
มะกันและผู้ดีส่งสายลับเข้าลิเบีย
(31มี.ค.)หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ส รายงานว่า สหรัฐและอังกฤษได้ส่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแอบแทรกซึมเข้าไปในลิเบีย เพื่อติดต่อกับฝ่ายต่อต้านและรวบรวมข้อมูล เพื่อชี้เป้าให้กองกำลังผสมใช้ปฎิบัติการทางอากาศ
ขณะที่ ABC นิวส์ รายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ได้ลงนามในคำสั่งลับเปิดทางให้สำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA เข้าไปปฏิบัติภารกิจในลิเบีย แต่ทำเนียบขาวได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยอ้างธรรมเนียมปฏิบัติที่จะไม่พูดเรื่องข่าวกรอง และยืนยันว่าประธานาธิบดีโอบาม่า ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องการติดอาวุธให้กับฝ่ายต่อต้าน หรือกลุ่มอื่นใดในลิเบีย แต่จะใช้การประเมินและทบทวนทางเลือกที่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวลิเบีย ซึ่งต้องมีการ
หารือโดยตรงกับทั้งฝ่ายต่อต้านและหุ้นส่วนนานาชาติด้วย
รายงานของนิวยอร์ค ไทม์ส ระบุว่า CIA ได้ส่งสายลับแทรกซึมเข้าไปรวมรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงทริโปลี และยังสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับฝ่ายต่อต้าน ที่เมื่อวันพุธ เพิ่งจะเสียพื้นที่ในการควบคุมให้กับกองกำลังของพันเอกกัดดาฟี และแม้ประธานาธิบดีโอบาม่าจะยืนยันว่า ไม่มีทหารราบของอเมริกัน เข้าไปปกป้องพลเรือนในลิเบีย แต่นิวยอร์ค ไทม์ส ระบุว่า มีสายลับอเมริกันกลุ่มย่อย ๆ เข้าไปปฏิบัติภารกิจในลิเบียมาหลายสัปดาห์แล้ว
รายงานยังอ้างเจ้าหน้าที่ทั้งในอดีตและปัจจุบันของอังกฤษด้วยว่า กองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษของอังกฤษ และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองต่างประเทศ หรือ เอ็มไอซิกซ์ ได้เข้าปฏิบัติภารกิจภาคพื้นดิน เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธและกองกำลังฝ่ายรัฐบาล ด้าน ABC นิวส์ ได้รายงานว่า ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ลงนามในคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ CIA เข้าไปปฏิบัติภารกิจในลิเบีย ซึ่งการลงนามในคำสั่งของประธานาธิบดีไม่ว่ากรณีใด ๆ ถือเป็นการวางกรอบทางกฎหมาย เพื่อการใช้ปฏิบัติการลับ และจะต้องมีขึ้นก่อนการปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง
มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ CIA ที่แทรกซึมเข้าไป ได้มีส่วนช่วยในการใช้ปฎิบัติการช่วยเหลือลูกเรือ 2 นาย ของเครื่องบินรบ เอฟ-15 อี สไตรค์ อีเกิล ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญข่าวกรอง ระบุว่าCIA ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดต่อกับฝ่ายต่อต้านและประเมินความแข็งแกร่งและความจำเป็นในการรับความช่วยเหลือของฝ่ายต่อต้าน เผื่อว่าประธานาธิบดีโอบาม่าจะตัดสินใจติดอาวุธให้พวกเขา
ที่สหรัฐ ได้มีการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นภายในฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบาม่า รวมถึงในสภาคองเกรสส์และระหว่างสหรัฐกับหุ้นส่วนในกองกำลังผสม เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการติดอาวุธให้ฝ่ายต่อต้านในลิเบีย โดยฝ่ายที่ต่อต้านแนวคิดนี้ เกิดความวิตกหลังจากพลเรือเอกเจมส์ สตาฟริดิส ผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังภายใต้สังกัดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ให้ความเห็นว่า ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าเชื่อถือได้นั้น กลับมีบางส่วนที่โน้มเอียงไปเข้ากับอัล ไกดา หรือไม่ก็ ฮิซบุลเลาะห์
นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ , นายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหม , นายเจมส์แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และพลเรือเอกไมค์ มุลเล่น ประธานเสนาธิการทหารร่วม ได้แถลงสรุปอย่างเป็นความลับต่อสภาคองเกรสส์ ขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสส์ หลายคน โดยเฉพาะฝ่ายรีพับลีกัน ต่างตำหนิว่า พวกเขาไม่ได้รับการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการใช้ปฎิบัติการโจมตีทางอากาศต่อลิเบีย ก่อนที่ประธานาธิบดีโอบาม่าจะอนุมัติเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการติดอาวุธให้กับฝ่ายต่อต้าน



