
"ฝ่ายค้าน-รัฐบาล"ฟังใคร?"พวกมากลากไป-ไม่เล่นเกมเสียงครบ"
แม้จะถูกกระแสสังคมโจมตีเรื่อง "หน้าที่" การเป็นส.ส. หลังเกิดเหตุที่ประชุมสภาล่มสองวันติด แต่ปรากฏว่าการประชุมสภาในวันที่สามก็ยังคงล่มเหมือนเดิม ขณะที่นอกห้องประชุมมีจำนวนส.ส.เดินไปมาเป็นจำนวนมากก็ตาม
เหตุการณ์สภาล่มครั้งที่สามติดกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาหลายคนคงเริ่มจะเห็นด้วยกับคำพูดของ "ปู่ชัย ชิดชอบ" ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า "เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่มีการประชุมร่วมรัฐสภา พอสั่งให้นับองค์ประชุม ส.ว.ก็เดินออกห้องประชุมทันที ส.ว.ก็ทำเหมือนส.ส. เป็นฝ่ายค้านจะลงไม่ลงก็มีสิทธิ์ออกเสียงไม่รับ นั่นคือนักการเมืองที่แท้จริง หากเล่นระบบนี้ ผมว่าบ้านเมืองไปไม่รอด หากเป็นแบบนี้ผมมองว่าควรให้ผู้ที่มีอำนาจเข้ามาดำเนินการ หากให้มีการเลือกตั้งจากประชาชนและมีปัญหาเหมือนอย่างทุกวันนี้ ก็ไม่มีประโยชน์”
เพราะหลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ประกาศเตรียมยุบสภาในเดือนพฤษภาคม ทำให้ส.ส.ส่วนใหญ่ต่างพากันลงพื้นที่หาเสียงโดยลืม การทำ "หน้าที่" ระหว่างยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
"วิทยา แก้วภราดัย" ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการประสานงานระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่เหตุการณ์สภาล่มครั้งนี้ "วิป" จึงถูกมองว่า "ล้มเหลว" ในเรื่องการประสานงาน
"วิทยา" ยืนยันว่า ได้มีการคุยกับฝ่ายค้านแล้ว โดยขอให้ร่วมมือพิจารณากฎหมาย เพราะขณะนี้มีกฎหมายเตรียมรอพิจารณาอยู่หลายฉบับ และมีหลายฉบับที่ฝ่ายค้านอยากให้ผ่านที่ประชุมสภา แต่เกิดปัญหาติดขัดเล็กน้อยในบางจุด เมื่อสมาชิกหลายคนสงวนคำแปรญัตติทำให้ต้องโหวตขอมติ เมื่อถึงเวลาโหวตกลับไม่ร่วมแสดงตน
"ผมไม่เข้าใจ อยากได้กฎหมายแต่ติดขัดเล็กน้อย เมื่อถึงเวลาโหวตขอมติ ก็ไม่ร่วมแสดงตน ไม่ตั้งใจทำหน้าที่ เล่นเกมกันไม่ลืมหูลืมตา จึงอยากถามว่าสิ่งที่ทำลงไป ทำเพื่อประชาชนหรือไม่"
"ประธานวิปรัฐบาล" เรียกร้องให้สมาชิกเสียงข้างน้อยยอมรับมติข้างมาก เหตุการณ์สภาล่มเกิดจากเสียงข้างน้อยไม่ยอมรับมติเสียงข้างมาก ทำให้ที่ประชุมล่ม และกฎหมายที่ออกมาโดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ... ประชาชนในภาคอีสานที่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกยางก็ได้ประโยชน์ด้วย และเรื่องนี้ได้มีการหารือกันในที่ประชุมแล้วส.ส.ฝ่ายค้านมาประชุมแต่ถึงเวลาก่อนโหวตกับไม่ร่วมแสดงตนจึงมองว่าเป็นการเล่นเกม
ส่วนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเสนอต่อ "ประธานสภาผู้แทนราษฎร" วันศุกร์ที่ 1 เมษายน ขอ "งดประชุม" เพื่อให้สมาชิกได้ลงพื้นที่หาเสียง "วิทยา" ชี้แจงว่า ขอเพียงวันศุกร์ที่ 1 เมษายน เพียงวันเดียว เนื่องจากเห็นว่าช่วงเช้าคณะรัฐมนตรีและประธานสภาจะเข้าเฝ้าฯ การประชุมเกี่ยวกับกระทู้ถามในวันศุกร์จึงคิดว่าไม่น่าจะทัน หรือเวลาเหลือน้อย จึงอยากให้ประธานอนุญาตให้ส.ส.ได้ลงพื้นที่ไปพบประชาชนที่เดือดร้อน เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาเกิดขึ้นทั่วทุกภาค
