ข่าว

เตือนเชิงเขาเสี่ยงเร่งช่วยกรุงชิง-นบพิตำ

เตือนเชิงเขาเสี่ยงเร่งช่วยกรุงชิง-นบพิตำ

01 เม.ย. 2554

“ศชอ.” เตือน พื้นที่เชิงเขา “ยังวิกฤต” ให้อพยพด่วน ! เร่งช่วย “กรุงชิง-นบพิตำ” ยอดผู้เสียหายใกล้ทะลุ 3 แสนครัวเรือน ไร่นาพินาศ 7 แสนไร่ “รัฐบาล” จ่ออนุมัติ 1.5 พันล้านซับน้ำตาชาวใต้ ชลิตย้ำอ่างฯชลประทานทุกแห่งในภาคใต้ปลอดภัย

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 เม.ย.นายวิทเยนทร์ มุตามระ รองผ.อ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย แถลงว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.จนถึงปัจจุบัน(1 เม.ย.) กระทบประชาชนใน 87 อำเภอ 568 ตำบล 4,615 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 294,097 ครัวเรือน 998,867 คน เสียชีวิต 25 ราย นครศรีธรรมราช 13 ราย สุราษฎร์ธานี 4 ราย พัทลุง 2 ราย กระบี่ 6 ราย (ดินถล่ม 5 รายจมน้ำ 1 ราย) บาดเจ็บ 181 ราย ขณะที่ยอดผู้อพยพทั้งหมด 6,757 คน จากกระบี่ 3,800 คน นครศรีธรรมราช 1,992 คน สุราษฎร์ธานี 965 คนส่วนด้านการเกษตรเสียหาย 732,655 ไร่ จราจรผ่านไม่ได้ 22 เส้นทาง

 นายวิทเยนทร์ กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าปริมาณฝนจะเบาบางลงจนถึงวันที่ 4 เม.ย. โดยพื้นที่ที่ยังคงประสบปัญหามีประชาชนติดค้างอยู่จำนวนนับพันคนคือ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ เนื่องจากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด มีสภาพเหมือนเกาะ รัฐบาลได้เร่งลำเลียงเครื่องอุปโภค บริโภคเข้าไปทางเฮลิคอปเตอร์ และได้สนธิกำลังทหารตำรวจ เข้าไปตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งติดตั้งระบบสื่อสาร

 “ขณะนี้ยังต้องระวังสถานการณ์ดินถล่มเพราะฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำ ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขาโดยเฉพาะจุดที่เคยเกิดดินถล่มให้อพยพมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้ให้” นายวิทเยนทร์ กล่าว ส่วนงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนนั้น ศชอ.จะเสนอให้จ่ายเงินเยียวยา 3 แสนครัวเรือนๆละ 5 พันบาท เป็นเงิน 1.5 พันล้านบาท ขณะนี้ศชอ.เตรียมที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. เพื่ออนุมัติงบประมาณ 1.5 พันล้านบาท

ชลิตย้ำอ่างฯชลประทานทุกแห่งในภาคใต้ปลอดภัย

 นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทานให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช และกระบี่ว่า  แม้ในขณะนี้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่สำคัญของกรมชลประทานในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นอ่างฯบางกำปรัด  อ่างฯห้วยน้ำใส  อ่างฯคลองกะทูน  อ่างคลองดินแดง เป็นต้น จะมีปริมาณน้ำเต็มความจุจนล้นออกทางอาคารระบายน้ำล้น(สปิลเวย์)ก็ตาม  แต่ก็สามารถช่วยบรรเทาและลดความรุนแรงจากปัญหาน้ำท่วมในบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างฯได้  

รวมทั้งโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังช่วยทำให้การระบายน้ำท่วมออกสู่ทะเลได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา  หากฝนหยุดตกคาดว่า พื้นที่ต่างๆที่ถูกน้ำท่วมจะกลับสู่สภาพปกติได้ในเวลาที่รวดเร็ว
 
 ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางของกรมชลประทานที่สำคัญๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้รวมกันกว่า 260 ล้านลูกบาศก์เมตร   และเมื่อรวมกับปริมาณน้ำในเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่ขณะนี้สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สามารถกักเก็บไว้ช่วยให้น้ำไม่ไหลลงมาสบทบสร้างความเสียหายที่รุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่  โดยเฉพาะเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ยังสามารถกักเก็บได้อีกกว่า 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร

 อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า ฝนที่ตกมีปริมาณมาก ไม่ถึงสัปดาห์วัดปริมาณได้กว่า 1,000 มิลิเมตร ถือว่ามากที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ และที่สำคัญเป็นฝนที่ตกในฤดูร้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนทำให้อ่างเก็บน้ำแต่ละแห่งไม่สามารถที่จะลองรับปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลดังกล่าวได้ ต้องปล่อยให้ล้นออกทางสปิลเวย์  แต่ทั้งนี้อ่างฯทุกแห่งยังแข็งแรง ไม่พังทลายอย่างแน่นอน

 อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า ปัญหาน้ำท่วมนอกฤดูกาลเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งหากพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ดังเช่นเขื่อนรัชชประภาแล้ว จะช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน  โดยเฉพาะในพื้นที่แม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางขณะนี้ยังไม่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเลย หากมีฝนตกหนักอย่างเช่นปีนี้ก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมทันที

 อย่างไรก็ดี ขณะนี้กรมชลประทานได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด  และบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อลดปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น  พร้อมทั้งได้เตรียมเครื่องสูบน้ำช่วยพื้นที่ที่ประสบภัยในการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังไว้ด้วยแล้ว

ยันภูเก็ตไม่มีดินถล่ม-อพยพปชช.ตามที่เป็นข่าว

 นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสันติ์ จันทรวงศ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายอุดม ศิริพฤกษ์พงศ์ ปลัดอาวุโสอำเภอถลาง นายวิโรจน์ มานะจิตต์ กำนันตำบลไม้ขาว ลงตรวจสอบพื้นที่บ้านพรุสมภาร หมู่ที่ 8 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และบ้านหมากปรก หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังจากที่มีการประกาศเตือนให้อพยพประชาชนในพื้นที่บ้านพรุสมภารเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดดินภูเขาถล่ม และให้มีการเฝ้าระวังดินถล่มในพื้นที่บ้านปรากปกอย่างใกล้ชิด

 อย่างไรก็ตามสำหรับพื้นที่บ้านพรุสมภารนับตั้งแต่เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีดินถล่มหรือมีปัญหาน้ำท่วมแต่อย่างใด โดยที่ตั้งของหมู่บ้านดังกล่าวเป็นเนินเขาเตี้ยๆ ที่มีการปลูกยางพาราเต็มพื้นที่ มีภูเขาและธารน้ำเล็กไหลลงมาจากภูเขาเป็นลักษณะน้ำใสปกติและมีปริมาณน้ำเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับพื้นที่บ้านหมากปรก ที่ไม่มีน้ำท่วมและเป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีดินไหลลงมาเล็กน้อย ในพื้นที่หมู่ที่ 4 เนื่องจากชาวบ้านได้เปิดหน้าดินและเมื่อฝนตกติดต่อกันหลายวันทำให้มีดินไหลลงมา

 นายนิวิทย์ กล่าวว่า หลังจากที่มีประกาศประเตือนของส่วนกลางออกมา ทางจังหวัดภูเก็ตไม่ได้นิ่งนอนใจกับการประกาศเตือนให้ประชาชนออกจากพื้นที่ โดยได้มีการสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล และอำเภอเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งสองจุดไม่ได้มีความกังวลเรื่องดินที่จะถล่มลงมาจากภูเขา เพราะทั้งสองพื้นที่มีเพียงเนินเขาเตี้ยๆ เท่านั้น มีการปลูกยางพารา ไม่มีเขื่อนหรือฝายกั้นน้ำอยู่บนเนินเขาที่จะส่งผลทำให้น้ำและดินไหลจากภูเขา และไม่มีน้ำท่วมเพราะน้ำจะไหลลงทะเล

 “จากข่าวที่มีการนำเสนอผ่านสื่อส่วนกลางนั้น ทำให้ภูเก็ตได้รับผลกระทบในเรื่องของการท่องเที่ยวพอสมควร เพราะเกรงว่าเมื่อมาภูเก็ตแล้วจะประสบกับปัญหาน้ำท่วม จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาภูเก็ตว่าไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วม และไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ประกอบกับขณะนี้ฝนก็เริ่มเบาบางลงแล้ว ” นายนิวิทย์กล่าว

