
ญี่ปุ่นตรวจเจอสารรังสีในเนื้อวัวสูงกว่าปกติ
(1เมษายน) กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นแถลงตรวจวัดสารกัมมันตรังสีซีเซียมได้ 510 เบคเคอเรลในเนื้อวัวจากเมืองเทเนอิ จังหวัดฟุกุชิมะ ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะราว 70 กม. ซึ่งปริมาณดังกล่าวสูงกว่าที่กฎหมายอนุญาตที่ 500 เบคเคอเรล
นับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีในเนื้อวัว เนื้อวัวนี้มาจากวัวที่ถูกฆ่าเมื่อวันที่ 15 มีนาคมและเนื้อวัวยังไม่ได้ถูกส่งให้ตลาด เจ้าหน้าที่บอกว่าคนที่รับประทานเนื้อวัวที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในปริมาณดังกล่าวติดต่อกันหลายสิบปี ก็จะไม่มีอาการเจ็บป่วย
อย่างไรก็ตามสำนักงานความปลอดภัยอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ญี่ปุ่น บอกว่าจะตรวจสอบตัวอย่างเนื้อวัวสดจากทั้งเมืองเทเนอิและตัวอย่างจากแหล่งอื่นเพื่อเปรียบเทียบปริมาณการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี
ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งห้ามการเคลื่อนย้ายนมดิบและผักสดออกจากจังหวัดฟุกุชิมะ และอีก 3 จังหวัดใกล้เคียงหลังตรวจพบการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสี และได้เพิ่มการตรวจวัดการปนเปื้อนในอีก 6 จังหวัดครอบคลุมถึงพื้นที่ที่ติดกับกรุงโตเกียว
ด้านโฆษกบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ แถลงเมื่อคืนวานว่า ผลการตรวจน้ำบาดาลที่ระดับความลึก 15 เมตร ใต้ 1 ใน 6 เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หมายเลข 1 พบปริมาณสารกัมมันตรังสีไอโอดีน 131 สูงกว่ามาตรฐานสาธารณสุขของรัฐบาลราว 10,000 เท่า แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อน้ำดื่ม
นอกจากนี้มีรายงานว่า เทปโก้ไม่ได้จัดหาอุปกรณ์วัดรังสีให้กับคนงานทุกคน ที่กำลังทำงานอยู่ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หากรายงานนี้เป็นความจริง ก็จะถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากเพราะเป็นการละเมิดกฎความปลอดภัย ก่อนหน้านี้เทปโก้เปิดเผยว่าแผ่นดินไหวทำลายเครื่องตรวจวัดรังสีไปเป็นจำนวนมาก จึงมีคนงานแค่บางกลุ่มที่มีอุปกรณ์นี้ติดตัว และคนงานที่ไม่มีอุปกรณ์วัดรังสี จะได้รับมอบหมายให้ทำงานอื่นที่เสี่ยงต่อรังสีต่ำ ด้านกระทรวงสาธารณสุขมีแผนจะสอบสวนการจัดการด้านความปลอดภัยของเทปโก้ต่อไป



