
'มาร์ค'จี้ส.ส.ใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายกอภิสิทธิ์ จี้ส.ส.ใต้ พรรคปชป.ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แนะ ปชช.บริจาคช่วยผู้ประสบภัยผ่านหน่วยงาน องค์กร ที่ชัดเจน ป้องกันมิจฉาชีพเปิดบัญชีสวมรอย ด้านรมช.มท. เผย ปภ.เพิ่มงบช่วยน้ำท่วม จังหวัดละ 100 ล้าน ขณะที่ผบช.ทร.ภาค 2 รับกังวลคลื่น ลมแรง ทำช่วยนักท่
(30มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้คุยกับส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช ถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยรายงานข่าวแจ้งว่านายอภิสิทธิ์ แสดงความเป็นห่วงประชาชนพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงจะเกิดภัยน้ำท่วม จึงกำชับให้ส.ส.ในพื้นที่เฝ้าดูสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่
ต่อมาเวลา 09.45 น. นายอภิสิทธิ์ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และประธานคชอ.เดินทางด้วยเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท.135 ของกองทัพบกออกจากกองการบิน กรมการขนส่งทางบก(ขสทบ.) กองทัพอากาศ ดอนเมือง ไปยังจ.ตรัง จากนั้นนั่งรถไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วม พบปะและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมสภาพความเสียหายที่โรงพยาบาลท่าศาลาที่น้ำท่วมด้วยเช่นกัน
จากนั้น 14.00 น. นายกรัฐมนตรี จะไปพบปะประชาชนและแจกถุงยังชีพที่ถนนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจนายกจะนั่งเครื่องบินจากท่าอากาศยาน จ.ตรัง และกลับถึงกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 18.00 น.
ทั้งนี้ก่อนเดินทาง 09.40 น. นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ต้องเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมกำหนดการเครื่องลงที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ปรากฏว่าเครื่องไม่สามารถลงได้จึงต้องไปลงที่จ.ตรัง แล้วย้อนเส้นทางไปที่จ.นครศรีธรรมราชโดยกำหนดการเหมือนเดิม ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ไม่ดีขึ้น ฝนตกหนัก ถนนถูกตัดขาดมากขึ้น รวมทั้งจุดที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ซึ่งเวลานี้ต้องดูแลเรื่องการอพยพคนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา ส่วนนักท่องเที่ยวที่ติดเกาะก็เข้าใจว่าเรือไปถึงแล้ว แต่ยืนยันกำลังระดมกำลังเต็มที่ อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) จะมีการจัดรายการพิเศษที่ช่อง 9 อสมท.
ส่วนกรณีที่มิจฉาชีพเปิดบัญชีสวมรอยรับบริจาคช่วยน้ำท่วม นายกฯ กล่าวว่า จริงๆถ้าใครจะบริจาคขอให้เลือกหน่วยงานที่เป็นทางการหรือองค์กรที่ชัด เจนจะปลอดภัยที่สุด
ด้านนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เพิ่มงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากเดิมจังหวัดละ 50 ล้านบาทเป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท โดยใช้เกณฑ์ช่วยเหลือเช่นเดียวกับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ด้านนายอิสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ได้ส่งเลขานุการรัฐมนตรี ไปตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ว โดยหลังจากสถานกาณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ตนจะส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่ ก่อนที่จะกำหนดงบประมาณเพื่อดำเนินการช่วยเหลือด้านซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขความเสียหายได้ ส่วนพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่ประสบภัยหนาวนั้น ได้สั่งให้หน่วยงานดูแลผู้สูงอายุ และคนพิการอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบมีประชาชนรายใดร้องขอความช่วยเหลือเข้ามา
