ข่าว

ภัยพิบัติของญี่ปุ่น:คำตอบอยู่ที่ท้องถิ่น

ภัยพิบัติของญี่ปุ่น:คำตอบอยู่ที่ท้องถิ่น

31 มี.ค. 2554

หลังจากที่เหตุการณ์ภัยพิบัติ "สามเด้ง" ของญี่ปุ่นนั้นดำเนินมาได้เวลาหนึ่ง นั่นคือ แผ่นดินไหว สึนามิ และความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ผมก็เห็นว่าในสังคมญี่ปุ่นเริ่มมีการถกเถียงกันเรื่องของการบริหารจัดการภัยพิบัติที่น่าสนใจมากขึ้น

  ซึ่งเป็นเรื่องที่ตรงข้ามกับความพยายามของผู้นำไทยที่จะสร้างกลไกในการบริหารภัยพิบัติเป็นประเด็นวาระแห่งชาติ ในความหมายที่ว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องนั่งเป็นประธานในการประชุมขององค์กรใหม่ แล้วอาจจะต้องมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ฝ่ายภัยพิบัติ ไปคอยลงพื้นที่ให้ แล้วก็มาประชุม

 เหมือนกับภาพในอุดมคติในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 ตามประสาของคนที่เชื่อมั่นประเทศไทย แต่ไม่เชื่อมั่นนายกฯ อภิสิทธิ์ (ฮา...แต่ก็ดูนะครับ เป็นพวกร้อยละ 6 นั่นแหละครับ) ผมกลับไม่รู้สึกว่าความพยายามที่จะวิดีโอลิงก์เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งพระสงฆ์องค์เจ้ามารายงานภัยพิบัติที่เกิดขึ้นให้นายกฯ อภิสิทธิ์ จะประสบความสำเร็จอย่างไร

 สุดท้ายนายกฯ ก็ไม่ได้สามารถแสดงออกซึ่งวิสัยทัศน์หรือความสามารถในการบริหารใดๆ

 เมื่อย้อนกลับไปในกรณีของญี่ปุ่นนั้น สิ่งที่สำคัญก็คือ เขาไม่ได้พูดว่าจะเลิกเรื่องของนิวเคลียร์ และแม้ว่าจะพูดถึงพลังงานทางเลือก แต่เรื่องเฉพาะหน้าของเขาก็คือการเผชิญหน้ากับการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างมีสติ เพราะนิวเคลียร์เป็นพลังงานหลัก และพวกเขาเชื่อว่าถ้าไม่รั่วแล้ว การผลิตพลังงานนี้ก็ไม่ปล่อยมลพิษรายวัน

 ที่นี่เรื่องใหญ่คืออะไร? เมื่อติดตามข้อถกเถียงและความเห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นเอง (ที่เขาแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับข่าวต่างประเทศที่สนใจแต่เรื่องของหายนะในญี่ปุ่น เพราะเสนอมุมมองของคนญี่ปุ่นกันเอง) จะพบว่าเขาถกเถียงและเสนอกันว่าความสำคัญของเรื่องนั้นอยู่ที่การสร้างกลไกในการรายงานผลอย่างเที่ยงตรงและรวดเร็ว

 กล่าวง่ายๆ ก็คือ ญี่ปุ่นเขาไม่ได้คิดว่าจะแก้ปัญหาโดยเชื่อว่าถ้ารัฐบาลมีอำนาจในมือแล้วจะแก้ปัญหาได้ เขามองว่ารัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาลกลางนั้นอยู่ไกล และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ รัฐบาลกลางอาจจะต้องพิจารณาการปรับมาตรฐานใหม่

 แต่ประเด็นรายวันนั้นอยู่ที่การมีกลไกในการบังคับให้บริษัทที่ผลิตนั้นส่งข้อมูลออกมาอย่างเที่ยงตรง รวดเร็ว

 และที่สำคัญก็คือ การให้ความสำคัญกับรัฐบาลท้องถิ่นโดยเฉพาะคำสัมภาษณ์ต่างๆ ของบรรดานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดของญี่ปุ่น (prefecture) หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งของญี่ปุ่น (มี 47 แห่ง และหนึ่งมหานคร และสอง prefecture ในระดับเมือง) ซึ่งล้วนแล้วแต่ให้ประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง ในแง่ที่ว่า แต่ละท้องถิ่นนั้นเขามีความเห็นและการปฏิบัติการอย่างไร

 อย่างกรณีนายกเฮอิตะ คาวากัตสึ แห่งจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นอดีตศาสตราจารย์ทางด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจเปรียบเทียบของมหาวิทยาลัยวาเซดะ ที่เสนอว่าส่วนกลางนั้นควรจะต้องพัฒนาแนวปฏิบัติใหม่ มีการพูดถึงพลังงานทางเลือก และที่สำคัญ ในระดับท้องถิ่นของเขาเอง เขาได้ขยายความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเพิ่มความชำนาญทางเทคนิคในการป้องกันภัยพิบัติ รวมทั้งงานวิจัยเรื่องการป้องกันภัยในระดับท้องถิ่น  เพื่อทำให้มีความเข้าใจในเรื่องภัยพิบัติมากขึ้นและลดเรื่องของความหวาดกลัวและข่าวลือ รวมทั้งทำให้รับมือได้อย่างมีสติ

 ขณะที่นายกฮิโรฮิโกะ อิสึมิดะ แห่งจังหวัดนิงาตะ  อดีตข้าราชการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (ซึ่งเคยดูแลเรื่องโรงไฟฟ้า) เห็นว่าเรื่องสำคัญคือการนำเสนอข้อมูลอย่างรวดเร็วจากพื้นที่เป็นเรื่องที่สำคัญ และทางจังหวัดเขาก็มีเจ้าหน้าที่ในด้านนี้ประจำที่โรงงานนิวเคลียร์ เขาเห็นว่ายิ่งมีข้อมูลที่ออกมามากทุกฝ่ายก็จะเผชิญหน้ากับความจริงร่วมกันมากกว่าการปล่อยให้รัฐบาลกลางเข้ามาแทรกแซง (ผมตีความว่า เพราะรัฐบาลเองอาจไม่อยากเปิดเผยข้อมูลเช่นกัน)

 ประเด็นที่อยากจะเสนอก็คือ กรณีญี่ปุ่นนั้นเขาไม่ได้แก้เรื่องการตั้งรับภัยพิบัติที่การรวมศูนย์การตัดสินใจผ่านโครงสร้างราชการ แต่เขาเห็นว่าการส่งข้อมูล
ออกมาจากแหล่ง และการที่ท้องถิ่นต้องร่วมกันตัดสินใจตั้งแต่เบื้องต้นกลับสำคัญกว่ามากนัก

 ของนึกถึงตอนที่คุณสรยุทธแห่งช่อง 3 ประสบความสำเร็จในการช่วยบรรเทาภัยน้ำท่วม จนถึงกับมีการขนานนามว่าเขาเป็นนายกฯ ตัวจริง ประเด็นอยู่ที่ว่าเขามีข้อมูลที่เข้ามาหาเขา เขาเอาทีมข่าวลงไป ไม่ใช่ตั้งศูนย์แล้วรอผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งที่อาจไม่ได้ชำนาญพื้นที่มากนักมารายงาน
 
 เป็นเช่นนี้แหละครับ เพราะเรื่องของความเสี่ยงต่างๆ นั้นมันไม่สามารถจัดการได้โดยตรง และด้วยรัฐบาลที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีอำนาจ แต่ต้องแก้ด้วยการฟังท้องถิ่นว่าเขามีข้อเสนออะไรบ้างเสียก่อน ...