ข่าว

เรือจักรีนฤเบศรขนนทท.700ถึงสัตหีบ

เรือจักรีนฤเบศรขนนทท.700ถึงสัตหีบ

31 มี.ค. 2554

เรือหลวงจักรีนฤเบศร รับนักท่องเที่ยวไทย-เทศ กลับถึงท่าเรือสัตหีบ 700 คน กองทัพเรือประสานหน่วยงานรัฐ เอกชน ระดมสรรพกำลัง อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ท่าเทียบเรือจักรีนฤเบศร เตรียมรถบัส ตู้ รถพยาบาล หลายสิบคัน ลำเลียงนักท่องเที่ยวส่งพัทยา สนามบินสุวรรณภูมิ

(31มี.ค.) เช้าวันนี้เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้นำนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ ประมาณ 700 คน เดินทางออกมาจากเกาะเต่า เดินทางมาถึงท่าเทียบเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ โดยมี พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กองทัพเรือ ให้การต้อนรับ ณ เรือจักรีนฤเบศร พร้อมอำนวยความสะดวก จัดนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ลงมาจากเรือ โดยมี นายวิชิตชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ให้ผู้แทนมาอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ การท่าเรือสัตหีบ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ มาช่วยกันจัดนักท่องเที่ยวขึ้นรถบัส รถตู้ที่ได้เตรียมรองรับไว้จำนวนมาก

 พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ในเวลาบ่ายเรือหลวงเจ้าพระยา จะพานักท่องเที่ยวประมาณ 500 คน เข้ามาส่งที่ท่าเรือสัตหีบ และยังมีเรือ กำลังพลของทัพเรือภาคที่ 2   ทัพเรือภาคที่ 3 ดำเนินการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนภารกิจของ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดเตรียมเสบียงอาหารไว้ เพื่อเตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปรับนักท่องเที่ยวที่ยังติดเกาะ แต่ถ้าสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ก็คงไม่มีปัญหาเรือเล็ก เรือรับนักท่องเที่ยว เรือเฟอรี่ เดินทางได้ก็ให้ดำเนินการไป   แต่ยังมีเรือรบขนาดเล็กดำเนินการในทุกพื้นที่ในขณะนี้   ส่วน เสบียงในเรือหลวงจักรีนฤเบศร จะต้องมีการจัดการให้มีจำนวนมาก เพราะต้องจัดอาหารเลี้ยงนักท่องเที่ยวที่หิวโหย อีกทั้งการบริการด้านการแพทย์ ความสะดวกอื่น ๆ แต่ก็สามารถดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย นักท่องเที่ยวทุกคนพึงพอใจอย่างมาก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะเต่ายังมีนักท่องเที่ยวติดอยู่อีกประมาณ 700-800 คน สถานการณ์เริ่มตรึงเครียดเพราะเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการปั่นไฟ เริ่มหมด ไฟดับ สัญญาณโทรศัพท์เริ่มมีปัญหา การต่อต่อสื่อสารไม่สะดวก ส่วนการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ฝนตก คลื่นลมแรง อยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะการนำนักท่องเที่ยวมาที่เรือ และการใช้เฮลิคอปเตอร์รับนักท่องเที่ยวที่เป็นคนแก่ ผุ้หญิง เด็ก ๆ และคนพิการ

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานช่วยเหลือและเยียวยา ผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีรายงานมาว่ามีน้ำป่าทะลักเข้าไปในพื้นที่อีก ทำให้ต้องย้ายผู้ป่วยในพื้นที่ไปอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช นอกจากนั้นแล้วพบว่าประชาชนในอ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช มีหมู่บ้านประมาณ 3 - 4 หมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมากว่า 3 - 4 วันแล้ว โดยล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 31 มี.ค. พบว่ายังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ แม้จะเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ขนย้ายประชาชนแล้วแต่ฟ้าปิดไม่สามารถขึ้นบินได้ จึงได้ประสานไปยังกองทัพภาคที่ 4 ให้ส่งทหารนำอาหารแห้งเดินเท้าเข้าไปส่งให้กับประชาชน

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่อ.เขาพนม จ.กระบี่ ที่ประสบปัญหาดินสไลด์ ยืนยันข้อมูลล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 2 คนและสูญหาย 6 คน   ส่วนพื้นที่จ.ตรังนั้น ตอนนี้ได้รับรายงานว่ามีพนังกั้นน้ำแตกบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับข่าวที่ระบุว่าช่วงต้นเดือนเม.ย. จะมีฝนตกลงมาอีก ยังไม่ได้รับการยืนยันจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างไรก็ตามยอมรับว่าสภาพอากาศไม่น่าไว้วางใจ สำหรับเรื่องความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวนั้น ได้ประสานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อประสานข้อมูล