ข่าว

พิษน้ำท่วมเอสเอ็มอีใต้สาหัสนับแสนธปท.ประเมินศก.ใหม่20เม.ย.-ส่งออกห่วงกลุ่มอาหาร

พิษน้ำท่วมเอสเอ็มอีใต้สาหัสนับแสนธปท.ประเมินศก.ใหม่20เม.ย.-ส่งออกห่วงกลุ่มอาหาร

01 เม.ย. 2554

ธปท.ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจใหม่ 20 เมษายนนี้ ทั้งภัยญี่ปุ่น ตะวันออกกลางและน้ำท่วมภาคใต้ สสว.ชี้เอสเอ็มอีภาคใต้มีกว่า 4 แสนราย คาดเสียหายหนัก กรมส่งเสริมส่งออกหารือกลุ่มอาหารประเมินผลกระทบ

 นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 20 เมษายนนี้ กนง.จะทบทวนตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจใหม่ โดยนำปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เข้ามาเป็นประเด็นร่วมพิจารณา แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นการปรับในทิศทางใด

 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ภาคใต้ น่าจะได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโรงงานอาหารทะเลแปรรูป และยังมีภาคบริการ เช่น โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว และร้านอาหาร โดยจังหวัดที่เสียหายหนักคือ สุราษฎร์ธานี มีเอสเอ็มอีจำนวน 56,300 ราย นครศรีธรรมราช มีจำนวน 49,300 ราย และตรัง มีจำนวน 33,500 ราย จากจำนวนเอสเอ็มอีที่อยู่ใน 14 จังหวัดภาคใต้จำนวน 413,300 ราย

 นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับข้อมูลความเสียหายน้ำท่วมเบื้องต้นจากจังหวัดภาคใต้ 5 จังหวัด พบว่าที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นเหมืองแร่ โรงงานสกัดปาล์ม โรงโม่หิน อาหารทะเลแปรรูปและเอสเอ็มอี มีมูลค่าความเสียหาย รวม 674 ล้านบาท โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชเสียหายมากที่สุด 340 ล้านบาท และกระบี่ 240 ล้านบาท

 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า จะหารือกับผู้ส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารในวันที่ 1 เมษายนนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออกไปยังตลาดโลก ซึ่งอาจจะประเมินผลกระทบ ความเสียหาย และความช่วยเหลือเบื้องต้น ที่จะให้กับผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ ส่วนเมื่อปัญหาน้ำท่วมผ่านพ้นไป กรมจะหาตลาดใหม่ให้

 ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการส่งออกในภูมิภาค (สอภ.) ประจำ จ.สุราษฎร์ธานี สอบถามความเดือดร้อนและความต้องการของผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก ในพื้นที่ดูแล 8จังหวัด รายงานว่า ได้รับความเสียหาย 7จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร นครราชศรีธรรมราช ระนอง ภูเก็ต พังงา และสุราษฎร์ธานี เป็นผลให้พื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงกุ้ง โรงงานผลิต สถานประกอบการได้รับความเสียหายรุนแรง การจราจรถูกตัดขาด ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าไปยังโรงงานผลิต-ผู้ซื้อ และผู้บริโภคได้