
ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ
ประเทศไทยมีจังหวัดที่ 77 เรียบร้อยแล้ว แยกมาจาก จ.หนองคาย คือ "บึงกาฬ" มี 8 อำเภอคือ อ.เมือง อ.พรเจริญ อ.โซพิสัย อ.เซกา อ.ปากคาด อ.บึงโขงหลง อ.ศรีวิไล และอ.บุ้งคล้า
เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 อย่างเป็นทางการ ส่วนโรงพักของตำรวจทุกอำเภอ ได้แยกตัวมาอยู่จังหวัดใหม่เรียบร้อย แต่ยังไม่มีผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการ ใหม่
โดยขั้นตอนต้องมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อกำหนดตำแหน่งเสียก่อน
เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. ก็นำเรื่องเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) เพื่อเห็นชอบ จากนั้นจึงส่งเรื่องย้อนกลับมาที่ก.ตร. เพื่อดำเนินการแต่งตั้งนายตำรวจลงตามตำแหน่งที่กำหนดใหม่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีผบก.ภ.จว.บึงกาฬ คนใหม่ เพื่อบริหารสถานีตำรวจทั้ง 8 อำเภอ
โดยหลักการผู้ที่มาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ คนใหม่ ถ้าไม่มีการสลับเด็กเส้น เด็กนักการเมืองมาจากที่อื่น ตามความเหมาะสม ผู้ที่ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ คนแรก ก็น่าจะเป็น รองผบก.อาวุโสสูงสุดใน บช.ภ.4
กันความน่าเกลียดเพราะจังหวัดใหม่ อยู่ในสังกัดบช.ภ.4 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจในพื้นที่ เริ่มแรกตั้งจังหวัดก็ควรให้คนในภาคขึ้นมาบริหาร
แล้วคงไม่ต้องไปหยิบรองผบก.อาวุโสในบัญชีตร.ด้วย
การแต่งตั้งครั้งนี้มีเพียงตำแหน่งเดียวและอยู่ในกฎอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ด้วย เมื่อมีตำแหน่งเดียว รองผู้การอาวุโส อันดับ 1 ก็คงมีสิทธิ์ ติดยศนายพลใหม่
ดูจากรายชื่ออำเภอที่แยกออกมา ตอนนี้ก็คงเบาใจได้ระดับหนึ่งในเรื่องของผลประโยชน์ เพราะแต่ละอำเภอ ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก บางส่วนอยู่ติดกับแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว)
ฝั่งลาวบ้านน้องยังไม่มีเมืองเจริญหรือพื้นที่ท่องเที่ยวมากนัก แหล่งรายได้ผลประโยชน์ ก็คงน้อยอยู่
ถ้าได้ผู้การฯ ที่มีความรู้ ความสามารถ วางหลักเกณฑ์ พัฒนาตำรวจในพื้นที่เพื่อรองรับระบบ ระเบียบใหม่ของจังหวัด ก็น่าจะดี
ที่ผ่านมาจังหวัดที่อยู่ติดพรมแดนส.ป.ป.ลาว เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และลุกลามเข้าเมืองหลวงคือ แม่หญิงลาวถูกหลอกมาค้าประเวณี แต่ในระยะหลังมีมาแบบเต็มใจด้วย
ก็หวังว่า จ.บึงกาฬ อย่าเพิ่งรีบเป็นเส้นทางของสิ่งเหล่านี้ ชาวบ้าน ตำรวจ ข้าราชการในพื้นที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตาหน่อย !!



