
จิตแพทย์แนะฝึกเยาวชนรับมือวิกฤติ
จากความประทับใจและรู้สึกชื่นชมนับถือในความสามารถในการรับมือวิกฤติของคนญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ ที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกควรจะพูดถึงและเรียนรู้โดยนำตัวอย่างที่ดีของชาวญี่ปุ่นจากเหตุการณ์นี้มาเ
พญ.จันทิมา องค์โฆษิต ไกรฤกษ์ จิตแพทย์ และประธานกรรมการ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่าจากการศึกษาวิธีรับมือกับวิกฤติของชาวญี่ปุ่นทั้งในระดับประเทศและระดับพลเมือง จะพบว่าในระดับประเทศ ความเป็นชาตินิยมนั้นสำคัญมาก เพราะทำให้เกิดความสามัคคี ซึ่งในช่วงแย่ที่สุด จะเห็นว่าคนญี่ปุ่นมีความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความรักชาติของเขา ในฐานะพลเมือง การรับมือวิกฤติของชาวญี่ปุ่นสะท้อนคุณค่าที่ได้ถูกหล่อหลอมและบ่มเพาะมาตั้งแต่เยาว์ ซึ่งเราควรนำเอาตัวอย่างที่ดีเหล่านี้ นำมาสอนเด็กของเรา เช่น การมีสปิริต พลังใจ กำลังใจของคนญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน เขาก็จะไม่ท้อถอย ความมีวินัยของคนญี่ปุ่นที่แม้จะหิวจะเหนื่อย แต่เขาก็จะยืนเข้าแถว ไม่ทะเลาะ ไม่แย่ง ไม่เอาเปรียบกัน เชื่อว่าหากเขาไม่มีวินัยคงจะเสียหายหนักกว่านี้ แต่นี่ไม่มีใครผลักใคร เพื่อแย่งชิงเอาอาหาร น้ำ หรือข้าวของ
การที่เขามีความหวัง เขาไม่สิ้นหวัง ซึ่งคนญี่ปุ่นจะมองไปข้างหน้า ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ความอดทน ไม่ย่อท้อ ต่ออุปสรรค ความเข้มแข็ง แต่ไม่ได้สำคัญตนผิด ซึ่งในยามวิกฤติ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น แสดงออกถึงความเข้มแข็งแบบเหมาะสม โดยหลังจากประเมินความสามารถของตนเอง ก็กล้าออกมาบอกขอความช่วยเหลือทันทีเลย
การมีคุณธรรมและมีความละอายต่อบาป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นถึงความมีน้ำใจ เมตตา ไมตรีจิตต่อกัน เอื้ออาทรกัน ห่วงใยกัน ไม่ฉวยโอกาส มีความเกรงกลัวและละอายต่อบาป หรือที่เรียกว่ามี หิริโอตตัปปะ คือถึงมีโอกาสแต่ก็ไม่ฉกฉวย ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม เขาก็ไม่ทำ ถ้าไม่ใช่ของตัวเองเขาไม่เอา เป็นคุณธรรมที่สูงและน่าประทับใจมาก
"การสร้างเยาวชนเป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเริ่มต้นกันตั้งแต่ระดับพ่อแม่ ระดับครอบครัว ระดับโรงเรียน ระดับครู ระดับที่ทำงาน บริษัทไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ก็ต้องทำ สถาบันศาสนา สถาบันชาติ โดยอาจจะเริ่มจากการดูตัวเองก่อน แล้วก็มาดูคนรอบตัวของตัวเอง แล้วมาดูสิ่งแวดล้อมของตัวเอง ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันทั้งนั้น คนละไม้คนละมือ" พญ.จันทิมา กล่าวปิดท้าย



