ข่าว

ถกดินไหวไม่ฟันธงรอยเลื่อนนครนายก

ถกดินไหวไม่ฟันธงรอยเลื่อนนครนายก

31 มี.ค. 2554

คณะทำงานรับมือแผ่นดินไหวประชุมครั้งแรก สั่งทุกหน่วยงานทำแผนเตรียมรับมือ - ไม่ชัดเจนผลรอยเลื่อนจ . นครนายก เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากร รุดตรวจสอบหออะม็อก ป้อมปืนเก่าแก่โบราณกลางเมืองลำปาง เกิดเคลื่อนตัว หลังแผ่นดินไหว ก่อนแจ้งเทศบาลฯ บูรณะซ่อมแซมด่วน ศูนย์อุต

(31มี.ค.) ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือการเตรียมการกรณีการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง และกระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ เพื่อวางแนวทางรองรับการเกิดแผ่นดินไหว

 นายวิสุทธิ์ นิรัตติวงศ์กรณ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการหารือเบื้องต้นกับนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยหารือว่าแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนปฏิบัติการอย่างไรบ้าง ทั้งเรื่องการให้ความรู้กับประชาชน และการปฏิบัติตนหากเกิดแผ่นดินไหว ที่สำคัญต้องบูรณาการข้อมูลของแต่ละหน่วยงานต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ โดยให้หน่วยงานแต่ละแห่งจัดทำแผนการรับมือ และเรื่องการติดตั้งระบบการเตือนภัย เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งจะหารือว่าความจำเป็นต้องตั้งศูนย์ภัยพิบัติหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ก็มีคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักอยู่แล้ว

 นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังหารือกรณีที่หลายฝ่ายกังวลเหตุแผ่นดินไหว อาจทำให้เขื่อนพัง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ชี้แจงแผนการเตรียมการรองรับในการอพยพคนไปในพื้นที่ปลอดภัย ส่วนรอยเลื่อนที่จ.นครนายก ที่ประชุมยังไม่มีความชัดเจนว่ารอยเลื่อนนี้อาจจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ เพราะรอยเลื่อนบางแห่งอาจไม่มีพลังทำให้เกิดแผ่นดินไหว ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นหลายอย่าง แต่ได้รับฟังและนำไปศึกษา ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ระบุว่ากำลังยกร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการดัดแปลงอาคารต้องรองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวด้วย

หออะม็อกป้อมปืนเก่าแก่เกิดเคลื่อนตัวหลังแผ่นดินไหว
 
 นายทนงศักดิ์ ไชยเรืองฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน ได้ลงพื้นที่ จ.ลำปาง เพื่อตรวจสอบโบราณสถานที่สำคัญ คือ ป้อมปืนโบราณสถาน หรือหออะม็อก อายุกว่า 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนศรีเกิด เขตเทศบาลนครลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งการเข้าตรวจสอบ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ถือว่ารุนแรง เมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา และอาจส่งผลกระทบต่อโบราณสถานที่สำคัญดังกล่าว

 จากการตรวจสอบหออะม็อกเบื้องต้น พบว่าอิฐที่ก่อด้วยดินเหนียวสร้างเป็นป้อมปืนได้เคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นบางส่วนและทำให้ต้องทำการบูรณะอย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ ทางสำนักศิลปากรที่ 7 น่าน ได้ประสานให้เทศบาลนครลำปาง ทำการบูรณะซ่อมแซมเนื่องจากเกรงว่าหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีก อาจจะทำให้เกิดเคลื่อนมากขึ้น และจะทำให้ป้อมปืนทรุดตัวลงได้ เพราะมีการเคลื่อนตัวแล้วประกอบกับ หออะม็อกมีอายุที่เก่าแก่มาก

 สำหรับป้อมปืน หรือหออะม็อกอดีตเคยเป็นป้อมปืนของเมืองนครลำปางในอดีต ส่วนของกำแพงเมืองที่อยู่ติดถูกทำลายทิ้งทั้งหมดเหลือเพียงป้อมปืน ซึ่งก่อสร้างด้วยอิฐมอญ โดยใช้ดินเหนียวเป็นตัวเชื่อมหออะม็อก และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ซึ่งห้ามมีการบุกรุกทำลายต่อมาชาวบ้านได้ก่อสร้างศาลเจ้าพ่อหมอกมุงเมืองไว้ตรงกลางหออะม็อกเพื่อคุ้มครองประชาชนในชุมชน และจะมีประเพณีฟ้อนผีถวายเป็นประเพณีทุกปี

อุตุฯเหนือยันตรวจไม่พบแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนนครนายก

 นายอดิศร ฟุ้งขจร หัวหน้ากลุ่มงานแผ่นดินไหว ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ในฐานะรองโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กระแสข่าวที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าให้จับตาดูรอยเลื่อนที่ จ.นครนายกเพราะอยู่ใกล้กทม.และอาจเกิดแผ่นดินไหวได้นั้น  นับถอยหลังไปมากกว่า 48 ปีจนถึงขณะนี้ เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพสูงระดับมาตรฐานโลกของกลุ่มงานตรวจวัดแผ่นดินไหว ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือตอนบนซึ่งตรวจจับแผ่นดินไหวได้ไกลจากประเทศไทยถึงเฮติ  ยังตรวจไม่พบว่ามีการปลดปล่อยพลังงานหรือเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนในพื้นที่ดังกล่าว

 ทั้งนี้ ตั้งแต่ตั้งสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวมาจนถึงขณะนี้  ยืนยันว่าเรายังไม่เจอสัญญาณใด ๆ  แต่การตรวจไม่พบว่าเกิดแผ่นดินไหวในจุดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ารอยเลื่อนดังกล่าวไม่มีพลัง  เพราะในทางธรณีวิทยานั้นก็มีวิชาการที่สามารถจะตรวจเช็คดูย้อนหลังว่ารอยเลื่อนดังกล่าวอาจเคยขยับมาในช่วง 1,000 ปีหรือ 10,000 ปีที่ผ่านมาแล้ว ข้อสรุปคือรอยเลื่อนนครนายกนั้นไม่ได้มีการขยับและทำให้เกิดแผ่นดินไหวในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้  แต่หากย้อนกลับไปในระยะพันปีหรือหมื่นปีก่อนหน้านั้นจะเกิดหรือไม่ต้องให้ทางธรณีวิทยาเป็นผู้ตรวจและยืนยันเพราะสามารถที่จะมีตัวชี้วัดได้

 ผวจ.กาญจน์นั่งหัวโต๊ะถกปัญหาแผ่นดินไหว

  นายณฐพษ์ วิเชียรเพริศ ผวจ.กาญจนบุรี เป็นประธานถกปัญหาหากเกิดแผ่นไหวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล นักธรณีวิทยา สาขาธรณ๊ศาสตร์ ม.มหิดลวิทยาเขตไทรโยค นาย วนิช แสงสุวรรณ ผช.เขื่อนศรีนครินทร์ ฝ่ายบริหาร ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อถกปัญหาดังกล่าว

 ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล นักธรณีวิทยา สาขาธรณีศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตไทรโยค กล่าวว่า จากการศึกษาค้นคว้า รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พบว่ารอยเลื่อนแผ่นดินไหวนั้นใหญ่มากครอบคลุมไปทั้งทวีปอินเดีย ออสเตรเลีย มันเชื่อมกันอยู่เพราะข้างล่างมันเป็นแผ่น มันไม่ใช่รอยแยกแบบที่เราเห็นเป็นรอยเล็กๆเหมือนรอยเลื่อนในพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี เช่นรอยเลื่อนบริเวณเกาะไอแลนด์ แผ่นดินมันก็จะแยกกันกลางมหาสมุทรแอตแลนด์ติกใต้ทะเลลงไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร มันก็จะมีรอยแยกใต้พื้น ซึ่งแตกต่างกับรอยแยกของบ้านเราซึ่งเป็นรอยเลื่อนธรรมดา ไม่ใช่รอยเลื่อนที่จะทำให้มีการเกิดแผ่นดินไหวได้รุนแรงขนาดนั้น

