
ผู้ว่าฯแจงรอยเลื่อนนครนายกไม่รุนแรง
"สุทธิพงษ์ จุลเจริญ" ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกแจงรอยเลื่อนนครนายกไม่มีอนุภาพความรุนแรง กรมธรณี ยอมรับแล้วแผ่นดินไหว 4 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 24 มี.ค.นี้เกิดในรอยเลื่อนแม่จัน ระหว่างรอยต่อของอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กับ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ส่งเจ้าหน้าที่ตร
(30มี.ค.) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวถึงกรณีข่าวพบรอยเลื่อนเปลือกโลกพาดผ่านจังหวัดนครนายกและเสี่ยงต่ออันตรายจากแผ่นดินไหวว่า จากการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และภาคธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เพิ่งลงพื้นที่ตรวจสอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงเป็นเพียงลอยเลื่อนลำดับที่ 14 ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเภทไม่มีอนุภาพความรุนแรง ไม่มีพลังงานที่จะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้
ข่าวที่ออกมาเป็นความคลาดเคลื่อน พร้อมกันนี้ภาคธรณีวิทยาได้ยืนยันด้วยว่ารอยเลื่อนที่พาดผ่านจังหวัดนครนายกดังกล่าวหากจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่อันตรายใดๆอันเนื่องมาจากการสะสมพลังงานที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้ทางจังหวัดต้องทราบก่อนล่วงหน้า จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงและขอให้ชาวจังหวัดนครนายกสบายใจได้ นอกจากนี้เขื่อนขุนด่านปราการชลก็ได้มีการสร้างอย่างแข็งแรงตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีระบบเซ็นเซอร์ที่ช่วยแจ้งให้ทราบก่อนหากการเกิดแผ่นดินไหวและเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อน อย่างไรก็ตามตนได้ข้อคู่มือการปฏิบัติหากเกิดแผ่นดินไหวจากกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้โอกาสนี้ให้ความรู้และความเข้าใจในการรับมือภัยพิบัติประเภทนี้ โดยเป็นคู่มือที่แปลมาจากญี่ปุ่น พร้อมนำไปแจกจ่ายให้โรงเรียนต่างๆในจังหวัดนครนายกเพื่อนำไปศึกษาเป็นความรู้พื้นฐาน
นายสมัย ธรรมสัตย์ผู้อำนวนการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนขุนด่านปราการชล เปิดเผยว่า รอยเลื่อนจังหวัดนครนายกเป็นเรื่องที่ทราบและเตรียมการมาแล้วก่อนการสร้างเขื่อนฯ ก็ได้ออกแบบไว้รับแผ่นดิน ไหวได้ถึง 7 ริคเตอร์ และที่เขื่อนก็มีเครื่องมือวัดพฤติกรรม ซึ่งกรณีแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า และ ลาวก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างไร ยืนยันว่ารอยเลื่อนดังกล่าวยังไม่มีพลังมากแต่อย่างใด การพัฒนาพลังรอยเลื่อนดังกล่าให้สามารถก่อความเสียหายได้ต้องใช้เวลาอีกยาวนานนับพันปีถึงจะสามารถเกิดเหตุได้ขอให้ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก
นายพงษ์เดช วิบูลย์ธนสาร นักธุรกิจเจ้าของปั๊มน้ำมัน พงษ์พิรัฐ ปิโตรเลียม และอีกหลายธุรกิจ ใน จ. นครนายก กล่าวว่าจากประเด็นข่าวรอยเลื่อนนครนายก ทำให้ธุรกิจที่ดิน และการท่องเที่ยวใน จ. นครนายก ตกลงร้อยละ 30 - 40เพราะทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่อยากเป็นเจ้าของที่ดินต่างชงัก ไม่กล้าตัดสินใจมาลงทุนเพราะในระยะนี้มีแต่ข่าวเกี่ยวภัยธรรมชาติ
นายวิรัช อิงตระกูล ประธานหอการค้า จ. นครนายก กล่าวว่า หลังมีสื่อนำเสนอข่าวนี้ มีผลกระทบกับทางจังหวัด ในการลงทุนทั้งระยะสั้นและ ระยะยาวประมาณ ร้อยละ 50 อย่างที่เห็นในระยะใกล้เทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลอื่นๆ นักท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนจุดหมายไปจังหวัดที่ไม่มีข่าวเกี่ยวกับภัยต่างๆ
กรมธรณียอมรับแล้วไหว4ริกเตอร์ที่รอยเลื่อนแม่จัน
ที่กรมทรัพยากรธรณี (ทธ . ) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส . ) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว . กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายพรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกันแถลงกรณี “ คนไทยจะอยู่กับธรณีพิบัติภัยอย่างเป็นสุขได้อย่างไร ” โดยนายสุวิทย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ทางธรณีพิบัติภัยทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหวในช่วงสัปดาห์นี้ พบว่าคนไทยยังขาดการเตรียมความพร้อมที่ดี แม้แต่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเอง ยังขาดแผนรับมือที่ดี ไม่มีจัดมาตรการและวางระบบการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันที ทำให้บางจุดจึงกลายเป็นลักษณะการเข้าไปมะรุมมะตุ้ม ดังนั้น ในที่ประชุม ครม . เมื่อวันที่ 28 มี . ค . ตนจึงขอให้มีการตรวจสอบความแข็งแรงโครงสร้างอาคาร พร้อมทั้งเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดให้ความรู้ความเข้าใจสาธารณชน และสถานศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประ ชาชน เหมือนกับที่ญี่ปุ่นที่เตรียมความพร้อมคนในประเทศตั้งแต่ในสถานศึกษา
“นอกจากนี้ยังเสนอให้พื้นที่เสี่ยงภัยได้ซักซ้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาการซ้อมรับมือสึนามิ เหมือนกับการแสดงโชว์ คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยเลย สถานประกอบการโรงแรมต่างๆ ก็ต้องมีความพร้อมในการรับมือด้วย ระบบเตือนภัยต้องเป็นระบบ และให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบในกรณีการเกิดปัญหาธรณีพิบัติภัย โดยต้องมีการจัดทำคู่มือเพื่อเตรียมความพร้อมด้วย ไม่ได้ต้องการให้ประชาชนตื่นเต้นตกใจ แต่ขอให้มีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้ด้วย” นายสุวิทย์ กล่าว
รัฐมนตรี ทส.กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ในทะอันดามัน ตนได้ติดตามมาข้อมูลมาโดยตลอด เพราะคิดว่ามันต้องเกิดขึ้นอีก ซึ่งก็เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี . ค . นี้ และเชื่อว่าในวงแหวนไฟมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้อีกในอนาคต โดยเฉพาะแผ่นดินไหวในรอบ 10 ปีรอบๆ ประเทศไทยพบมีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ และยังขยับเข้าใกล้ประเทศไทยอีกเช่นกัน ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2518-2554 พบมีแผ่นดินไหวขนาด 5-5.9 ริกเตอร์ เกิดขึ้น 303 ครั้ง ความถี่มากตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา โดยรอยเลื่อนที่น่าเป็นห่วงจากประเทศพม่าคือรอยเลื่อนสะแกง ที่พาดผ่านมาทางด้านตะวันตกและลงไปในทะเลอันดามัน จึงน่าเป็นห่วงมาก เพราะหากด้านบนขยับเมื่อไร กทม . ก็จะได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากหากไหวระดับ 7 ริกเตอร์จะมระยะห่างถึงกทม.เพียง 530 กม.เท่านั้น ส่วนจากเกาะสุมาตรา จะมีระยะทางประมาณ 1000 กม. ดังนั้นจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมประชาชนให้สามารถอยู่ได้กับภัยพิบัติที่มีมากขึ้น เพื่อลดความสูญเสีย