พล.ร.ท.วิฑูรย์ คัมภีระพันธ์ ผู้บัญการกองทัพเรือภาค 2 กล่าวว่า เรือที่จะใช้ลำเลียงนักท่องเที่ยวมาที่เรือหลวงจักรนฤเบศร์เป็นเรือสองชั้น ของบ.ที่นำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำตามจุดชมปะการังรอบเกาะเต่า โดยติดต่อกับกำนันแดง ซึ่งจะดีกว่าการใช้ ฮ.ลำเลียงนักท่องเที่ยวมาเรือ เพราะต้องใช้จำนวนเที่ยวมาก ซึ่งต่อเที่ยวประมาณ 100 คน ส่วนความสูงของเรือท่องเที่ยวกับเรือหลวงจักรีฯนั้น คงต้องให้นักท่องเที่ยวไปอยู่ชั้น 2 และเรือหลวงจักรีฯจะหย่อนบันไดให้ โดยใช้เวลาทดสอบประมาณ 2 ชม. ส่วนการปฏิบัติการจะเสร็จก่อนเที่ยงหรือไม่นั้น ต้องรอข้อมูลการทดสอบจึงสามารถบอกได้ โดยต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุ หากปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวเราก็จะดำเนินการทันที ทั้งนี้ จนท.ปกครอง และสำนักงานท่องเที่ยว ได้มีการประสานกับนักท่องเที่ยว ซึ่งขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวที่จะตัดสินใจว่าจะมาในช่วงอากาศลักษณะนี้หรือไม่ หากเห็นว่าไม่ปลอดภัยก็สามารถอยู่ที่เกาะเต่าต่อได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สภาพอากาศมีฝนตกหนัก ลมแรง 20 นอต ลมกระโชก 32 นอต และยังมีคลื่นแรง ซึ่งเรากังวลใจสภาพคลื่นและลมที่แรงและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง ทั้งนี้จากการตรวจสอบพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯคิดว่าวันนี้จะเบาลง แต่กลับหนักขึ้น
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ปล่อยคาราวานเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจและมูลนิธิทั้งหลายลงไป โดยนายสุเทพ ได้กำชับให้นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ประสานเพิ่มเติมกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อจัดหาสิ่งของช่วยเหลือประชาชนให้ตรงและเพียงพอกับความต้องการ
จากนั้นเวลา 08.00 น. นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า รัฐบาลมีคณะกรรมการที่ดูแลประชาชนในเวลาที่ประสบภัย โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งจะดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ที่ประสบภัย ซึ่งความจริงก่อนหน้านี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ส่งถุงยังชีพพระราชทานลงพื้นที่ก่อนแล้ว ซึ่งประชาชนก็มีขวัญและกำลังใจดี
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้มีมากเป็นล้านคน คลุมพื้นที่หลายจังหวัดและท่วมมาเป็นสัปดาห์แล้ว ซึ่งนายสาทิตย์ ก็จะประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) และจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. เพื่ออนุมัติความช่วยเหลือที่กำหนดแนวทางเอาไว้เพิ่มเติม นอกจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้าที่เป็นข้าวปลาอาหารที่บริโภคได้ทันที นอกจากนี้ยังได้มีการประสานกับทุกหน่วยราชการ โดยกองทัพเรือได้ส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ไปตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งได้รับรายงานว่าเช้านี้เดินทางไปถึงเกาะเต่าแล้ว ซึ่งพบนักท่องเที่ยวติดอยู่ที่เกาะเต่าพันกว่าคนและเริ่มขาดแคลนอาหาร ทางกองทัพเรือจึงได้เตรียมถุงยังชีพไปด้วย นอกจากนี้ก็จะดูแลที่เกาะพงัน และเกาะสมุยด้วย และหากจำเป็นก็อาจต้องอพยพประชาชนมาขึ้นฝั่ง และหากพื้นที่ใดที่เรือเข้าไม่ได้ก็จะใช้เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งวันนี้ทางผบ.ทร.จะชี้แจงรายละเอียดของการปฏิบัติการให้ประชาชนได้รับทราบ
นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนทางกองทัพบกนั้น ทางผบ.ทบ.ได้สั่งการกำลังพลเข้ามาช่วยในการจัดเตรียมบรรจุถุงยังชีพ ซึ่งอาจจะมีหลายหมื่นถุงเพื่อแบ่งเบาภาระของสำนักนายกฯ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงทางจังหวัดไปด้วยส่วนหนึ่ง และในวันนี้นายกรัฐมนตรีจะนำคณะลงไปในพื้นที่เช้าวันนี้เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน และได้สั่งการให้ตนและสมาชิกในพรรคแบ่งทีมกันลงไปดูแลประชาชนในพื้นที่ให้ทั่วถึงมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ที่เข้าไปลำบาก อย่างถนนที่ถูกตัดขาดจะเข้าไปช่วยได้อย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ทำกันหลายวิธีทั้งเรือท้องแบน ทั้งรถขนาดใหญ่อย่างจีเอ็มซีของทหาร ทั้งเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งในครั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้กำกับประสานงาน เป็นศูนย์กลางอำนวยการดูแลประชาชนอยู่ในพื้นที่ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ระบบการสื่อสารไม่เสียหาย ยังใช้การได้อยู่ ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถประสานขอความช่วยเหลือ หรือติดตามสถานการณ์ได้ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ฉุกเฉินที่ต้องได้รับความช่วยเหลือในขณะนี้ มีประมาณเท่าไหร่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีอยู่ทั่วเลย จะบอกว่าที่ไหนฉุกเฉินกว่าที่ไหนคงพูดยาก เพราะมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีทีมเตรียมการซักซ้อมเอาไว้พอสมควร ผู้นำท้องถิ่นก็จะมีการรายงานมาที่ผู้ว่าฯได้ตลอด และทางผู้ว่าฯก็สามารถรายงานมาที่ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.)ได้ตลอด ซึ่งนายสาทิตย์ จะสแตนด์บายอยู่ที่ศชอ. หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไรก็สามารถส่งให้ได้ทันที
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่จะนำไปช่วยนั้น ตามปกติในจังหวัดจะมีงบประมาณ 50 ล้านบาท เป็นเงินทดลองจ่ายที่ผู้ว่าฯ สามารถสั่งจ่ายได้ทันที และขณะนี้นายสาทิตย์ ก็ได้ขยายวงเงินให้เป็น 100 ล้านบาทในจังหวัดที่ประสบภัยแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องขออนุมัติจากครม.ในวันจันทร์ที่ 4 เม.ย.นี้ก็คืองบกลางที่ทางศชอ.จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบครัวละ 5 พันบาท ซึ่งช่วงนี้ก็เริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้วว่ามีความเสียหายกี่ครอบครัว และเมื่อครม.อนุมัติก็สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ได้ทันที และคงไม่ได้ยึดหลักเกณฑ์ว่าน้ำท่วมเกิน 7 วันเหมือนที่เคยกำหนด เพราะกรณีนี้ได้รับความเสียหายหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านที่เข้าไปช่วยลูกบ้านจนเสียชีวิต จะมีการชดเชยอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ทางราชการมีระเบียบสำหรับผู้ที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะมีการชี้แจงรายละเอียดอีกที
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเสียหายของสวนปาล์มในพื้นที่ได้รับความเสียหายเยอะหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เยอะมาก บางคนก็โดน 2 รอบแล้ว อย่างที่บ้านตน แต่การช่วยเหลือนั้นคงจะช่วยเหลือเฉพาะรายเล็กมากกว่า อย่างเช่น 5 ไร่ หรือ 10 ไร่ แต่รายใหญ่ ๆ อย่าง 100 ไร่ขึ้นไป หรือ 1,000 ไร่ ก็คงต้องช่วยตัวเอง แค่นี้ก็ใช้งบประมาณมากแล้ว ก็เสียใจด้วย แต่ว่าจะทำอย่างไรได้เพราะเป็นภัยธรรมชาติ ส่วนสวนผลไม้ เท่าที่ดูไม่ได้รับความเสียหายเท่าไหร่นักยกเว้นพื้นที่ที่มีดินสไลด์ลงมา แต่ที่หนักหน่อยน่าจะเป็นนากุ้งที่เสียหายเยอะ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่แหลมตะลุมพุกที่นายอำเภอ จะขอให้รัฐบาลจัดที่อยู่อาศัยให้ใหม่ เพราะที่เดิมคงไม่สามารถอยู่ได้แล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เห็นใจนะ เพราะในอดีตที่แหลมตะลุมพุก เคยเกิดเหตุวาตภัยใหญ่ในภาคใต้มาแล้ว ซึ่งมีคนเสียชีวิตมาก เมื่อคราวนี้มาเกิดเหตุอีก ก็สมควรแก่เวลาแล้วที่จะหาที่ใหม่ เพราะสถานที่นี้คงไม่เหมาะสมที่จะตั้งถิ่นฐานเป็นการถาวรอยู่อาศัย ดังนั้นก็ควรจะมาปรึกษาหารือกันในรายละเอียดอีกที
นายวิชิต เพชรยอด ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนังพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ผู้ใช้เส้นทางได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้างล่าสุด จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สรุปความเสียหายของเส้นทางจราจรสายต่างๆ พร้อมประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางต่อไปนี้ 1. ทางหลวงหมายเลข 41 ตอน อำเภอทุ่งสง-อ.ร่อนพิบูลย์ ระหว่างกิโลเมตรที่ 242+600 - 243+000 หรือบริเวณตำบลปากแพรก มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง (สี่ช่องจราจร) ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร การจราจรผ่านได้
2.ทางหลวงหมายเลข 41 ตอน อ.ร่อนพิบูลย์-ท่าประจะ ระหว่างกิโลเมตรที่ 39+400 - 39+800 บริเวณบ้านควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง (สี่ช่องจราจร) ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร การจราจรผ่านได้ 3. ทางหลวงหมายเลข 4015 ตอน อ.ลานสกา-อ.ฉวาง ระหว่างกิโลเมตรที่ 44+200 - 44+500 บริเวณบ้านหลักช้าง อำเภอช้างกลาง น้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร การจราจรรถเล็กผ่านไม่ได้
4.ทางหลวงหมายเลข 4110 ตอน อ.ทุ่งสง-อ.ทุ่งใหญ่ ระหว่างกิโลเมตรที่ 18+130 - 18+180 บริเวณบ้านเขาขาว อำเภอทุ่งสง มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร การจราจรผ่านได้ 5. ทางหลวงหมายเลข 4110 ตอน อ.ทุ่งสง-อ.ทุ่งใหญ่ ระหว่างกิโลเมตรที่ 31+710 - 31+730 บริเวณบ้านกรุงหยัน อำเภอทุ่งใหญ่ มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร การจราจรผ่านได้
6.ทางหลวงหมายเลข 4228 ตอน อ.ถ้ำพรรณรา-ทานพอ ระหว่างกิโลเมตรที่ 1+900 - 2+100 บริเวณบ้านตำบลถ้ำพรรณรา อำเภอถ้ำพรรณรา มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร การจราจรผ่านได้ 7. ทางหลวงหมายเลข 4151 ตอน ควนหนองหงส์ - กะปาง ระหว่างกิโลเมตรที่ 42+300 - 42+350 และระหว่าง กิโลเมตรที่ 43+050 - 43+100 ดินสไลด์ทับผิวทางและไหล่ทางด้านซ้ายทางและขวาทาง การจราจรผ่านไม่ได้
8. ทางหลวงหมายเลข 4015 ตอน ฉวาง-บ้านส้อง ระหว่างกิโลเมตรที่ 2+200 - 2+600 บริเวณบ้านไสหร้า อำเภอฉวาง มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 60 เซนติเมตร การจราจรผ่านไม่ได้ 9. ทางหลวงหมายเลข 4015 ตอน ลานสกา-ฉวาง บริเวณบ้านช้างกลาง กิโลเมตรที่ 26+400 มีดินสไลด์และคอสะพานทรุดตัว กรจราจรผ่านได้ 1 ช่องจราจร ,ระหว่างกิโลเมตรที่ 24+600-24+650 มีดินสไลด์ทับผิวทางและไหล่ทางการจราจรผ่านได้ 1 ช่องจราจร และระหว่างกิโลเมตรที่ 44+200-44+500 ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร การจราจรรถเล็กผ่านไม่ได้
10.ทางหลวงหมายเลข 4019 ตอน ทุ่งใหญ่-ควนพลอง ระหว่างกิโลเมตรที่ 1+300 - 2+000 บริเวณบ้านปริก อำเภอทุ่งใหญ่ มีน้ำท่วมด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 80 เซนติเมตร การจราจรรถผ่านไม่ได้ 11. ถนนเส้นลานสกา-จันดี บริเวณบ้านเขาธง เขตเชื่อมต่ออำเภอลานสกา และอำเภอช้างกลาง มีดินสไลด์ปิดถนนเต็มพื้นที่ ความยาวประมาณ 100 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้
12. ถนนสายทุ่งใหญ่ และพื้นที่ในตัวอำเภอทุ่งใหญ่ บริเวณสี่แยกไฟแดงน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ 13. ทางหลวงหมายเลข 41 ตอน อำเภอทุ่งสง-อ.ร่อนพิบูลย์ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง และบริเวณบ้านไม้หลามีน้ำท่วมขังสูงและได้ปิดการเดินทางตั้งแต่สามแยกสวนผัก-นครศรีธรรมราช



