
หวั่นอากาศแปรปรวนทำผลผลิตลิ้นจี่เสียหาย
ชาวสวนลิ้นจี่ไชยปราการ ชี้อากาศเย็นช่วงนี้ส่งผลดีต่อลิ้นจี่ที่กำลังให้ผลผลิต แต่หวั่นอากาศแปรปรวนกลับมาร้อน-ฝนซ้ำ ผลผลิตเสียหาย เผยผลผลิตปีนี้ลดลง เหตุชาวสวนเลิกอาชีพปลูกหลังประสบภาวะขาดทุนซ้ำซากจนฟันต้ลิ้นจี้ทิ้ง หันปลูกข้าวแทน
(30มี.ค.) นายสมัย ภิญโญทอง ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกลิ้นจี่ ลำไย ส้ม ไชยปราการ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ชาวสวนลิ้นจี่ในอำเภอไชยปราการรู้สึกกังวลกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในระยะนี้ทั้งที่อยู่ในช่วงฤดูร้อนปลายเดือนมีนาคมแต่อากาศกลับหนาวเย็น แม้อากาศหนาวเย็นจะส่งผลดีต่อผลผลิตลิ้นจี่ที่เริ่มออกผลในช่วงนี้ แต่หากสภาพอากาศแปรปรวนกลับมาร้อนหรือมีฝนตกลงมาซ้ำอีกอาจทำให้ผลลิ้นจี่ที่กำลังออกได้รับความเสียหาย
ส่วนผลผลิตลิ้นจี้ในปีการผลิต 2554 ที่จะออกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน คาดว่ามีปริมาณไม่มากนักจากพื้นที่ปลูกในพืนที่ประมาณ 1,000 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 1.5 พันตัน เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องจนฟันต้นลิ้นจี่ทิ้งแล้วหันกลับไปปลูกข้าว หรือพืชผักสวนครัวอื่นแทน
"สาเหตุที่ทำให้เกษตรกรเลิกอาชีพปลูกลิ้นจี่เพราะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นสวนทางกับราคาขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2553 ที่ผ่านมาต้นทุนการผลิตเฉลี่ย กก.ละ 15 - 20 บาท แต่กลับขายผลผลิตได้แค่ กก.ละ 3 - 4 บาทเท่านั้น"นายสมัยกล่าว
นายสมัย กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่เพาะปลูกลิ้นจี่ในอำเภอไชยปราการปัจจุบันคาดว่าเหลือไม่ถึง 1,000 ไร่ เฉพาะสมาชิกของสหกรณ์ฯ มีพื้นที่ปลูกรวมกันไม่ถึง 100 ไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมาลิ้นจี่ราคาดีเกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูกลิ้นจี่กันมากจนมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 10,000 ไร่



