ข่าว

รมต.ต่างประเทศลิเบียลาออกหลังเดินทางถึงอังกฤษ

รมต.ต่างประเทศลิเบียลาออกหลังเดินทางถึงอังกฤษ

31 มี.ค. 2554

(31มี.ค.)นายมุสซา คุสซา รัฐมนตรีต่างประเทศของลิเบีย เดินทางถึงสนามบินฟาร์นโบโรจ์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวานนี้ ก่อนจะประกาศลาออกจากตำแหน่ง

โดยบอกว่าเขาไม่ต้องการเป็นตัวแทนของรัฐบาลลิเบียอีกต่อไป โดยกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ว่า นายคุสซาเดินทางไปยังอังกฤษด้วยความตั้งใจของเขาเอง และได้แจ้งว่าเขาลาออกจากตำแหน่งแล้ว แถลงการณ์ ระบุอีกว่า นายคุสซา เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงสุดในรัฐบาลของพันเอกกัดดาฟี และมีบทบาทในการเป็นตัวแทนของลิเบียในเวทีสากล ซึ่งเขาไม่อยากจะทำหน้าที่นี้อีกต่อไปแล้ว ทางการอังกฤษได้สนับสนุนให้คนที่อยู่รอบตัวพันเอกกัดดาฟี ถอยห่างจากเขาและไปหาอนาคตที่ดีกว่าให้กับลิเบีย ที่ยอมรับการส่งผ่านอำนาจทางการเมืองและมีการปฏิรูปอย่างแท้จริงตามความปรารถนาของประชาชนชาวลิเบีย นายคุสซา เดินทางถึงอังกฤษ หลังจากพักอยู่ที่ตูนิเซียเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งรัฐบาลลิเบีย ระบุว่าเป็นการเยือนอย่างเป็นการส่วนตัว และหลังจากมีรายงานว่าเขาเดินทางต่อไปยังอังกฤษรัฐบาลลิเบีย ก็ยังอ้างว่า เขากำลังปฏิบัติภารกิจทางการทูต แต่ข่าวการไปถึงอังกฤษของเขาได้มีขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศ ประกาศว่า อังกฤษได้ขับนักการทูตลิเบีย 5 คน รวมทั้งทูตทหารด้วย ก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน ที่เป็นคนใกล้ชิดของพันเอกกัดดาฟี รวมทั้งรัฐมนตรีและนายทหารระดับสูง พากันแปรพักตร์ นับตั้งแต่เกิดการลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจการปกครองอันยาวนานถึง 42 ปี ของเขา แต่การแปรพักตร์ของนายคุสซา ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงสำหรับพันเอกกัดดาฟี เพราะที่ผ่านมา เขาได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสำคัญที่พยายามปรับปรุงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของลิเบียในต่างประเทศ สำหรับวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นายคุสซา วัย 59 ปี ได้ชื่อว่าเป็นมือขวาของพันเอกกัดดาฟี เขารับรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อเดือนมีนาคม 2552 หลังจากดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรอง เมื่อปี 2537 เชื่อกันว่า เขาคือคนที่โน้มน้าวให้พันเอกกัดดาฟี ละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ ที่เปิดทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ เขาเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตลิเบีย ประจำอังกฤษ เมื่อปี 2523 แต่ถูกขับออกไป หลังจากระบุว่า เขาต้องการกำจัดศัตรูของลิเบียในอังกฤษ ด้านพลตรี สุไลมาน มาห์มุด นายทหารระดับสูงที่แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายต่อต้าน เปิดเผยในรายการ นิวส์ไนท์ ของ BBC เมื่อวันพุธว่า กองกำลังของเขาต้องการเวลาและความช่วยเหลือที่รวมทั้งอาวุธ , วิทยุและอุปกรณ์สื่อสาร ในการโค่นรัฐบาลพันเอกกัดดาฟี และถ้าได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติ เขาคิดว่า พันเอกกัดดาฟี จะพ่ายแพ้ภายในเวลา 2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็อาจยืดเยื้อไปอีกกว่า 6 เดือน ซึ่งในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี เดวิดคาเมรอน ของอังกฤษ ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ว่า อาจจะติดอาวุธให้กับฝ่ายต่อต้าน