 ส่วนที่ใกล้บ้านเราที่สุดและสามารถทำให้แผ่นดินไหวได้ขนาด 8-9 ริกเตอร์ก็คือรอยตะเข็บระหว่างอินเดีย-ออสเตรเลีย กับยูเรเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 500 กิโลเมตร อยู่ในเกาะอันดามันนิโคบาที่อยู่ระหว่างชายแดนพม่ากับประเทศอินเดียในทะเล อันดามัน มันเป็นเกาะในแนวเหนือใต้ซึ่งเป็นเกาะภูเขาไฟ ส่วนรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราเข้ามาอีกก็คือรอยเลื่อนสะเกียง หรือที่พม่าเรียกว่ารอยเลื่อนสะกาย ที่อยู่แนวเหนือใต้ ซึ่งมันอยู่ระหว่างแนวตะเข็บธรณี รอยเลื่อนสะกายเป็นรอยเลื่อนแบบเฉือนเลียบขวา คือบล็อกที่อยู่ฝั่งตะวันตกมันเลื่อนไปทางซ้ายส่วนที่อยู่ทางตะวันออกที่ อยู่ทางฝั่งบ้านเรามันก็เคลื่อนที่ไปด้วยแต่มันเคลื่อนที่ช้ากว่า ที่สำคัญคือในรอยเลื่อนสะกายคุณภาพรอยเลื่อนมันเอียงไปทางตะวันตก เพราะฉะนั้นการเกิดแผ่นดินไหวมันก็จะเกิดไปทางทิศตะวันตก ซึ่งฝั่งตะวันตกเป็นฝั่งประเทศพม่า

 ส่วนรอยเลื่อนในประเทศของเราเป็นรอยเลื่อนแขนง ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงเท่าทางเหนือโดยเฉพาะ เชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งน่าเป็นห่วงกว่ารอยเลื่อนที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีมากกว่า เพราะว่าทางเหนือมันไม่มีอะไรกั้น ส่วนเมืองกาญจน์ยังมีมหาสมุทรแปซิฟิกกั้นเอาไว้ อย่างรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์เมื่อหลายปีมันเคยฉีกมาก่อน แต่โอกาสที่จะฉีกรุนแรงนั้นมีน้อยมาก   เพราะข้างล่างมันมีรอยเลื่อนระนองคอยดันเอาไว้ซึ่งเป็นข้อดี แต่อย่างไรก็ต้องมาพิสูจน์กันอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าตอนนี้ทางกรมทรัพย์ และ ม.จุฬาฯ ได้เข้ามาปัก จี พี เอส อยู่หลายแห่ง ที่บริเวณตามแนวรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์

 ข้อมูลล่าสุดที่มีและได้ตีพิมพ์ไป โดยยืนยันด้วยความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหว และยืนยันด้วยบ่อน้ำร้อนซึ่งขึ้นอยู่ที่อุณหภูมิของบ่อแต่ละโซน แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่ง ม.มหิดลได้สนับสนุนงบประมาณมาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราได้เจาะบ่อบาดาลตลอดแนวของลำน้ำแควน้อย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีบ่อน้ำร้อน ด้วยการวัดระดับอุณภูมิของน้ำว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้นเราได้จับจี พี เอส สเตชั่น เพื่อหาดูว่ามีสิ่งใดเคลื่อนไหวน่าผิดสังเกตหรือไม่ และอีกประเด็นคือเราได้ขอแรงครู   และนักเรียน ที่ตั้งอยู่ตามแนวลำน้ำแควน้อย ให้ช่วยกันสังเกตพฤติกรรมของสัตว์บ้าน รวมทั้งสัตว์ป่า ถ้าหากสัตว์มีพฤติกรรมอะไรที่ผิดปกติ เราก็จะได้ดูว่ามีความสัมผัสกับวิบัติภัยในลักษณะนี้หรือไม่ ซึ่งมีกรณีเดียวที่ประเทศจีนได้ศึกษาถึงพฤติการณ์ของสัตว์ ซึ่งสามารถอพยพผู้คนของเขาได้จำนวนหลายแสนคนก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ใน ครั้งนั้น

 โดยสามารถสังเกตได้ง่ายๆว่า ในประเทศไทยจะมีบ่อพุน้ำร้อนทั้งหมดประมาณ 95 บ่อ ส่วนทางภาคเหนือบ่อน้ำร้อนจะมีอุณหภูมิความร้อนสูงถึง 80-100 องศา ซึ่งสามารถต้มไข่ให้สุกได้เลย ส่วนทางภาคใต้ก็มีอุณหภูมิสูง 60-80 องศา สำหรับจังหวัดกาญจนบุรีบ่อพุน้ำร้อนที่มีอยู่มีอุณหภูมิความร้อนบวกลบกันแล้วไม่เกิน 40 องศา ซึ่งถือว่าอยู่ในภาวะปกติ ข้อมูลนี้ได้มาจากกรมทรัพย์ฯโดยอุณหภูมิที่เกิดขึ้นตามบ่อพุน้ำร้อนต่างๆ นั้นก็มาจากการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจากการเปรียบเทียบสถิติการเกิดแผ่นดินไหวพบว่าทางภาคเหนือจะเกิดแผ่นดิน ไหวบ่อยมาก และมีโอกาสสูญเสียอย่างแน่นอน ส่วนทางภาคใต้จะเกิดขึ้นนานๆครั้ง แต่ว่ารุนแรงเช่นกัน สำหรับพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีโอกาสการเกิดแผ่นดินไหวนั้นค่อนข้างจะนิ่ง เพราะว่ารอยเลื่อนที่มีอยู่มันไม่สามารถเคลื่อนไปไหนได้ เนื่องจากมีรอยเลื่อนระนองดันอยู่ข้างล่าง แต่ถ้าถามว่ามีโอกาสหรือไม่ตอบได้เลยว่าอนาคตมีแน่นอน แต่ก็คงอีกหลายชั่วอายุคน

 ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทีมงานได้เจาะหลุมสำรวจและติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำตามแนวรอยเลื่อน เจดีย์สามองค์ และที่บริเวณบ่อพุน้ำร้อน วัดวังขนาย อ.ท่าม่วง ซึ่งจุดนั้นเป็นแขนงของรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ หลังจากเจาะเราได้วัดดูว่าความร้อนเปลี่ยนแปลงหรือไม่และดูว่าระดับน้ำ เปลี่ยนหรือไม่ ซึ่งเท่าที่สังเกตมาสามปีกว่า อุณหภูมิของน้ำและค่าของน้ำก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแต่อย่างใด และเรายังมีสถานีวัดพิกัดดาวเทียม เพื่อติดตามดูว่าทั้งสองรอยเลื่อนมีการเคลื่อนไหวหรือไม่อย่างไร ซึ่งจากการตรวจสอบเราไม่พบเลยว่ารอยเลื่อนทั้งสองไม่มีการขยับตัวแต่อย่างใด

 และเราได้ขุดหาร่องรอยของการเกิดแผ่นดินไหวในอดีต ปรากฏพบว่า บริเวณรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ และรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6-7 ริกเตอร์มาแล้วซึ่งแบ่งเป็น 3 คลาสเตอร์ คือคลาสเตอร์ที่ 1 เคยเกิดมาแล้วประมาณ 2 แสนปี คลาสเตอร์ที่ 2 ประมาณ 2 หมื่นปี และ 2 พันปี ในกลุ่มนี้จะเจอน้อย ซึ่งเราเจอที่บริเวณศูนย์กักกันสัตว์เกษตรที่สูงใกล้ด่านเจดีย์สามองค์ เราสามารถสรุปได้เลยว่าโอกาสการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี นั้นไม่มีความเสี่ยงแต่อย่างใด ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวไม่ต้องตื่นตระหนกแต่อย่างใด และขอให้สบายใจได้

 ด้านนายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวภายหลังว่า หลังจากรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงจาก ดร.ปริญญา ซึ่งทำให้มีความรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา ถ้าหากมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดที่ ยุโรป ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย หรือประเทศเพื่อนบ้านคือพม่า ทุกคนก็จะให้ความสนใจมาที่เขื่อนทั้งสองของจังหวัดกาญจนบุรีของเราทุกครั้ง ด้วยความกังวลว่าเขื่อนทั้งสองจะได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ตามประเทศต่างๆหรือไม่ ซึ่งขอยืนยันว่า เขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ ที่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ ที่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวจนทำให้เขื่อนแตกพังนั้นมีน้อยมาก จึงไม่ขอให้ชาวกาญจนบุรีนั้น และนักท่องเที่ยวจงไว้วางใจ และอย่าได้ตื่นตระหนกตามกระแสข่าวที่ออกไป แต่อย่างไรก็ตามในวันที่ 7-8 เมษายนนี้ จะมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศซึ่งเป็นคณะกรรมการเขื่อนโลก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ 1 ใน 5 ของโลก บินมาร่วมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนศรีนครินทร์ และเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันที่ 7 เม.ย. ตน และผอ.เขื่อนทั้งสอง และ ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเปิดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บริเวณบนสันเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งถ้าหากประชาชนหรือนักท่องเที่ยว หรือองค์กรอิสระต่างๆ ที่ต้องการความรู้ และความชัดเจนถึงความแข็งแรงของเขื่อนก็สามารถเดินทางไปเพื่อซักถามข้อเท็จ จริงจากผู้เชี่ยวชาญได้