
แนะกลางปีควรขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีก5%
อุตสาหกรรมผวานโยบายขึ้นค่าจ้าง 25% ใน 2 ปี ห่วงแบกต้นทุนเพิ่มสู้ราคาส่งออกไม่ได้ ด้านนักวิชาการแนะกลางปีควรปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอีก 5% ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานเสวนา "การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แรงงานไทยดีจริงหรือ" จัดโดยมูลนิธิอารมณ์พงศ์พงันร่วมกับกระทรวงแรงงาน ระบุว่า การขึ้นค่าจ้างจำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมาก และจำเป็นต้องส่งสัญญาณว่าปีต่อไปจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากขึ้น
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังกังวลกับนโยบายการปรับค่าจ้างอีก 25% ใน 2 ปีของนายกรัฐมนตรี เพราะทำให้ต้นทุนเพิ่ม ซึ่งการส่งออกต้องตั้งราคาให้สู้กับคู่แข่งในต่างประเทศให้ได้ หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้อุตสาหกรรมจะอยู่ได้หรือไม่ แม้นายกฯ จะปลอบว่าจะลดภาษีนิติบุคคลให้ แต่อุตสาหกรรมก็ไม่ต้องการ อยากให้รัฐไปดูเรื่องค่าแรงมากกว่า
"ต้นทุนของโรงงานมีมาก คิดไปคิดมาบางทีแทบไม่เหลืออะไร ต้องจ่ายทั้งประกันสังคม เรื่องโครงสร้างพื้นฐานเราก็สู้เขาไม่ได้ บางอุตสาหกรรมเช่นเครื่องนุ่งห่มก็บอกว่าไปไม่ไหวแล้ว หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้เขาต้องย้ายไปที่ที่มีค่าจ้างถูกกว่าตอนนี้อุตสาหกรรมทั้งหมดต่างสะดุ้งและผวา ยิ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นใจภาคอุตสาหกรรมสักเท่าไหร่” นายทวีกิจ กล่าว
ด้านนายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราค่าจ้างสำหรับผู้ที่จบใหม่เท่านั้น แต่ปัจจุบันหากค่าจ้างขั้นต่ำไม่ปรับก็ส่งผลให้การปรับค่าจ้างประจำปีไม่มีตามไปด้วย ซึ่งส่งผลกับกำลังซื้อภายในประเทศที่ลดลง ทั้งนี้ หากจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้ ควรปรับเพิ่มอีก 5% ให้สอดคล้องกับอัตราค่าครองชีพ และการปรับค่าจ้างในทุกปีควรอยู่ที่ 10% เนื่องจากเมื่อมีการปรับค่าจ้างราคาสินค้าก็ขยับขึ้นสูงกว่า 20% ขณะที่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่แค่ 1% เท่านั้น ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดคือรัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทในการควบคุมราคาสินค้าให้มากขึ้น



