
นายกฯญี่ปุ่นเผยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่1ทุบทิ้ง
(31มี.ค.) สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คังของญี่ปุ่นได้พูดระหว่างการหารือกับนายคาสุโอะ ชิอิ หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หมายเลข 1 จะต้องถูกทำลายทิ้ง
หลังจากสถานการณ์ของโรงไฟฟ้ายังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น นับจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิมาเมื่อเกือบ 3 สัปดาห์แล้ว ทำให้ระบบหล่อเย็นถูกทำลาย เกิดการระเบิดทำให้อาคารเตาปฏิกรณ์เสียหาย และมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมา รวมทั้งแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์บางส่วนอาจหลอมละลาย
นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่าอาจพิจารณาทบทวนโครงการที่จะเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกอย่างน้อย 14 เตาภายในปี 2573 ด้วย
ขณะที่นานาชาติกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือทางการญี่ปุ่นในการควบคุมสถานการณ์โรงไฟฟ้า โดยกองทัพสหรัฐจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสารกัมมันตรังสีจำนวน 140 คนไปถึงญี่ปุ่นในเร็วๆนี้ โดยหน่วยนี้มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดสารกัมมันตรังสี การกำจัดการปนเปื้อน และการบำบัดรักษาผู้ที่ได้รับสารกัมมันตรังสี
นอกจากนี้สำนักงานพลังงานปรมาณูสากลหรือ IAEA จะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลไปยังจังหวัดฟุกุชิมะในสัปดาห์นี้เพื่อตรวจวิเคราะห์น้ำทะเลใกล้โรงไฟฟ้าตามคำขอของญี่ปุ่น หลังญี่ปุ่นเผยตรวจพบสารกัมมันตรังสีสูงกว่าระดับปกติถึง 4,385 เท่า
ส่วนสถานการณ์การปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสี ทำให้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บกู้ศพผู้เคราะห์ร้ายจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคมในบริเวณรัศมี 20 กม.รอบโรงไฟฟ้าในจังหวัดฟุกุชิมะ ทำให้ยังมีศพมากถึงเกือบ 1,000 ศพกระจายเกลื่อน
แหล่งข่าวบอกว่า เมื่อวันอาทิตย์นี้มีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีในระดับสูงกว่าระดับปกติที่ศพหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าเพียง 5 กม. ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยกเลิกการจัดเก็บศพดังกล่าว
ขณะนี้ทางการกำลังหาวิธีเก็บศพที่ยังมีอยู่มากมายได้อย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้ตำรวจ แพทย์ หรือครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับสารกัมมันตรังสีด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาอื่นๆที่ต้องคำนึง เช่น การเผาศพอาจทำให้เกิดควันที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี และการฝังก็อาจทำให้ปนเปื้อนดิน แต่หากจะใช้วิธีกำจัดสารกัมมันตรังสีที่ตัวศพตรงจุดที่พบก่อน ก็อาจทำลายสภาพศพ และการตรวจดีเอ็นเอจากตัวอย่างเล็บเพื่อระบุเอกลักษณ์บุคคล ก็ต้องมีการกำจัดสารกัมมันตรังสีจากตัวอย่างเล็บอีกด้วย



