ข่าว

ห้ามจนท.กระบี่ลาหยุดอยู่ช่วยน้ำท่วม

ห้ามจนท.กระบี่ลาหยุดอยู่ช่วยน้ำท่วม

01 เม.ย. 2554

ผู้ว่าฯกระบี่สั่งหัวหน้าหน่วยงานราชการทุกสังกัดห้ามลาหยุด ห้ามไปประชุมสัมมนา 1-2สัปดาห์นี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ ยกพื้นที่หมู่ที่ 7บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนมเป็นพื้นที่พิเศษในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อเวลา 20.00น. วันที่ 31มี.ค.54 ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสารธารณภัยจังหวัดกระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบการปฏิบัติงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยทางจังหวัดกระบี่ยกพื้นที่ หมู่ที่7บ้านต้นหารเป็นพื้นที่พิเศษในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภูเขาถล่ม มีนายสมาน  แสงสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายอุเทน ตันตรีบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายวิ สุทธิวงศ์ อนันตพงศ์ ปลัดจังหวัดกระบี่ พร้อมหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง 20คน เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบปัญหาและรับนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
 
นายประสิทธิ์ โอสถานนนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ทั้ง8อำเภอ ต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน  เพราะฉะนั้นทุกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในระดับหัวหน้าส่วนต้องลงพื้นที่ เข้าหาผู้ประสบภัยในการดูแลให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่อง การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย ผู้ได้รับบาดเจ็บ เครื่องใช้เครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งสิ่งต่างๆที่ผู้ประสบภัยยังขาดหายอยู่ในแต่ละพื้นที่ให้คลอบคลุมทุกพื้นที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา ซึ่งมีภูเขาถล่มต้องเป็นพื้นที่พิเศษในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน พืชทางการเกษตรเช่นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งผู้ประสบภัยจะต้องมีที่ทำกินในอนาคต โดยทางจังหวัดกระบี่จำเป็นที่จะต้องหาที่ทำกินให้กับผู้ประสบภัยทั้ง 17ราย  จะได้รับเงินชดเชย กรณีบ้านพังหลังละ 3 หมื่นบาท นอกจากนั้นทางจังหวัดกระบี่ได้ตั้งงบประมาณจำนวน 5 แสนบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บ้านพังทั้งหลัง หลังละ 2 หมื่นบาท สำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมหรือดินถล่มที่ทำให้บ้านพังทั้งหลัง ต้องรีบทำการสำรวจให้มียอดที่ชัดเจน

สำหรับผู้ประสบภัย 17ราย หมู่ที่ 7ต.หน้าเขา ที่ได้รับความเสียหายทั้งบ้านและส่วนยางพารา ซึ่งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้ง 17 รายจะต้องมีที่ทำกินที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง  โดยทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานกันให้มากขึ้นที่จะสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้ประสบภัยมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต

ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลสำรวจศูนย์อพยพของแต่ละอำเภอของแต่ละตำบลว่าทางศูนย์มีผู้ประสบภัยต้องการอะไรบ้าง ศูนย์แต่ละอำเภอแต่ละตำบลยังขาดอะไรบ้างในการดูแลผู้ประสบภัย ในเรื่องการรับบริจาคข้าวของเครื่องใช้ให้กับผู้ประสบภัย โดยเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลให้เป็นระบบ การประชาสัมพันธ์ต้องไปเป็นในเชิงรุก ทั้งการให้ข่าวสารแก่สื่อมวลชน และเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับทราบข่าวอย่างต่อเนื่อง และรับข่าวสารที่ถูกต้อง
สิ่งที่เน้นย้ำหน่วยงานราชการระดับหัวหน้าส่วนทุกสังกัดห้ามจัดการประชุมสัมมนา อบรม หรือไปประชุมสัมมนา อบรมอย่างเด็จขาด ภายใน1-2 สัปดาห์นี้ห้ามลาหยุด จะต้องมาทำงานในวันหยุดราชการเพื่อใช้เวลาวันหยุดราชการมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้การดำเนินงานการช่วยเหลือรวดเร็วขึ้น

นอกจากนั้นให้ทางสำนักงานทางหลวงชนบทกระบี่ ดำเนินการสำรวจสะพานถนนที่ได้รับความเสียหาย และดำเนินการซ่อนแซมถนนสะพาน เพื่อให้สามารถใช้การได้โดยเร็ว  ทุกวันในเวลา  20.00น.ทุกหน่วยงานราชการจะต้องดำเนินการประชุมพร้อมกันเพื่อวางแผนการทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบของแต่ละสังกัดของแต่ละหน่วยงานทั้งปัญหาการทำงาน การแก้ไขปัญหา เพื่อที่จะได้มาวางแผนการทำงานและแก้ไขปัญหาร่วมกัน และวางแผนการทำงานงานในวันพรุ่งขึ้นต่อไป

นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การค้นหาผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์ภูเขาถล่ม หมู่ที่ 7 บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม ในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย  1.นายไพศาล ชูศรี  อายุ 31ปี  อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 7 บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา 2.นางแก้วกานดา แข็งขัน อายุ 49 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 7 บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา 3.นายสมบูรณ์ ทองเนียม อายุ 72ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา และ ด.ช.สุริยา  เดชค้ำ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ที่ 6 บ้านห้วยน้ำแก้ว  ต.หน้าเขา