"รู้สึกเห็นใจส.ส.บ้านผมขณะนี้น้ำท่วมบ้านทุกคน ส่วนภาคเหนือสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านก็ล้มตายจำนวนมาก จึงอยากให้ส.ส.แต่ละคนกลับไปหาประชาชนในพื้นที่ และได้ขอประธานประชุมพิจารณากฎหมาย 2 วัน คือวันพุธกับพฤหัสบดี ให้ทุกคนทำงานเต็มที่ เชื่อว่าถ้าไม่เล่นเกมเสียงครบแน่นอน"
เหตุการณ์สภาล่มสามวันซ้อนทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า "สัปดาห์หน้า" จะมีกฎหมายสำคัญเข้าสู่ที่ประชุม เช่น การรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) 3 ฉบับ ที่มี "เจริญ คันธวงศ์" ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ถ้าเกิดเหตุการณ์สภาล่มซ้ำอีกจะทำอย่างไร
"วิทยา" ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า "คงต้องเรียกร้องให้ส.ส.รัฐบาลพยายามมากันให้มากที่สุด แต่ถ้ายังเกิดสภาล่มอีกเวลาหาเสียงผมก็จะไปฟ้องกับประชาชนว่ากฎหมายสำคัญไม่ผ่าน เพราะฝ่ายค้านเล่นเกม"
ขณะที่ "วิทยา บุรณศิริ" ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะ "ประธานวิปฝ่ายค้าน" ยืนยันว่า ก่อนการประชุมได้หารือกับประธานสภาให้กรรมาธิการเสียงข้างมากฟังข้อท้วงติงจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วย โดยเฉพาะถ้าเป็นกฎหมายสำคัญก็ต้องพิจารณาด้วยความรอบครอบ เช่น ร่างพ.ร.บ.การยางฯ ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเห็นว่าบางมาตราก็มีนัยซ่อนอยู่ให้อำนาจรัฐมนตรีมากเกินไปในอนาคตอาจเกิดปัญหาถ้าทำไม่ถูกต้องจะไม่เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ปลูกยาง
"รัฐบาลเองก็ต้องเตรียมเสียงให้พร้อม องค์ประชุมไม่ครบถือเป็นการบังคับให้กรรมาธิการต้องปรับหรือแก้เสียงข้างน้อยไม่ได้เรียกร้องอะไรให้เกินความเป็นจริงเป็นการทักท้วง เพราะกลัวจะเกิดปัญหาในอนาคต"
ส่วนที่ระบุว่าควรนั่งประชุมให้ครบองค์เมื่อโหวตก็ควรยอมรับมติในที่ประชุม "ประธานวิปฝ่ายค้าน" เห็นว่า เข้าไปนั่งโหวตก็แพ้ไม่มีสิทธิมีเสียงอยู่แล้วเพราะแพ้เสียงพวกมากลากไป ทั้งที่การท้วงติงก็เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างหนึ่ง และได้แจ้งเรื่องนี้ต่อประธานชัยไว้ก่อนแล้ว จะเห็นว่าประธานกดออดเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมใช้เวลานานมาก ส่วนตัวเห็นว่าฝ่ายรัฐบาลเองก็ไม่อยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านเหมือนกัน
สุดท้ายแล้วประชาชนคงต้องตัดสินใจเองว่าจะเชื่อใครระหว่าง "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล" ที่เห็นต่างระหว่าง "ใช้พวกมากลากไป" กับ "ไม่เล่นเกมเสียงครบ"
สมถวิล เทพสวัสดิ์



