
พาณิชย์เล็งคุมน้ำตาลทุกประเภทป้องซ้ำรอยกรณีน้ำมันปาล์ม-เอกชนชี้ขัดหลักเสรี
พาณิชย์เดินหน้าขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำตาลทรายถุงผลิตสินค้าป้อนตลาด ลดปัญหาขาดแคลน ช่วยผู้บริโภค เตรียมคุมผลิตภัณฑ์น้ำตาลทุกประเภท ป้องเหตุการณ์ซ้ำรอยน้ำมันปาล์ม ด้านสอน.ระบุแนวทางชดเชยค่าบรรจุถุงขัด พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ขณะที่เอกชนชี้หากคุมสินค้าทุกประ
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้จะหารือกับโรงงานผู้ผลิตน้ำตาลทรายบรรจุถุง 1 กิโลกรัม เพื่อขอความร่วมมือให้ป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาสินค้าขาดตลาดและไม่ให้มีการฉวยโอกาสขายสินค้าเกินราคาที่กำหนด เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้บริโภค ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์สินค้าน้ำตาลทรายนั้นๆ แม้ว่าขณะนี้ผู้ประกอบการกำลังเผชิญปัญหาขาดทุน จากต้นทุนการผลิตจากค่าถุงและค่าบรรจุถุงที่เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 75 สตางค์ เป็น 1.30 บาท ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังหาแนวทางช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
"น้ำตาลทรายแบบบรรจุถุงมีผู้ผลิตไม่กี่ราย และมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง ถ้าโรงงานที่ต้องการทำตลาดให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์สินค้าเพื่อต่อยอดไปยังสินค้าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า น่าจะช่วยกันได้" นางพรทิวากล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมพิจารณากำหนดราคาสินค้าผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายอื่นๆ เช่น น้ำตาลทรายแยกบรรจุซอง น้ำเชื่อม น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำกับกรณีน้ำมันปาล์ม
"สถานการณ์คล้ายกับน้ำมันปาล์ม เราคุมน้ำมันปาล์มขวดก็ไปซื้อแล้วนำมาเทบรรจุถุงขาย ขณะที่น้ำตาลเราคุมน้ำตาลบรรจุถุง 1 กิโลกรัม ที่ 23.50 บาท ผู้ผลิตก็ไม่ยอมผลิตบรรจุถุงขาย กลับไปผลิตน้ำตาลซอง น้ำเชื่อม ซึ่งคิดจากปริมาณ 1 กิโลกรัมเท่ากัน ก็ไหลไปหาน้ำตาลซองหรือบรรจุภัณฑ์อื่นกันหมด ไม่มีน้ำตาลถุงขาย คงต้องไปคุมน้ำตาลซองหรือคุมราคาในทุกผลิตภัณฑ์" นางพรทิวากล่าว
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า การประชุมร่วมกับผู้แทนโรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำตาลถุง ที่ประชุมเห็นว่าการชดเชยค่าบรรจุถุงขัด พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งการรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมน้ำตาล จะต้องเป็นเรื่องร้ายแรงและขาดแคลนน้ำตาลจริง โดยปีนี้น้ำตาลโควตา ก 25 ล้านกระสอบเพียงพอ หากน้ำตาลในโมเดิร์นเทรดตึงตัว ควรให้โมเดิร์นเทรดซื้อน้ำตาลถุง 50 กิโลกรัม มาแบ่งขายให้แก่ผู้บริโภค และอาจให้ผู้บริโภคชั่งน้ำหนักน้ำตาลเหมือนซื้อผักและผลไม้
ด้านนายณัฎฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและการบริหารอุตสาหกรรม 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า หากกระทรวงพาณิชย์นำผลิตภัณฑ์น้ำตาลชนิดอื่นมาเป็นสินค้าควบคุมด้วย จะสร้างความยุ่งยากทางการค้าและขัดกับหลักการค้าเสรี ซึ่งการที่โรงงานน้ำตาลจะผลิตผลิตภัณฑ์น้ำตาลประเภทใดออกมา จะต้องพิจารณาว่ากลไกตลาดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทำงานหรือไม่ โดยถ้าสินค้ายังถูกควบคุมจะทำให้โรงงานน้ำตาลต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าคุ้มค่าลงทุนผลิตสินค้าที่ถูกควบคุมราคาหรือไม่



