
กมธ.พิจารณากม.ลูกเสร็จแล้ว คาดผ่านสภาฯ 7เม.ย.
(30 มี.ค.)กมธ.พิจารณากฎหมายลูกเสร็จแล้ว คาดสภาฯพิจารณา 7 เม.ย. สรุปสาระแก้ไข ลดวันเลือกตั้งล่วงหน้าเหลือ 1วัน ขอ กกต. ออกประกาศห้ามว่าที่ผู้สมัครบริจาค จัดเลี้ยง หวั่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียเปรียบ
นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ใช้ในการเลือกตั้ง 3ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มา ซึ่งส.ว. , ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า กมธ. ได้พิจารณาเสร็จทั้ง 3 ฉบับแล้ว ซึ่งในวันที่ 31 มี.ค. กมธ.จะนัดหารือเพื่อรับรองรายงานการประชุมและตรวจสอบถ้อยคำด้านกฎหมาย หลังจากนั้นตนจะลงนามเสนอนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาเพื่อบรรจุเข้าระเบียบวาระ คาดว่าในวันที่ 7 เม.ย. นี้ ที่ประชุมสภาจะพิจารณาร่างพ.ร. ป . ทั้ง 3 ฉบับได้
นายถาวร กล่าวอีกว่าสำหรับข้อสรุปเรื่องวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า กมธ.เห็นตรงกันให้แก้ไขเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น จากเดิมที่ กกต.กำหนดให้มี 2 วัน เพราะที่ผ่านมาพบการทุจริตเกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีผู้ซื้อเสียงจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และขนคนมาลงคะแนน ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมามีนับหมื่นคน
นอกจากนั้นแล้วทางกมธ.ได้ทำข้อสังเกตถึง กกต.ให้พิจารณาและนำไปปฏิบัติ อาทิ ต้องกำหนดให้มีตัวแทนพรรคการเมืองเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมให้สิทธิ์ลงลายมือชื่อบนหีบบัตรใส่บัตรกาคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า, ห้องเก็บหีบบัตรต้องติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และมีตัวแทนพรรคการเมืองเฝ้า รวมถึงให้นำหลักปฏิบัติของการเลือกตั้งทั่วไปมาใช้กับการเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย เช่น วันลงคะแนน ให้เป็นตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. , ห้ามจำหน่ายสุราในวันที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นต้น
นายถาวร กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นมีข้อสังเกตในส่วนของบุคคลที่วางแผนจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วใช้ข้อได้เปรียบทางกฎหมายที่ไม่ได้เป็นเป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่กฎหมายห้ามใช้โอกาสนำเงินไปบริจาค จัดเลี้ยงเพื่อหวังเกิดประโยชน์ในการเลือกตั้ง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 89 จึงขอให้กกต.ออกประกาศหรือกำหนดข้อปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบกับผู้ลงเลือกตั้ง ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งข้อสังเกตทั้งหมดนี้ ตนได้ส่งไปยังกกต.แล้วเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม ได้ข้อสรุปว่า ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยกกต. พิจารณาแก้ไขถ้อยคำตามร่างแก้ไขที่เสนอโดย กกต., ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พิจารณาแก้ไขตามร่างที่กกต. เสนอ แต่ได้แก้ไขถ้อยคำในมาตรา 37 เรื่องการจัดประชุมของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งส.ส.ทั้งทั่วไปและ แทนตำแหน่งที่ว่าง จากเดิมในร่างแก้ไขของกกต. ระบุว่า “ต้องจัดการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเสนอชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง” แต่ทางกมธ.วิฯ แก้ไขว่า “อาจจัดการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเสนอชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง”
นอกจากนี้ ยังงได้เพิ่มข้อสังเกต ในมาตรา 89 ที่ระบุถึงการบริจาคหรือสนับสนุนด้านการเงินให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตของผู้ที่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง, ส.สและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้นับเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งและหาเสียงเลือกตั้งของผู้นั้น ซึ่งไม่ครอบคลุมบุคคลที่เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ทำกิจกรรมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน ดังนั้นขอให้กกต.ได้พิจารณาออกระเบียบหรือกำหนดให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
ส่วน ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มีการแก้ไข 3 ประเด็น คือ 1.เพิ่มวรรคท้าย ในมาตรา 91 เรื่องการประกาศผลคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อโดยระบุว่า “หากจำนวนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้ตามผลการคำนวณเกินจำนวนผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจัดทำขึ้น ทำให้ส.ส.ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากแบบบัญชีรายชื่อ มีจำนวนไม่ถึง 125 คน ให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่”
ทั้งนี้เนื่องจากที่ประชุม กังวลว่าหากพรรคใดพรรคหนึ่ง ส่งผู้สมัครไม่เพียงพอกับคะแนนที่ได้ จะทำอย่างไร จึงบัญญัติติเพิ่มเติมว่าให้พรรคนั้นมี ส.ส. ได้เท่าที่ส่ง แม้จะทำให้ผลรวมของ ส.ส. บัญชีรายชื่อจะได้ไม่ครบ 125 คนก็ตาม
2. กมธ.วิฯ ได้เพิ่มมาตรา 9/1 ระบุให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้ าเพียงวันเดียวก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 5 วัน โดยผู้ ที่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ต้องแจ้ง ต่อกกต.ประจำเขตเลือกตั้งก่อนถึงวันลงคะแนนไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อให้กกต.อนุญาต และ 3.ให้เพิ่มในบทเฉพาะกาล ให้สิทธิ์ส.ส.มีส่วนร่วมในการกำหนดเขตเลือกตั้ง



