
ญี่ปุ่นอาจเก็บเซลล์ของคนงานที่ได้รับรังสี
(30มี.ค.)เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดี้ยน ของอังกฤษ รายงานว่า ทางการญี่ปุ่น กำลังพิจารณาแผนการที่จะจัดเก็บและแช่แข็งเซลส์ของวิศวกร และพนักงานฉีดน้ำระบายความร้อนให้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่า หมายเลข 1
ในกรณีที่พวกเขารับสารกัมมันตรังสีในระดับที่เป็นอันตราย โดยข้อเสนอนี้ ได้ถูกร่างขึ้นภายใต้มาตรการปลอดภัยไว้ก่อน ที่อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยชีวิตคนงานของโรงไฟฟ้า ถ้าพวกเขาได้รับสารกัมมันตรังสีในระดับสูงในขณะพยายามควบคุมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหาย
การได้รับสารกัมมันตรังสี อาจทำให้ป่วยหนักและเสียชีวิตเพราะไขกระดูกถูกทำลาย แต่สามารถรักษาได้ ถ้าผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที และได้รับการปลูกถ่ายเซลส์ต้น
กำเนิดเม็ดโลหิต (blood stem cells) ที่ถูกเก็บรักษาไว้ก่อนจะได้รับสารกัมมันตรังสี ซึ่งขั้นตอนนี้ จะต้องให้คนงานฉีดยาติดต่อกันหลายวัน เพื่อกระตุ้นให้สเต็มเซลล์ ออกไปสู่กระแสเลือด ก่อนใช้เครื่องมือแยกสเต็มเซลล์ออกมาจากเลือด เพื่อนำไปเก็บไว้
ขั้นตอนนี้ ถูกใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ไขกระดูกถูกทำลายจากการการทำคีโมหรือ รังสีบำบัด นายอเลฮันโดร มาดริกัล ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ของมูลนิธิปลูก
ถ่ายอวัยวะ แอนโธนี่ โนแลน และประธานกลุ่มยุโรปเพื่อการปลูกถ่ายเลือดและไขกระดูก ให้ความเห็นว่า แผนการนี้ ได้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงของคนงานของโรงไฟฟ้าฟูกูชิม่า
และขณะนี้มีโรงพยาบาลในยุโรปกว่า 50 แห่ง ที่ยินดีจะให้ความช่วยเหลือญี่ปุ่น ถ้าได้รับการร้องขอ
แต่นายโรเบิร์ต ปีเตอร์ เกล นักวิจัยด้านการแพย์ของสหรัฐ ที่กำลังให้คำปรึกษารัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า การทำเช่นนี้อาจยิ่งสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา เช่น ในกรณีที่คนงานที่ได้รับการเก็บสเต็มเซลล์ไปแล้ว อาจจะยิ่งทำงานที่เสี่ยงภัยมากขึ้นโดยไม่จำเป็น และที่สำคัญคือ เซลล์ที่จัดเก็บสกัดมาจากไขกระดูก ซึ่งไม่ใช่จุดเดียวที่ได้รับสารกัมมันตรังสี ที่อาจทำลายอวัยวะใดก็ได้ เช่น ปอด ระบบทางเดินอาหาร และผิวหนัง และเมื่อดูจากจำนวนคนงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าที่มากถึง 800 คนแล้ว ยิ่งไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้วิธีการนี้