 ขณะที่นายวิโรจน์ มานะจิตต์ กำนันตำบลไม้ขาว กล่าวว่า หลังจากมีข่าวเรื่องดินถล่มทำให้ชาวบ้านมีความกังวลพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากหมู่บ้านตามเสียงตามสายของหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่แตกตื่นกับข่าวดังกล่าว แม้ว่าในพื้นที่จะยังคงปกติและไม่มีวี่แววของดินที่จะถล่มลงมาแต่อย่างใด

ภาคใต้ฝนตกน้อยลง

 ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ล่าสุดเวลา 11.00 น. (1 เม.ย. 54) ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพพื้นที่ทั่วไปฝนตกน้อยลงแล้ว แต่ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ ยังสูงอยู่ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ทั้งหมด 23 อำเภอ แบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำได้ดังนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ยังคงมีน้ำท่วมขังในเขตอำเภอปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ มีระดับน้ำสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ ยังสูงอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มต่ำซึ่งเป็นพื้นการเกษตร ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.80 - 1.20 เมตร กรมชลประทาน ได้เปิดประตูระบายน้ำ(ปตร.)ทุกแห่งเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 54 เป็นต้นมา  เฉลี่ยวันละประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร จนถึงปัจจุบันสามารถระบายน้ำที่ท่วมขัง ได้รวมประมาณ 400 - 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ในส่วนของ พื้นที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ที่ไหลเข้าสู่เขตเทศบาลเริ่มลดลง การระบายน้ำยังคงระบายได้ดี และระบายได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีน้ำท่วมขัง ได้ดำเนินการสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พื้นที่ลุ่มน้ำตาปี   ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีบางแห่งยังคงสูงกว่าระดับตลิ่ง และยังคงมีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตอำเภอพิปูนและฉวางบางส่วน พื้นที่ลุ่มน้ำตรัง  ในเขตอำเภอทุ่งสง และบางขัน ปริมาณฝนลดลง ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำธรรมชาติเริ่มลดลงตามไปด้วย แต่ยังมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ชุมชนบางแห่ง ส่วนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ยังสามารถระบายได้ดี
  
                 จังหวัดพัทุลง สภาพทั่วไปฝนได้หยุดตกแล้ว แต่ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มในเขตพื้นที่ อ.เมือง  อ.ป่าบอน อ.บางแก้ว อ.ตะโหมด อ.ปากพะยูน อ.กงหรา อ.ควนขนุน อ.เขาชัยสน อ.ป่าพะยอม และอ.ศรีนครินทร์ ความลึกเฉลี่ยประมาณ  0.80  เมตร แนวโน้มสถานการณ์ ฝนที่หยุดตกแล้ว ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำต่าง ๆ เริ่มลดลง ระดับน้ำที่ท่วมขังส่วนใหญ่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม  คาดว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 2 - 3  วันนี้  ยกเว้นในพื้นที่ราบลุ่มทะเลสาบจะเข้าสู่สภาวะปกติภายในประมาณ  2  สัปดาห์นี้

                    จังหวัดตรัง  ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งและเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มในเขตพื้นที่ อ.เมือง อ.นาโยง อ.รัษฎา อ.ห้วยยอด อ.สิเกา อ.วังวิเศษ อ.ย่านตาขาว และอ.ปะเหลียน ระดับน้ำในแม่น้ำตรังยังคงมีระดับเพิ่มขึ้น  ส่วนระดับน้ำในคลองนางน้อยและคลองปะเหลียนมีระดับลดลง

พระองค์โสมพระราชทานถุงยังชีพช่วยน้ำท่วมใต้

 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงโปรดให้ นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ จัดเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อบรรจุถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สำหรับให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จำนวน 2,500 ชุด ณ กองบิน 2 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี กำลังพลจาก ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ชมรมไทเก็ก เทศบาลเมืองสัตหีบ ข้าราชบริพารในพระองค์ฯ กว่า 250 คนร่วมบรรจุถุงยังชีพในวันนี้

 นางสมถวิล ยังอยู่ กล่าวว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พรองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระราชทานถุงยังชีพ 2,500 ชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากกรณี วิกฤติฝนตกหนักและน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นอย่างมาก และกำลังรุกลามไปสู่จังหวัดอื่น ๆ

 โดยกำหนดออกเดินทาง ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 เม.ย. โดยจะทำการลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานเดินทางจากจากฝูงบิน 201 สนามบินอู่ตะเภา เข้าร่วมสมทบเป็นกองคราวานที่สำนักงานอาสาสภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฏร์ธานี