
เหยื่อเขาพนมเผยนาทีรอดชีวิตน้ำซัดบ้านพังพินาศ
เปิดใจเหยื่อเขาพนมเผยนาทีรอดชีวิตครอบครัวแตกกระเจิงวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หลังทะเลโคลนซัดบ้าน-สวนยางพังพินาศย่อยยับ ย้ำ 61 ปีไม่เคยเจอเหตุการณ์วอนทุกฝ่ายเร่งระดมค้นหาผู้สูญหายหวังให้มีชีวิตรอด
นายวาส ปานพนม ชาวบ้าน ม.7 บ้านต้นหาร อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 ม.7 บ้านต้นหาร ต..หน้าเขา กล่าวถึง ความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก จนไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน เป็นผลมาจากฝนตกติดต่อกันมาเป็นเวลา 6-7 วันแต่ที่ตกหนักจริงๆ 2-3 วัน ในวันที่ 29 มีนาคม 2554 เกิดน้ำท่วมในเวลาประมาณ 10.00น.แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีโคลนถล่มยังไม่มีต้นไม้หรือก้อนหินเข้ามาผสม
จากนั้นในเวลาประมาณ 13.00น.มีเสียงดังครึ้มๆติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง มีน้ำและโคลนถล่มมาพร้อมกับต้นไม้ ก้องหิน เข้าสู่หมู่บ้านอย่างรุนแรงโดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ความแรงของน้ำที่ไหลลงมาเข้าสู่หมู่บ้านทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านพัดหายไปกับโคลนที่ถล่มลงมาหายไปทั้งหลัง รวมทั้งสวนยางพาราเสียหายอย่างหนักจมอยู่ใต้โคลนที่ถล่มลงมา ตนและชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งต้องวิ่งไปอยู่บริเวณที่ปลอดภัยเพื่อหนีโคลนถล่ม
การติดต่อสื่อสารออกมายังพื้นที่ภายนอน ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ จึงได้เดินเท้าเข้ามายังที่ทำการ อบต.หน้าเขา เพื่อของความช่วยเหลือ แต่ในวันที่ 29 มีนาคม ซึ่งเป็นวันแรกของเหตุการณ์ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือไต้เนื่องน้ำยังมีความแรง รวมทั้งถนนถูกตัดขาด ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ในวันที่ 30 มีนาคม ทหารรวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.จึงสามารถเข้าไปช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกมาได้ รวมทั้งการเข้าไปค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
สิ่งที่ต้องการให้ทางราชการเข้าไปช่วยเหลือมากที่สุดคือ การซ่อมบำรุงเส้นทางเข้าหมู่บ้าน การจ่ายกระแสฟ้าในตำบลและหมู่บ้านให้ได้กลับมาใช้ได้เหมือนเดิน รวมทั้งการติดต่อสื่อสารประเภทอื่น ทั้งโทรศัพท์ โทรทัศน์ เพื่อให้ชาวบ้านได้ติดตามข่าวสารได้เหมือนพื้นที่อื่นๆทั่วไป
จากเหตุการณ์โคลนถล่มในครั้งนี้ ตนอยู่ในพื้นที่ตลอดอายุ 61 ปี ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นความสูญเสียที่รุนแรงมาก และทำลายสวนยางพาราของชาวบ้านราบไปในเวลาอัดรวดเร็ว
ด้านนางสมคิด ทองเนียม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.7 ต.หน้าเขา พร้อมสามีนายภูมิน ทองเนียม อายุ 31 ปี พร้อมด้วยบุตรทั้ง3 คน ซึ่งเป็นครอบครัวที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสูญเสียทั้งสวนยางพาราจำนวน 30 ไร่ อายุ 7 ปี ซึ่งกำลังกรีดได้ สูญเสียพ่อตา แม่ยาย น้องสาว น้องเขย และน้องชายน้องสะใภ้ กล่าวด้วยความหวังของชีวิตที่จะต้องไปเริ่มการทำงานการประกอบอาชีพใหม่ทั้งหมด คือเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด การสูญเสียผู้ที่เป็นที่รักของครอบครัว ที่ไม่มีวันจะหวนกลับมาได้
นางสมคิด ภรรยา นายภูมิน กล่าวแทนสามีว่า น้ำไหลมาแรงมากจนไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้กระทั้งวิ่งบอกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง สิ่งที่ทำได้คือสามีเอาลูกทั้งสามคนมาอยู่ที่เดียวกัน เพื่อหาที่ปลอดภัยหลบโคลนถล่มที่พัดเอามาทั้งน้ำที่เชียวกราด ต้นไม้ ก้อนหินขนาดใหญ่พัดใส่บ้านเรือนของชาวบ้านไปทั้งหลัง พัดสวนยางพาราสวนปาล์มน้ำมันไปทั้งหลัง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปนำตัวออกจากสถานที่เกิดเหตุได้สิ่งที่คิดอยู่ตลอดเวลาชีวิตนี้คงต้องเริ่มต้นใหม่ โดยการนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด และภาวะให้เจ้าหน้าที่หาศพพ่อตา แม่ยาย น้องชายของสามี น้องสะใภ้ของสามี และน้องสาวของสามีน้องเขยของสามี ซึ่งถูกโคลนพัดจมหายไปในวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา



