ข่าว

เจบีซีทางออกที่ถูกปิด

เจบีซีทางออกที่ถูกปิด

31 มี.ค. 2554

การพิจารณารับรองบันทึกข้อตกลงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี มีอันต้องเลื่อนออกไปอีก เนื่องจากมีผู้เข้าประชุมไม่ครบองค์ประชุม นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา อธิบายว่า เนื่องจาก ส.ส.ใต้ต้องลงไปดูแลปัญหาน้ำท่วม สมาชิกวุฒิสภาวอล์กเอาท์ และ ส.ส.พร

     ตอบคำถามได้เพียงประการเดียวว่า สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต่างไม่กล้าที่จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่กล้าที่จะตัดสินใจว่าจะเห็นด้วย เห็นชอบ หรือเพียงรับทราบ เพราะหากตัดสินใจรับรองเจบีซี ก็อาจมีผลผูกพันในทางกฎหมาย หากต่อไปข้างหน้า การรับรองเจบีซีเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกัน หากเพียงรับทราบ ในแง่ของรัฐบาลเองก็อาจจะมีความเสี่ยงในการไปดำเนินการต่อโดยอ้างมติที่ประชุมสภาที่ไม่มีผลผูกพันตามนัยของแถลงการณ์ร่วมในยุคของนายนพดล ปัทมะ ก่อนหน้านี้

 ข้อห่วงใยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งคนไทยบางกลุ่ม ก็คือการไปรับรองเจบีซี ก็เสมอกับการไปรับรองพื้นที่ทับซ้อน ที่ยังคงมีปัญหาพิพาทระหว่างสองฝ่าย อีกทั้งเจบีซี ก็มีนัยสำคัญไม่แตกต่างไปจากแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2551 ลงนามโดยนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต่อมาพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งเมื่อเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ก็ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ข้อตกลงดังกล่าวเข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญา ที่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาหรือไม่ ศาลเห็นว่าเป็นหนังสือสัญญาที่เข้าข่ายมาตรา 190 ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมทั้งสองสภา

 คล้ายขว้างงูไม่พ้นคอ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องกลับมาเป็นฝ่ายเสนอเจบีซีเข้าสภา เพื่อขอความเห็นชอบ เนื่องจากเป็นข้อตกลงหรือหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง บัญญัติว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง แปลว่า รัฐบาลก็มีเงื่อนเวลาบังคับอยู่

 การที่รัฐสภาไม่ผ่านความเห็นชอบเจบีซี หรือรัฐบาลจะหาทางออกอื่น เพื่อให้เจบีซีสามารถนำไปใช้ในการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชาได้ ซึ่งรวมทั้งการผลักดันให้ฮุน เซนยื่นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษให้คนไทยทั้งสองต่อสมเด็จนโรดม สีหมุนี ล้วนนำไปสู่หนทางที่ตีบตันทั้งสิ้น ไม่เพียงเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตีความของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น หากสมาชิกรัฐสภาก็ไม่กล้าที่จะให้การรับรองด้วย ฉะนั้น การพิจารณาอีกครั้งในวันที่ ๕ เมษายนนี้ จึงไม่อาจคาดหวังได้ว่า เจบีซีจะผ่านสภา ซึ่งถ้าตีความเจบีซีเทียบเท่ากับกฎหมายสำคัญแล้ว รัฐบาลก็น่าจะขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป