ข่าว

 ตร.น้ำส่งเรือ62ลำช่วยผู้สบน้ำท่วมใต้

ตร.น้ำส่งเรือ62ลำช่วยผู้สบน้ำท่วมใต้

30 มี.ค. 2554

ตำรวจน้ำส่งเรือ62ลำกำลังพล300นายช่วยผู้ประสบน้ำท่วมภาคใต้ รองผู้ว่าภูเก็ตระบุขณะนี้ในพื้นที่เริ่มเกิดปัญหาดินถล่มในเขตกระทู้ กรมอุตุฯยังคงเตือนภาคใต้เผชิญฝนตกต่อไปอีกระยะหนึ่ง

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 30 มีนาคม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.รน. ปล่อยแถวตำรวจชุดปฏิบัติการใต้น้ำ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจน้ำ 12 นาย เรือยาง 2 ลำ พร้อมอุปกรณ์ และถุงยังชีพที่จะเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทางภาคใต้ตอนกลาง

 พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า หลายจังหวัดทางภาคใต้ โดยเฉพาะจ.ชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง และสตูล เกิดอุทกภัยฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำกับการ 6 – 9 กองบังคับการตำรวจน้ำจึงได้จัดเตรียมกำลังทางเรือ 62 ลำ แบ่งเป็นเรือตรวจการณ์ขนาด 80 ฟุต จำนวน 4 ลำ ขนาด 60 ฟุต จำนวน 5 ลำ ขนาด 50 ฟุต จำนวน 19 ลำ ขนาด 40 ฟุต จำนวน 4 ลำ ขนาด 30 ฟุต จำนวน 6 ลำ เรือ รน. จำนวน 21 ลำ และเรือเพลายาว จำนวน 3 ลำ พร้อมกำลังพลกว่า 300 นายเข้าพื้นที่ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว

 ตร.เปิดศูนย์ช่วยผู้สบน้ำท่วมสายด่วน1599

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มีนาคม พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23- 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางพล.ต.อ.วิเชียร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ประสบภัยคือ บช.ภ.8 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 948 นาย รถยนต์ 84 คันเรือท้องแบน 2 ลำ โดยมีหน่วยสนับสนุนคือ บช.ภ 9 ตำรวจ 500 นาย รถบรรทุก 20คัน เรือท้องแบน 10 ลำ บช.ตชด. ส่งเจ้าหน้าที่รวม 216 นาย เรื่อท้องแบน 15 ลำ รถบรรทุก 10 คัน บก.รน. หรือ ตำรวจน้ำ สนับสนุนเรือ 64 ลำ กำลังพล 300 นาย ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวประชาชนที่ติดตามเกาะและประชาชนที่ไม่สามารถออกมาได้ อย่างกรณีที่ไปช่วยเหลือนักศึกษา 6คนและเด็ก1คนทีเกาะแกลบ จ.ชุมพร ได้อย่างปลอดภัย บก.ทล. ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประชาสัมพันธ์ อำนวยความสะดวกผู้ใช้เส้นทางพร้อมทั้งจัดทำป้ายเตือนตลอดเส้นทางน้ำท่วม จัดหาทางเลี่ยง ทางเบี่ยง เนื่องจากทางหลักถูกน้ำท่วม บ.ตร. (กองบินตำรวจ) จัดสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จำนวน 8ลำ พร้อมนักบินและช่างประจำเครื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้

 นอกจากนี้ ตร. ยังเปิดศูนย์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือ สายด่วน 1599 ทั้งนี้ ประชาชนสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ที่ เลขที่บัญชี ธ.กรุงไทย สาขารพ.ตำรวจ ชื่อบัญชี ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลขที่บัญชี 980-298-0560 หรือ บริจาคโดยตรงได้ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 1

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากเงินที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปซื้ออาหาร อุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ผู้บริจาคยังสามารถบริจาคเรือท้องแบนให้ตำรวจเพื่อไว้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อีกด้วย

รองผู้ว่าภูเก็ตระบุขณะนี้ในพื้นที่เริ่มเกิดดินถล่ม

  นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า  ในพื้นที่ภูเก็ต มีฝนตกต่อเนื่องกัน บางพื้นที่มีน้ำขังและระบายไม่ทัน โดยปัญหาที่น่าเป็นห่วง คือ เรื่องของดินพังทลายเนื่องจากการอุ้มน้ำของดินและเกิดความอิ่มตัว ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาดินทลายลงมาได้ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบเนินเขาซึ่งมีการปรับหน้าดินเพื่อปลูกสร้างอาคาร  ขณะนี้ได้รับรายงานบ้างแล้วว่ามีดินพังทลายเข้าไปยังบ้านเรือนของประชาชน แต่เป็นความเสียหายเล็กน้อยในพื้นที่ ต.กมลา อ.กะทู้

 นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต   กล่าวว่า  21.15 น. วันที่ 29 มีนาคม เกิดเหตุน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านกมลา จำนวน 2 หลัง มีผู้ประสบภัย 10 คน มีสิ่งของได้รับความเสียหายและดินโคลนไหลลงพื้นถนนกีดขวางการจราจร โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา ได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 30 มี.ค.) พื้นที่ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง เกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านแขนน หมู่ที่ 3 บ้านพรุจำปา หมู่ที่ 4 บ้านดอน หมู่ที่ 5 บ้านเมืองใหม่ หมู่ที่ 6 บ้านแหลมทราย และหมู่ที่ 8 บ้านพรุสมภาร ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลเทพกระษัตรี  ได้เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

กรมอุตุฯยังคงเตือนภาคใต้เผชิญฝนตกต่อ

 ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ล่าสุด เวลา 10.00 น. (30 มี.ค. 54) ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น และยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ทั้งหมด 23 อำเภอ แบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำได้ดังนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ยังคงมีน้ำท่วมขังในเขตอำเภอปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ มีระดับน้ำสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ ยังสูงอยู่ และมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประมาณ 0.30 – 0.60 เมตร ซึ่งกรมชลประทาน ได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำ(ปตร.)ทุกแห่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 54 เป็นต้นมา

เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังไหลลงสู่ทะเลได้มากยิ่งขึ้น เฉลี่ยวันละประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร จนถึงปัจจุบันสามารถระบายน้ำที่ท่วมขัง ได้รวมประมาณ 300 – 350 ล้านลูกบาศก์เมตร ในส่วนของ พื้นที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ เริ่มทรงตัว การระบายน้ำยังคงระบายได้ดี และระบายได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีน้ำท่วมขัง ได้ทำการสูบน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่เช่นกัน พื้นที่ลุ่มน้ำตาปี  ได้แก่ ฝนที่ตกบริเวณต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีบางแห่งยังคงสูงกว่าระดับตลิ่ง และมีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตอำเภอพิปูนและฉวางบางส่วน พื้นที่ลุ่มน้ำตรัง  ในเขตอำเภอทุ่งสง และบางขัน มีฝนตกหนักกระจายทุกพื้นที่ ระดับน้ำในลำน้ำธรรมชาติ เอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ชุมชนบางส่วน แต่การระบายน้ำออกจากพื้นที่ยังสามารถระบายได้ดี
 
           สำหรับในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ ยังคงอยู่ในระดับสูง มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 11 อำเภอ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร ชายทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มต่ำบริเวณกว้าง ความลึกเฉลี่ยประมาณ 0.50 – 1.00 เมตร
 
 จังหวัดสงขลา เนื่องจากยังคงมีฝนตกกระจายในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบสงขลายังคงมีระดับน้ำสูงขึ้น กรอปกับปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่อำเภอระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร รวมถึงปริมาณน้ำที่ไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัดในเขตจังหวัดพัทลุง ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ ส่งผลให้แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำทะเลสาบสงขลายังคงมีระดับน้ำสูงขึ้น มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 2 อำเภอ คือ ระโนด และกระแสสินธุ์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับบริเวณรอบๆ ทะเลสาบสงขลา ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.50 – 1.00 เมตร

  จังหวัดตรัง ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองตรัง นาโยง รัษฎา ห้วยยอด สิเกา วังวิเศษ ย่านตาขาว และปะเหลียน ระดับน้ำในแม่น้ำตรัง และคลองปะเหลียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำตรังและคลองปะเหลียน ยังคงสูงขึ้น เนื่องจากฝนยังไม่หยุดตก และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

   กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณชายฝั่งจ.กระบี่ ทำให้ภาคใต้มีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกเริ่มจะมีฝนลดลง จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เฝ้าระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีกในระยะนี้