
ผอ.เขื่อนรัชชประภายันไม่มีการปล่อยน้ำ
รถไฟสายใต้ยังอัมพาต ผอ.เขื่อนรัชชประภายันไม่ได้ปล่อยน้ำทิ้งสมทบน้ำฝนที่ยังตกต่อเนื่อง หินหล่นทับบ้านอ.สวีโชคดีที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ สจจ.ภูเก็ต ส่งยาและเวชภัณฑ์ช่วยผู้ประสบภัย จ.นครศรีธรรมราช
(1เม.ย.) นายสมศักดิ์ ทองถาวร ผู้อำนวยการศูนย์การรถไฟภาคใต้แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การให้บริการของทางการรถไฟในส่วนของสายใต้ยังคงอัมพาต เนื่องจากยังคงมีน้ำท่วมรางรถไฟและเข้าท่วมในบางสถานี โดยเฉพาะในส่วนของ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี โดยบางจุดพบว่าน้ำท่วมรางรถไฟสูงกว่า 1 เมตร นอกจากนี้ยังพบคอสะพานชำรุดหลายจุด ซึ่งเบื้องต้นยังคงไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเปิดให้บริการในวันไหน เนื่องจากจะต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน และที่สำคัญขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องด้วย
“รางรถไฟในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง อ.ท่าชนะ ถึง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมาได้มีการระบายน้ำจากเขื่อนรัชชประภาลงมาสมทบกับน้ำที่ท่วมอยู่เดิม ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ท่วมอยู่แล้ว กลับท่วมสูงขึ้น ทำให้เส้นทางรถไฟต้องหยุดให้บริการอย่างไม่มีกำหนด ” นายสมศักดิ์ กล่าว
ผอ.เขื่อนรัชชประภายืนยันไม่มีการปล่อยน้ำ
นายพงษ์ศักดิ์ ผลพฤกษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าชาวบ้านหลายพื้นที่ ตลอดจนองค์กรหลายส่วนเข้าใจว่ามีการระบายน้ำจากเขื่อนรัชชประภานั้น
ขอยืนยันว่าตลอดจนในช่วงที่เกิดน้ำท่วมในระยะนี้ไม่มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนรัชชประภาแต่อย่างใด เพราะจากปริมาณน้ำที่มีอยู่ในขณะนี้มีเพียง 68 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เท่านั้น และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 1 , 800 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่จะมีการปล่อยน้ำทิ้งตามที่เป็นข่าวหรือมีการลือ
“ผมขอยืนยันว่าไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งที่มาจากเขื่อนรัชชประภาแต่อย่างใด รู้สึกงงมากกับกระแสข่าวดังกล่าว ที่สำคัญได้มีชาวบ้านและหลากหลายองค์กรที่เข้าใจผิดไปด้วย ส่วนนี้นับว่าได้สร้างความเสียหายกับองค์กรของผมมาก ซึ่งอย่างไรก็ตามหากมีใครต้องการข้อเท็จจริงสามารถสอบถามข้อมูลที่ได้ทำการเขื่อนรัชชประภา ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยชี้แจงตลอดเวลาราชการ ” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
หินหล่นทับบ้านอ.สวีโชคดีที่เจ้าของบ้านไม่อยู่
นายนพพร อุสิทธิ์ ประธานสภา อบจ.ชุมพร รับแจ้งจาก นายจรัญ รอดทับ อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ว่า เกิดเหตุหินภูเขาพ่อตาขุนไกร ซอยหินตัด หมู่ 8 ต.เขาค่ายถล่มลงมาทับบ้านเรือนชาวบ้าน จึงรีบไปที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้าน
นายนิพัทธ์ ขำเกิด ผช.ผญบ.ยืนรออยู่ พบว่า ริมคลองสวีหนุ่ม มีหินขนาดยักษ์ซึ่งหินภูเขาแต่ละก้อนมีขนาดใหญ่เท่ารถบรรทุกสิบล้อประมาณ 10 กว่าก้อน และเท่ารถกระบะอีกนับร้อยก้อนหล่นจากยอดภูเขาพ่อตาขุนไกร เป็นทางลงมายาวเหยียดหลายกิโลเมตร ทับสวนยาง สวนปาล์ม โดยหินภูเขาก้อนใหญ่กว่ารถสิบล้อ น้ำหนักหลายสิบตันได้ทับบ้านเลขที่ 156/1 หมู่ 8 ของนางบุบผา นวลจุ้ย อายุ 40 ปี ได้รับความเสียหายทั้งหลังแล้วกระดอนออกห่างไปเล็กน้อย แต่โชคดีที่นางบุบผาพาครอบครัวไปเยี่ยมญาติที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงไม่มีใครได้รับอันตราย
นอกจากนั้น หินภูเขาที่ถล่มลงมายังทำให้บ้านในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีกประมาณ 10 หลังคาเรือน ขณะรายงานข่าวเจ้าหน้าที่จาก อ.สวี และจากจังหวัดชุมพรกำลังเดินทางเข้าไปตรวจสอบ
นายนิพทธ์ ผช.ผญบ. ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว เล่าว่า “ ได้ยินเสียงเหมือนฟ้าผ่าแต่ดังกล่าวมาก หลังจากนั้นแผ่นดินสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว และได้ยินดังต่อเนื่องร่วม ห้านาที จึงวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ พบ เหตุดังกล่าว หินขนาดยักษ์ ทับถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน และ คลองสวีหนุ่ม ไม่สามารถใช้การได้ สวนยางพารา สวนปาล์ม เสียหายนับร้อยไร่ ” ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากฝนตกติดมาเป็นเวลานานดินที่อยู่บนภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหว จึงทำให้ภูเขาที่ยึดติดกับดินถล่มลงมา และคาดว่าต้องอพยพคนทั้งหมู่บ้านไปอยู่ที่อื่น ในขณะนี้ได้อพยพไปบางส่วนแล้ว
พังงาพิษฝนลมแรงลูกเรือประมงหาย1
นายเจษฎา วัฒนานุรักษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา กล่าวว่า ภาวะฝนตกหนัก
ในส่วนของพังงาว่า มีผู้สูญหายไป 2 ราย ส่วนความเสียหายอื่นๆนั้นทางจังหวัดต้องรอให้ทางอำเภอเป็นผู้รวบรวมและแจ้งเข้ามาทางจังหวัดคาดว่าอีก 2-3 วัน จะทราบตัวเลขและพื้นที่ความเสียหายอย่างเป็นทางการ
นางโสภา ใสยังอายุ 55 ปี ภูมิลำเนา ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า นายอานัติ แจ้งใจธรรม อายุ 58 ปี สามี ซึ่งเป็นลูกเรือปั่นไฟของเรือป.ธวัชชัย 44 ออกเรือไปตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา พลัดตกน้ำขณะวิ่งเข้าฝั่งที่ท่าเรือบ้านทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ในคืนวันที่ 28 มีนาคม
จนถึงขณะนี้ยังไม่พบร่าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามมา
นายสิงห์ นิลพันธุ์ กับตันเรือลำที่นายอานัติ ประสบเหตุ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ พายุฝนลมแรงและคลื่นสูงขนาด 5-6 เมตร จนทำให้เรือสั่นไหวไปทั้งลำเป็นเหตุให้นายอานัติ ตกน้ำไป ตนพยายามเข้าช่วยเหลือแต่ไม่สามรถช่วยเหลือได้ ตลอด 4 วัน ได้ประสานเรือประมงด้วยกันช่วยค้นหาแต่ยังไม่พบตัว
นายประกอบ ศรีทวี นายอำเภอกะปง จ.พังงา กล่าวว่า นายพิมล แก้วกระจ่าง อายุ 50 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านปากคลอง ต.รมณีย์ ถูกน้ำป่าพัดหายไปตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมาขณะนี้ยังไม่พบร่างเช่นกัน นายประกอบกล่าวว่า ทุกวันที่ 30 ของทุกเดือนทางอำเภอจะจัดให้มีการประชุมประจำเดือนกับทางกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งนายพิมล เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้เดินทางมาประชุม ประกอบกับบ้านของนายพิมลจะต้องข้ามลำคลองด้วยแพไม้ไผ่ ช่วงเกิดเหตุนายพิมลได้นำแพเพื่อล่องมาประชุมแต่เกิดแพแตกจึงถูกน้ำป่าพัดหายไป ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายได้เร่งระดมค้นหากันอย่างเต็มที่แต่ยังไม่พบ
สจจ.ภูเก็ตส่งยาและเวชภัณฑ์ช่วยนครศรีธรรมราช
ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นพ.ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมปล่อยขบวนรถบรรทุกยาชุดตำราหลวงจำนวนกว่าหนึ่งพันชุด และยารักษาโรคน้ำกัดเท้า พร้อมด้วยเสื้อผ้าและอาหารสำเร็จรูปจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนใน
จ.นครศรีธรรมราช
นพ.ศักดิ์ กล่าวว่า เหตุดินโคลนถล่มในพื้นที่ อ.พนม จ.กระบี่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหายเป็นจำนวนมาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลป่าตอง และมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตได้ส่งทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านการแพทย์จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสากู้ชีพจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลป่าตอง และมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รวม 29 คน พร้อมทั้งยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเปิดโรงพยาบาลสนามที่วัดถ้ำโกบ อ.พนม จ.กระบี่ และได้มีการตรวจรักษาผู้ป่วยไปแล้ว 194 ราย เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน 4 ราย ส่วนที่เหลือเป็นผู้ป่วยทั่วไปอาการไม่รุนแรง ทั้งนี้จะอยู่ช่วยดูแลรักษาผู้ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
