ข่าว

สงบใจ...สยบภัยพิบัติผ่านเหตุการณ์ด้วยสติ

สงบใจ...สยบภัยพิบัติผ่านเหตุการณ์ด้วยสติ

01 เม.ย. 2554

“สึนามิในประเทศญี่ปุ่น” “สารกัมมันตรังสีรั่วไหลในประเทศญี่ปุ่น” “แผ่นดินไหวในประเทศพม่า” “น้ำท่วมช่วงหน้าร้อนในภาคใต้ของประเทศไทย” สารพัดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาจทำให้หลายๆ คน แม้จะไม่ใช่ผู้ประสบภัยโดยตรง รับรู้ข่าวสารและเรื่องราวด้วย

 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แนะนำให้ทำ แบบประเมินความเครียด เพื่อให้รับรู้ตัวเองว่ามีความเครียดหรือไม่ อยู่ในระดับ และควรปฏิบัติอย่างไรให้ผ่อนคลายความเครียด ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งผู้ประสบภัยและผู้ที่ไม่ได้ประสบภัย โดยให้ประเมินอาการหรือความรู้สึกที่เกิดในระยะ 2-4 สัปดาห์ 5 ข้อ คือ 1.มีปัญหาการนอน นอนไม่หลับหรือนอนมาก 2.มีสมาธิน้อยลง 3.หงุดหงิด/กระวนกระวาย/ว้าวุ่นใจ 4.รู้สึกเบื่อ เซ็ง และ5.ไม่อยากพบปะผู้คน ให้คะแนนแต่ละข้อตั้งแต่ 0-3 ตามความถี่ของการเกิดน้อยไปมาก

 เมื่อรวมคะแนนแล้วได้คะแนนระหว่าง 0-4 เครียดน้อย เป็นความเครียดในชีวิตประจำวัน สามารถปรับตัวได้เองและไม่เกิดปัญหากับสุขภาพ คะแนน 5-7 เครียดปานกลาง ยังถือว่าเป็นปกติ เพราะทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเผชิญปัญหา คะแนน 8-9 เครียดมาก เป็นความเครียดที่อาจทำให้เกิดการตอบสนอง เหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้นชั่วคราว และจะลดลงเป็นปกติภายหลังเหตุการณ์ และคะแนน 10-15 เครียดมากที่สุด เป็นความเครียดที่รุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะร่างกาย ทำให้อ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย อาจทำให้เกิดโรควิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลต่อเนื่องอีก 3-6 เดือน

 การจัดการกับความเครียดระดับมาก หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ทำต่อเนื่องกันไปจนรู้สึกผ่อนคลาย และควรมีเวลานอนหลับอย่างเพียงพอ พูดคุยกับคนใกล้ชิด ใช้หลักศาสนาทำให้คลายกังวล มีความหวังว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคหรือปัญหาไปได้ และมองด้านบวก แต่หากภายใน 2 สัปดาห์ รู้สึกไม่ดีขึ้น แสดงว่าความเครียดไม่ลดลง ควรไปพบบุคลากรสาธารณสุขหรือแพทย์

 นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงเหตุการณ์ภัยพิบัติหลายพื้นที่ ประชาชนทั่วไปไม่ควรตื่นตกใจมากเกินไป ควรติดตามข่าวสาร ศึกษาเนื้อหา ความเป็นไปได้อย่างละเอียดรอบด้านว่า เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลตัว เพราะบางครั้งไม่ได้ติดตามข้อมูลอย่างละเอียด กลับตกใจกลัวไปก่อน เช่น ข่าวการพบรอยเลื่อนใหม่ที่ จ.นครนายก บางคนก็ตกใจกลัว คิดขนาดจะย้ายบ้านหนี แต่ภาวะแบบต้องนี้ติดตามอย่างมีสติ เตรียมพร้อมตั้งรับเพื่อความไม่ประมาทหากเกิดปัญหาขึ้นจริงจะได้รู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง

 ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ลำดับแรกต้องตั้งสติ และสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใด จากนั้นวางแผนแก้ปัญหาตามลำดับ จากสิ่งที่มีความเสียหายมากไปยังเสียหายน้อย แก้ปัญหาไปทีละเรื่องเช่นนี้ ท้ายที่สุด ปัญหาก็จะแก้ได้ทั้งหมด กรณีที่ยังเครียด อย่าอยู่คนเดียว หรืออยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เพราะจะยิ่งทำให้เครียดมากขึ้น ควรหาเพื่อนพูดคุยเพื่อปรับทุกข์ ระบายสิ่งที่กังวลอยู่ในใจให้คนอื่นรับรู้

 หากมีสติอยู่กับตัว ไม่ว่าเกิดปัญหาหรือต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใด จะสามารถผ่านพ้นและแก้ปัญหาไปได้แน่

 0 พวงชมพู ประเสริฐ 0  รายงาน