ข่าว

"วีระ-สุพร"มอบตัว-หลังยุติชุมนุม

"วีระ-สุพร"มอบตัว-หลังยุติชุมนุม

14 เม.ย. 2552

แกนนำเสื้อแดง"วีระ มุสิกพงศ์-สุพร อัตถาวงศ์"เข้ามอบตัวตำรวจแล้ว หลังประกาศสลายการชุมนุมฯ

(14เม.ย.) เวลา 10.30 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนำนนปช. กล่าวประกาศบนเวทีขอยุติการชุมนุมไปก่อนโดยอ้างว่าขณะนี้มีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบแฝงเข้าไปในกลุ่มเสื้อแดงทำให้ไม่ปลอดภัยหากเกิดอันตราย รวมทั้งกลุ่มเสื้อแดงไม่มีสื่อในการสื่อสารความคิดออกไปทางสังคม รวมทั้งมีกองกำลังทหารดำเนินการเข้าสลาย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยก็ต้องให้แยกย้ายไปก่อน ในส่วนแกนนำพร้อมต่อสู้คดีทุกคดี การแยกย้ายดังกล่าวเป็นการไปตั้งหลักแต่ไม่กำหนดว่ากลับมาอีกเมื่อไหร่ หรือบอกว่ายุติการชุมนุมโดยสิ้งเชิง

 โดยระหว่างที่นายวีระ ประกาศยกเลิกการชุมนุมนั้นแกนนำและผู้ชุมนุมซึมเศร้าหลายคนบ่นว่าไม่น่าเลิกชุมนุมนายวีระเองก็เสียงสั่นเครือ ผู้ชุมนุมต่างก็ทยอยเก็บของต่างๆ ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ และนายสุพรร อัตถาวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. บรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทยนำโดย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานรัฐสภา นายวิทยา บูรณะสิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน นายวิชาญ มีชัยนันท์ ส.ส.กทม. นายไพจิตร ศรีวรขาน นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ นายมานิต จิตต์จันทร์กลับ ได้เดินทางมายังบริเวณด่านสกัดของทหาร บริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร เพื่อสอบถามถึงมาตรการการปฏิบัติงานของทหาร และเรียกร้องไม่ให้ใช้ความรุนแรง แต่ทั้งนี้ทหารยังไม่ยอมให้ผ่านเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม โดยขอให้ติดต่อกับผู้บังคับบัญชาการเสียก่อน

 ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพ แถลงว่าผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า ขอเรียนให้ทราบถึงการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมาว่า เจตนารมณ์การทำงานของทหารวานนี้เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรที่เกิดจาการผู้ชุมนุมได้ก่อเหตุวุ่นวาย   และการป้องกันการเกิดเเหตุร้ายและก่อวินาศกรรม ทหารไม่พึงประสงค์ในการเข้าไปสลายการชุมนุม  เพราะไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ สูญเสีย ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลและผู้บังคัญชา

 การปฏิบัติการทางทหารมีขั้นตอนในการสลายการชุมนุมโดยเริ่มจากเจรจาผ่านเครื่องขยายเสียงจากเบาไปหาหนักคือการฉีดน้ำกับแก๊สน้ำตา  การเคลื่อนที่ประชิด ซึ่งจะมีโล่ห์ และกระบอง ส่วนจะยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขวัญแต่จะใช้เมื่อจำเป็นกรณีที่ผู้ชุมนุมจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่

 สำหรับ 15 จุดที่การปิดการจราจรนั้นจนท.ตร.-ทหารได้เข้าคลี่คลายได้ทุกจุดแต่ในบางจุดต้องปิดทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยโดยจุดที่ปิดคือบริเวณแยกอุรุพงษ์  ยมราช  ผ่านฟ้า  ลานพระบรมรูปทรงร. 5  ดินแดงอนุสาวรีย์  สุทธิสารถนนมิตรไมตรี

 ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในพื้นที่ต่างจังหวัดก้จะคลี่คลายคล้ายกับกทม.และปริมณฑล โดยมีพื้นที่หลัก ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีจว.ขอนแก่น สถานีรถไฟที่สุรินทร์ และสถานีดาวเทียมไทยคม  พร้อมกันนี้ได้ทหารลาดตะเวนทั่วกทม.และตั้งจุดตรวจร่วมกับจนท.ตร.เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนในการป้องกันเหตุร้ายต่าง ๆ ซึ่งในเวลา 23.30 น.เกิดเหตุการณ์กลุ่มคนไม่หวังดีสองคนขี่รถจยย.ใช้ปืนยิงใส่จุดตรวจทหารที่บริเวณสะพานหัวช้างด้านมาบุญครองส่งผลให้ทหาร เจ็บ 1 นายถูกยิงแขนซ้านและหน้าอกขณะนี้เข้าพักรักษาตัวที่รพ.ตำรวจห้องไอซียู แนอกจากนี้ยังมีคนร้ายขับรถยนตร์และใช้ปืนยิงเข้าใส่ทหารที่แยกตึกชัยแต่ไม่ได้สร้างความสูญเสียให้กับทหาร

 ขณะนี้กอฉ.สามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้เป็นที่น่าพอใจและจากการตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 20 นาทีที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่อยู่บริเวณรอบทำเนียบแห่งเดียวและมีจำนวน 2,000 คน ทั้งนี้การออกพรก.มิได้หวังให้กระทบต่อประชาชนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการรวมตัวเพื่อการทำกิจกรรมที่สนุกสนานสามารถทำได้ตามปกติ

  รศ.ปณิธาน   วัฒนายากร รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีปัญหาแต้เป็นการเฝ้าระวังซึ่งคงไม่มีความกังวลเช่นสองวันที่ผ่านมาโดยกองกำลังได้สลับกันเข้าไปประจำการ แต่หากในจุดอื่นมีความจำเป็นกองกำลังเคลื่อนที่เร็วก็จะเข้าไปดูแลทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นเหตุความไม่ชอบมาพากลสามารถแจ้งไปหมายเลข 1197 ส่วนการเข้าไปประชิดแยกนางเล้งของทหารนั้นเป็นเรื่องธรรมดาในการเข้ามาดูแลสถานการณความเรียบร้อยทั่วไป

 อย่างไรก็ตามจนท.ในพื้นที่การชุมนุมได้แจ้งประสานกรณีที่ผู้ชุมนุมต้องการเดินทางกลับซึ่งมีบางส่วนกลับได้เดินทางกลับแต่ส่วนที่เหลือ ก็คงหารือต่อไปซึ่งหกาเดินทางกลับก็จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว ส่วนการขยายวันหยุดเพิ่มนั้นกำลังหารือก่อน

 ส่วนกรณีที่มีถังแก๊สรอบทำเนียบนั้นจนท.ได้มีการดำเนินการในขั้นตอนในการรปภ.เพื่อให้ผู้ชุมนุมได้รับความปลอดภัยแล้วแต่คงไม่ได้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังอย่างสูงแต่อย่างใด