ข่าว

อากาศแปรปรวนฉุดผลลำไยลดฮวบ

อากาศแปรปรวนฉุดผลลำไยลดฮวบ

01 เม.ย. 2554

ชาวสวนลำไยภาคเหนือ โอดอากาศแปรปรวน กระทบการออกดอกลำไยล่าช้า หวั่นฉุดให้ผลผลิตลำไยลดลงไม่ต่ำกว่า 50% ในปีนี้ส่งผลให้ราคาในฤดูกาลนี้จะแพงกว่าปกติ เชื่ออาจพุ่งสูงถึง กก.ละ 20 บาท ขณะที่เกษตรกรยังแบกขาดทุนเหตุต้นทุนสูงขึ้น

 นายประเทือง คงรอด รองประธานองค์กรเครือข่ายผู้ปลูกและผลิตลำไยภาคเหนือ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่แปรปรวนเพราะความกดอากาศสูงแผ่ปกคลุม ส่งผลให้ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นและฝนตกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ลำไยควรติดดอกหลังจากล่าช้ามานานกว่า 1 เดือนจากผลพวงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปและช่วงนี้มีผลให้การออกดอกของลำไยได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะดอกตัวเมียเยลลี่ดอกไม่สมบูรณ์ สภาพดอกบิดเบี้ยว 

 นอกจากนี้ในช่วงที่ลำไยเริ่มมีลูกสัดส่วนการร่วงอาจมีสูงขึ้นเพราะความไม่สมบูรณ์ของดอก จึงมองว่าผลผลิตลำไยในฤดูกาลผลิตปี 2554 ที่จะออกเดือนกรกฎาคมนี้จะมีปริมาณลดลง 50% หรือราว 4 แสนตัน จากพื้นที่เพาะปลูกใน 8-9 จังหวัดภาคเหนือฟื้นที่ประมาณ 9 แสนไร่ ซึ่งเครือข่ายฯ ประเมินว่าผลผลิตที่ลดลงอาจทำให้ราคาลำไยในฤดูกาลนี้สูงขึ้น ขณะที่ก่อนหน้านี้เกษตรกรได้ลงทุนใส่สารโปรแตสเซียมคลอเรตเพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นไปแล้วแต่อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่คาดการณ์ไว้

 "แม้แนวโน้มราคาลำไยจะสูงขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเฉลี่ยไร่ละ 1 หมื่นบาท โดยเฉพาะต้นทุนการใส่สารโปรแตสเซียมคลอเรตที่สูงถึงกิโลกรัมละ 70 บาท ใน 1 ไร่ต้องใส่สารประมาณ 10-20 กก. ขณะที่สัดส่วนของลำไยเกรดเอเอ กิโลกรัมละ 20 บาท มีเพียง 10%  เกรดเอ กิโลกรัมละ 15 บาท มี 15% และเกรดบี กิโลกรัมละ 10 บาท มีถึง  60-70% ทำให้เกษตรกรยังคงประสบปัญหาขาดทุนอยู่" นายประเทืองกล่าวและว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาคือแม้ลำไยมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นแต่เกษตรกรยังไม่มีกำไรจากการขายผลผลิต เพราะกลไกตลาดถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลาง ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดูแลและช่วยเหลือ นอกจากด้านการตลาด ราคา โรคแมลง ฯลฯ ยังต้องพิจารณาถึงความผันแปรที่เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนด้วย