ส.วิทยุสมัครเล่นภูเก็ตส่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสุราษฎร์ธานี
ที่บริเวณศาลาประชาคม อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายวสุธา สมพรานนท์ นายกสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันปล่อยขบวนรถออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 12 คันรถ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เรือท้องแบน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการส่งเจ็ทสกีไปแล้วจำนวน 5 ลำ
นายวสุธา กล่าวว่า เหตุที่เลือกนำสิ่งของลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ อ.พุนพิน จงสุราษฎร์ธานี เนื่องจากการลงไปสำรวจพื้นที่ประสบภัยพบว่า ที่กิโลเมตรที่ 18 และกิโลเมตร 19 รถไม่สามารถผ่านไปได้ และยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปในพื้นที่ซึ่งอยู่ลึกเข้าไป ขณะที่พื้นที่ประสบภัย อ.เขาพนม จ.กระบี่นั้น มีหน่วยงานต่างๆ เข้าไปมากแล้ว จึงได้มีการรวบรวมสิ่งของบริจาค จากสมาชิกฯ และจากประชาชนทั่วไป เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยดังกล่าว
พนังกั้นแม่น้ำตรังพัง10จุดไหลเข้าท่วมอ.เมือง
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังรายงานว่า น้ำทั้งที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด รอยต่อกับจังหวัดพัทลุง และทั้งที่ไหลมาจากต้นแม่น้ำตรัง ในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ไหลมารวมกันลงสู่พื้นที่ราบลุ่มในหลายอำเภอของจังหวัดตรัง โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่อำเภอเมืองตรัง ฝั่งทางด้านทิศเหนือ และทิศตะวันตก ส่งผลให้ 5 ตำบล ต้องประสบกับน้ำท่วมซ้ำซากอย่างรุนแรงอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตำบลนาท่ามเหนือ ตำบลนาท่ามใต้ ตำบลนาตาล่วง ตำบลบางรัก และตำบลหนองตรุด
ทั้งนี้ นอกจากจะเกิดมาจากการที่มีฝนตกหนัก ติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ยังเกิดมาจากพนังกั้นแม่น้ำตรัง จำนวน 2 จุดสำคัญ ได้พังทลายลงมา ในบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบางรัก และหมู่ที่ 2 ตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง ซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหามาหลายสิบปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้ ที่บางจุดมีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
สำหรับความเสียหายนอกจากจะเป็นบ้านเรือน ที่ต้องอยู่ใต้กระแสน้ำแบบจมหลังคานับ 30 หลังแล้ว ยังรวมไปถึงสถานที่ราชการอีกเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง โรงเรียนบ้านป่าหมาก วัดประสิทธิชัย (วัดท่าจีน) ส่วนพืชผลทางการเกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ยืนต้น และพืชผัก ก็ต้องจมอยู่ใต้กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากอีกเช่นกัน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะได้รับความเสียหายอย่างหนักมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และชาวบ้านบางรายก็ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ
นายสมบัติ ผลประยูร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองตรุด ก็กล่าวว่า ที่ผ่านมาทาง อบต.เคยประชุมชาวบ้าน และนำเสนอข้อมูลไปยังกรมชลประทาน เพื่อให้ปรับปรุงพนังกั้นแม่น้ำตรัง จากขนาดเล็ก เป็นขนาดกลาง ซึ่งจะมีความกว้างเพิ่มขึ้น จาก 6 เมตร เป็น 8 เมตร ทำให้สามารถรองรับการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กรมชลประทานอ้างว่าไม่มีงบประมาณ จึงซ่อมแซมพนังกั้นน้ำเป็นขนาดเล็ก เมื่อมีน้ำบ่าไหลมาอย่างรุนแรงจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ต้านทานไม่ไหวและพังทลายลงอีกครั้ง
นายก อบต.หนองตรุด กล่าวอีกว่า ผลจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งล่าสุด ทำให้พนังกั้นน้ำพังลงมาถึง 2 จุดแล้ว และมีแนวโน้มจะพังลงมาอีกในหลายจุด ซึ่งจะยิ่งทำให้สภาพพื้นที่ริมแม่ตรังเกิดความวิกฤตมากขึ้น จนขณะนี้มีชาวบ้านเดือดร้อนไปกว่า 700 ครัวเรือนแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพราะฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง และยังมีน้ำที่ไหลบ่าลงมาจากทุกทิศทางอย่างเชี่ยวกราก ถือเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด และเข้าสู่ตัวเมืองตรัง ฝั่งทางด้านทิศตะวันออก และทิศใต้ รวมทั้งน้ำที่ไหลมาจากต้นแม่น้ำตรัง จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังทะลักลงสู่ตัวเมืองตรัง ฝั่งทางด้านทิศตะวันตก และทิศเหนือ อย่างรวดเร็ว ทำให้อำเภอเมืองตรัง อย่างน้อย 7 ตำบล รวมทั้งในเขตเทศบาลนครตรัง และอำเภอกันตัง เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ที่พยายามหาช่องทางไหลลงสู่ทะเลอันดามัน แต่เนื่องจากพนังกั้นน้ำที่พังทลายลงเกือบ 10 จุดแล้ว ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเลวร้ายลง
พัทลุงอพยพชาวบ้านหนีน้ำทะเลหนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมจากจังหวัดพัทลุงว่า ล่าสุดน้ำยังคงท่วมขังใน 5 อำเภอ แถบริมทะเลสาบ คือ อ.เมือง อ . ควนขนุน อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และอ.ปากพะยูน โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 11 ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว ได้เกิดน้ำทะเลหนุน ทำให้ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติจำนวน 25 หลังคาเรือน และพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านหัวป่าเขียว ต.ทะเลน้อย ชาวบ้านยังคงอาศัยอาคารศิลปะชีพจำนวน 33 ครัวเรือน เนื่องจากน้ำยังท่วมขังสูงยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้
นางริ่น ใฝสังห์อายุ 50 ปี ภูมิลำเนา หมู่ที่ 1 นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง กล่าวว่า มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ และน้ำทะเลหนุนสูงจนต้องขนย้ายสิ่งของภายในบ้านไว้ที่สูงเพื่อความปลอดภัย ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนขาดน้ำดื่มเพราะบ่อน้ำในพื้นที่ใช้ไม่ได้ น้ำประปาหมู่บ้านเป็นสีขาวขุ่นไม่สามารถดื่มได้
นายธนกร ตระบันพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ความเสียหายเบื้องต้นจากสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้อยู่ที่ 103 ล้านบาท โดยพื้นที่การเกษตรและสาธารณประโยชน์ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นถนน ที่ได้รับความเสียหายเสีย 97 สาย สะพาน 6 แห่ง วัด มัสยิด โรงเรียน และสถานีอนามัย จำนวน 138 แห่ง และขณะนี้ได้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินถล่มใน 28 หมู่บ้าน 4 อำเภอ ริมเทือกเขาบรรทัด คือ อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต และอ.ป่าพะยอม หวั่นดินถล่ม พร้อมประสานขอสนับสนุน กำลังทหารในค่ายอภัยบริรักษ์ จังหวัดพัทลุง ให้มีการเตรียมความพร้อมอพยพชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุ
ประมงระนองยังผวาคลื่นลมอุตฯแปรรูปสัตว์น้ำเริ่มกระทบ
นายสุรินทร์ โหลสงค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการประมงจังหวัดระนอง กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการประมงในทะเลอันดามันกว่า 50% ได้นำเรือกลับเข้าฝั่ง และยังไม่ได้ออกทะเลในระยะนี้ เพราะต้องการความมั่นใจถึงความปลอดภัย
นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่าผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับใช้ในการผลิต โดยเฉพาะในส่วนของโรงงานปลาป่นของตนเองกว่า 10 วัน แล้วที่ไม่มีวัตถุดิบเข้ามา ซึ่งอาจจะต้องขอเลื่อนการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าที่ได้มีการทำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้
ฝนหยุดตกพม่าทะลักข้ามฟากซื้อสินค้า
นางซี เซ แม่บ้านชาวพม่าจาก จ.เกาะสอง กล่าวว่า เขตพื้นที่ จ.เกาะสอง มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับ จ.ระนอง แม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม แต่ก็เกิดปัญหาเมื่อคลื่นลมในทะเลสูงทำให้ไม่สามารถข้ามฟากเข้ามาซื้อสินค้าที่จำเป็นในฝั่งไทยได้ ทำให้อาหารที่จำเป็นหลายอย่างเริ่มขาดแคลน คาดว่าในช่วง 1-2 วันนี้จะมีชาวพม่าข้ามฟากเข้ามาซื้อสินค้าฝั่งไทยมากกว่าช่วงปกติ