ด้านนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผอ . กองธรณีพิบัติภัยและสิ่งแวดล้อม ทธ . กล่าวว่า กรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพบแผ่นดินไหวที่รอยเลื่อนปัว จ . น่าน ขนาด 4 ริกเตอร์ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 24 มี . ค . ที่ผ่านมานั้น จากการตรวจสอบของ ทธ . ยอมรับว่าเป็นแผ่นดินไหว โดยมีศูนย์กลางที่เกิดในรอยเลื่อนแม่จันของไทยเอง โดยอยู่ระหว่างรอยต่อของอ.แม่อาย จ . เชียงใหม่กับอ.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย และเป็นพื้นที่ภูเขาสูง ไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อกจากการไหวของรอยเลื่อนน้ำมาขนาด 6.7 ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นในพม่าเมื่อวันที่ 24 มี . ค . ซึ่งขณะนี้ทาง ทธ . ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบข้อมูลทางธรณีวิทยาบริเวณรอยเลื่อนที่มีการขยับในครั้งนี้แล้ว เพราะจะเห็นแนวการเดินทางของรอยแผ่นดินไหวครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากในอดีตเคยมีแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์มาแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะไหวระดับรุนแรงขึ้นไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนที่ระบุว่ามีการไหวอีกจุดที่เกิดจากรอยเลื่อนปัว จ.น่านนั้น กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ยังไม่ตรวจพบการสั่นไหวในรอยเลื่อนนี้
นายเลิศสิน ยังกล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการระบุว่าพบรอยเลื่อนนครนายกเป็นรอยเลื่อนใหม่ ว่า รอยเลื่อนดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายๆ รอยเลื่อนที่มีในประเทศไทย แต่ไม่มีพลังแล้ว และไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัญชี 13 รอยเลื่อน ที่กรมเคยประกาศไว้ในช่วงปี 2549 เนื่องจากการจะประกาศรอยเลื่อนมีพลังนั้น ต้องใช้หลักการอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1. ในช่วง 1 หมื่นปีที่ผ่านมา ต้องเคยมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ซึ่งสามารถตรวจสอบจากตะกอนดิน 2. เคยเป็นจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวขนาดเล็กหรือไม่ 3. ต้องเห็นรูปร่างลักษณะที่ทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง 4. สัมพันธ์กับรอยเลื่อนที่มีพลังอื่นๆ และ 5. เกิดลักษณะของทางน้ำไหลหรือร่องน้ำ เช่น กรณีแม่น้ำโขง ที่มีลักษณะคดโค้งเพื่อหลีกเลี่ยงรอยเลื่อนตามเส้นทาง
“ในอนาคตถ้ามีการศึกษาพฤติกรรมของรอยเลื่อนในประเทศไทย แล้วพบว่ามีพลังและมีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอก็อาจจะมีการประกาศเพิ่มเป็นรอยเลื่อนที่ 14 หรือ 15 จากเดิมที่มีอยู่ 13 รอยเลื่อนก็ได้ ซึ่งขณะนี้กำลังมีการทบทวนและวิจัยพฤติกรรมของรอยเลื่อนอื่นๆเพิ่มเติมอาทิ แถวจ.ตรัง ซึ่งพบร่องรอยของหินที่ร่วงหล่นลงมาแปลกและมีน้ำพุร้อนอยูในพื้นที่ด้วย รวมทั้งรอยเลื่อนท่าอุเทน จ.อุตรดิตถ์ ส่วนรอยเลื่อนนครนายกนั้น ผลการตรวจสอบยืนยันว่ายังไม่สามารถจับความสั่นไหวได้เลย แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงว่าเป็นรอยเลื่อนที่ตายแล้วหรือไม่ ข้อเป็นห่วงของนักวิชาการทาง ทธ . จะเชิญนักวิชาการที่มีข้อมูลมาหารือกันในเรื่องนี้ต่อไป ” นายเลิศสินกล่าว
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ทางกรมธรณียืนยันว่ารอยเลื่อนน้ำมา ในพม่าและลาว กับรอยเลื่อนแม่จัน เป็นรอยเลื่อนขนานกันและมีระยะห่างราว 70 กม. ในทางทฤษฎีจะไม่ส่งผลกระทบให้เกิดการไหได้นั้น นายอดิชาติ สุรินทร์คำ โฆษกกรมทรัพยากรธรณี ชี้แจงว่าในทางผลกระทบโดยตรงจากรอเลื่อนน้ำมาจะทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกในรอยเลื่อนแขนงต่างๆ แต่กรณีที่รอยเลื่อนแม่จัน มีการไหวระดับ 4 ริกเตอร์ได้นั้นเป็นผลกระทบทางอ้อม



