่ต้องเร่งรัดคือขอให้ทุกจังหวัดทำข้อมูลให้รวดเร็ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องน้ำท่วมหากสถานการณ์คลี่คลายเราต้องดูแผนบูรณาการเพื่อดูเรื่องอุทกภัยทั้งระบบหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องดูอย่างนั้น เพราะพูดกันหลายครั้งแล้วในขณะนี้ แต่วันนี้มันไม่ใช่บกพร่องที่ระบบ มันเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งมันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้จะป้องกันอย่างไร ถึงระบบอย่างไร ส่วนใหญ่ก็เป็นระบบบรรเทาภัยเมื่อเกิดขึ้น การช่วยเหลือ ฟื้นฟู แผนป้องกันค่อนข้างลำบาก อย่างมากคือเตือนประชาชน แต่พี่น้องประชาชนก็ตื่นตัว เราไปเตือนเขาก็ฟัง บางแห่งที่ต้องอพยพออกมาเพื่อพ้นความเสี่ยเงินถล่ม เขาก็ออกมาข้างนอก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อเรื่องวันสิ้นโลกในปีค.ศ. 2012 หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เชื่อ ตนเชื่อวิทยาศาสตร์

"มท.1"เตรียมลงพื้นที่ดูแลปัญหาภาคใต้

  นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคใต้ ว่า จากการรายงานสภาพอากาศยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง เกิดปัญหาเรื่องของดินโคลนถล่มที่ยังไม่สามารถดูแลได้ เตรียมที่จะจัดเวลาลงไปเยี่ยมเยียนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ส่วนที่ยังไม่ลงไปในช่วงเวลานี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ลงไปในพื้นที่แล้ว หากตนจะลงพื้นที่อีกคณะหนึ่งจะทำให้ข้าราชการอยู่ในพื้นที่ทำงานยากขึ้น เพราะต้องจัดคนมาคอยรับรองดูแลคณะ เสียกำลังพลที่จะลงไปแก้ปัญหา  

 “ภายหลังนายกฯลงพื้นที่แล้ว ผมและผู้บริหารของกระทรวงจะลงไปดูแล จะช่วยเหลือในทุกด้าน ตามกรอบที่กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมีเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาถึงระดับล่าง ได้เข้าไปดูแลแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ” รมว.มหาดไทย กล่าวและย้ำว่า ในการของบประมาณเพิ่มเติม หากจังหวัดใดไม่เพียงพอสามารถแจ้งเรื่องมาได้โดยด่วน จะประสานกรมบัญชีกลางเข้ามาช่วยสนับสนุนต่อไป อย่างไรก็ตามมาตรการในการดูแลป้องกันภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มั่นใจว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดเตรียมแผนเผ้าระวังช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศอยู่แล้ว โดยได้รับรายงานจากปภ.ทุกวัน จากการประเมินสถานการณ์ ยังมั่นใจมาตรการในการดูแลที่จัดเตรียมไว้ แต่หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น จะมีการประสานกับส่วนงานอื่น ๆ และของบประมาณเพิ่มเติมได้

นำอาหาร-ยาให้17ลูกเรือประมงชุมพที่อยู่เฝ้าเรือหนีพายุ

   จากกรณีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร เข้าร้องเรียนต่อทางราชการว่า ได้มี ชาวประมงในตำบลสวนแตง ร่วม 20คน มีอาชีพทำการประมงพื้นบ้านด้วยเรือขนาดเล็กออกทะเลเพื่อวางลอบดักปลาหมึก บริเวณทะเลหน้าอ่าวละแม จ.ชุมพร ได้ออกทะเลทำประมง ตั้งแต่วันที่ 21 มีค.54 แล้วไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ เพราะคลื่นลมในทะเลแรง   ต้องอาศัยอยู่ที่เกาะอ่างทอง กลางทะเล ห่างจากฝั่งร่วม 50 กิโลเมตร

 นางวันเพ็ญ ไตรรัตน์ อายุ 40 ปี  กล่าวว่า  ชาวประมงพื้นบ้านกลุ่มนี้มีจำนวน17 คน ใช้เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก 5 ลำ ทำการประมงด้วยการวางลอบปลาหมึก ออกทะเลครั้งละ 3-5 วัน ซึ่งได้นำอาหารไว้กินในเรือ3วันก็ จะกลับเข้าฝั่ง แต่ เมื่อวันที่ 23 มีค. ได้เกิดคลื่นลมแรงฝนตกหนัก ทำให้ กลุ่มชาวประมงต้องหลบไปอาศัยที่เกาะอ่างทอง ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ห่างจากชายฝั่ง อ.ละแม ร่วม 50 กิโลเมตร จนกระทั่งเวลา ผ่านไปหลายวันคลื่นลมกลับไม่สงบทำให้ไม่สามารถนำเรือฝ่าคลื่นกลับมายังฝั่ง ได้ จึงต้องติดเกาะ อาหารที่นำไปด้วยหมดลง จึงได้ติดต่อมาเพื่อขอให้หาคนไปช่วย

 พ.ต.ท. ก จารุ สังขมรรทร (ยืนยันว่าสะกดแบบนี้ ชื่อ ก จารุ สังขมรรทร ) รอง ผกก.6 บก.รน. ตำรวจน้ำสุราษฏร์ธานี กล่าวว่า   ตำรวจน้ำสุราษฏร์ธานีได้นำเรือตรวจการณ์ 517 ฝ่าคลื่นสูง 3 เมตร เพื่อ เข้าไปยังเกาะอ่างทอง บริเวณรอยต่อระหว่าง จ.ชุมพร กับ จ.สุราษฏร์ธานี โดยเรือตำรวจน้ำสามารถจอดหน้าอ่าวเทียน จากนั้นจึงใช้เรือยางเล็กนำอาหารไปส่งให้ชาวประมงทั้ง 17 คน ที่ ติดอยู่บนเกาะเพื่อประทังชีวิต ซึ่งชาวประมงยืนยันว่าจะขออยู่เฝ้าเรือประมงทั้ง 5 ลำไปจนกว่าคลื่นลมจะสงบลง จากนั้นจึงจะนำเรือกลับเข้าฝั่งในพื้นที่ ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร ส่วนชาวประมงที่ล้มป่วยได้นำกล่องบรรจุยาและเวชภัณฑ์มอบให้ซึ่งทราบว่าอาการ ดีขึ้นแล้ว

 " คาดว่าอีกไม่เกิน 3 วัน ซึ่งชาวประมงทั้ง17คน ขออยู่เฝ้าเรือประมง เพื่อไม่ให้เกิด ความเสียหายต่อเรือประมงของชาวประมงทั้งหมด ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ก็ได้ส่งชุดพยาบาลให้แล้วทราบว่าอาการดีขึ้นบ้างแล้ว ในขณะนี้ฝนหยุดตกแล้ว คาดว่า อีกไม่เกิน2-3วัน ชาวประมงทั้งหมด จะสามารถเดินทางกลับบ้านได้"  พ.ต.ท. ก จารุ   กล่าว